ลองนึกถึงตลาดนัดใหญ่ๆ สักแห่งนะครับ ตอนเช้าจะมีเสียงตามสายของตลาดประกาศว่าร้านไหนมีของดี ร้านไหนลดราคา ใครอยากให้ชื่อร้านตัวเองถูกประกาศก็จ่ายเงินให้คนคุมไมค์ ส่วนเจ้าของร้านเก๋าๆ จะมีอีกอย่างที่ซื้อไม่ได้ คือสมุดเล่มเล็กที่จดเบอร์ลูกค้าประจำไว้ วันไหนของเข้าใหม่ก็โทรบอกได้เลย ไม่ต้องจ่ายให้ใคร
สองอย่างนี้ทำงานคนละแบบ เสียงตามสายพาคนแปลกหน้าเดินมาที่แผง ส่วนสมุดรายชื่อดึงคนที่รู้จักเรากลับมาซื้อซ้ำ ร้านที่ขายดีจริงๆ มักใช้ทั้งสองอย่างคู่กัน และรู้ว่าเงินที่จ่ายให้คนคุมไมค์ ควรเปลี่ยนเป็นชื่อใหม่ในสมุดได้กี่ชื่อ
บนแอป LINE ก็มีสองอย่างนี้เหมือนกันครับ สมุดรายชื่อคือ LINE OA ของคุณ ส่วนเสียงตามสายคือ LINE Ads โฆษณาแบบจ่ายเงินที่ไปโผล่ในหน้าต่างๆ ของแอป LINE ให้คนที่ยังไม่รู้จักร้านได้เห็น หลายคนยังพิมพ์ค้นด้วยคำว่า LINE Ads Platform อยู่ ส่วนหน้าเว็บทางการของ LINE ประเทศไทยตอนนี้ใช้ชื่อว่า LINE Ads บทความนี้ผมจะเล่าว่ามันคืออะไร ต่างจากการส่งข้อความหาเพื่อนใน OA ยังไง ควรเตรียมอะไรก่อนจ่ายเงินบาทแรก และดูตัวเลขอะไรถึงจะรู้ว่าคุ้ม
ลองถามตัวเองสั้นๆ ก่อนครับ
ใช้เวลาไม่ถึงห้านาทีครับ ถ้าวันนี้มีคนแปลกหน้ากดเพิ่มเพื่อน LINE OA ของคุณ เขาจะเห็นอะไรเป็นอย่างแรก มีข้อความต้อนรับที่บอกว่าร้านขายอะไร และมีเมนูด้านล่างที่กดแล้วไปต่อได้ไหม
แล้วถ้าโฆษณาพาคนไปที่เว็บไซต์ หน้าที่เขาไปถึงพูดเรื่องเดียวกับในโฆษณาหรือเปล่า หรือพาไปหน้าแรกที่ต้องหาเองอีกรอบ
อีกคำถามที่หลายร้านยังตอบไม่ได้ คุณรู้ไหมว่าเดือนที่แล้วมีคนบล็อก OA ไปกี่คน และส่วนใหญ่มาจากช่องทางไหน
ถ้าตอบได้ครบทุกคำถาม คุณพร้อมกว่าที่คิดครับ ถ้ายังตอบไม่ได้ก็ไม่เป็นไรเลย ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่บทความนี้จะช่วยเตรียม
LINE Ads คืออะไร ในภาษาเจ้าของร้าน
หน้า LINE Ads บนเว็บ LINE for Business อธิบายไว้ว่าเป็นเครื่องมือสร้างโฆษณาบนแพลตฟอร์ม LINE ที่ซื้อแบบประมูล (Bidding) โดยเรากำหนดเองได้ทั้งวัตถุประสงค์ กลุ่มเป้าหมาย และงบประมาณ พูดง่ายๆ คือเราบอกระบบว่าอยากได้อะไร อยากให้ใครเห็น และยอมจ่ายเท่าไหร่ แล้วระบบจะไปแข่งราคากับร้านอื่นที่อยากได้คนกลุ่มเดียวกัน
ประโยคเดียวที่อยากให้จำไว้คือ LINE Ads พาคนใหม่มาหาคุณ ส่วนจะเก็บคนนั้นไว้ได้หรือเปล่า เป็นงานของ OA และเว็บไซต์
เลือกได้ละเอียดแค่ไหนว่าจะให้ใครเห็น
ส่วนนี้คือจุดที่ร้านเล็กได้ประโยชน์มากกว่าที่คิดครับ หน้าเดียวกันของ LINE บอกว่าเลือกพื้นที่ได้ตั้งแต่ระดับภูมิภาค จังหวัด อำเภอ เขต ไปจนถึงรหัสไปรษณีย์ และกำหนดรัศมีรอบจุดหนึ่งได้ตั้งแต่ 1 ถึง 50 กิโลเมตร แยกได้ด้วยว่าจะเอาคนที่อาศัยอยู่ คนที่ทำงานอยู่ หรือคนที่เพิ่งผ่านพื้นที่นั้นมา ร้านกาแฟในย่านออฟฟิศจึงเลือกยิงเฉพาะคนที่ทำงานใกล้ร้านได้ ไม่ต้องจ่ายให้คนอีกฝั่งของเมือง
นอกจากพื้นที่ ยังเลือกเพศ อายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป ความสนใจ และพฤติกรรมการใช้บริการต่างๆ ของ LINE ได้ด้วย ถ้ามีข้อมูลลูกค้าของตัวเอง ก็สร้างกลุ่มเป้าหมายแบบกำหนดเองได้ เช่น คนที่เคยเข้าเว็บไซต์ รายชื่อเบอร์โทรหรืออีเมลที่อัปโหลดเข้าไป หรือกลุ่มเพื่อนใน LINE OA ซึ่ง LINE แยกให้เลือกได้ทั้งเพื่อนที่ยังไม่บล็อกและเพื่อนที่บล็อกไปแล้ว
โฆษณาไปโผล่ตรงไหนในแอป LINE
หน้าภาษาไทยของ LINE ระบุตำแหน่งไว้เจ็ดจุด (ผมเปิดดูเมื่อ 1 ตุลาคม 2569) คือ Home Tab, Chat List หรือหน้ารวมแชท, LINE TODAY, Wallet Tab, LINE OpenChat, LINE Album และ LINE Note พร้อมบอกว่าระบบจะเลือกตำแหน่งที่ได้ผลที่สุดให้เองตามวัตถุประสงค์และกลุ่มเป้าหมาย ตัวเลขที่ LINE ประกาศเองบนหน้าเดียวกันคือ Chat List เข้าถึงผู้ใช้มากกว่า 56 ล้านคน Home Tab มากกว่า 45 ล้านคน และ LINE TODAY มากกว่า 40 ล้านคน ตัวเลขเหล่านี้เป็นข้อมูลที่ LINE เปิดเผยเอง ไม่ได้มาจากหน่วยงานวัดผลภายนอก
มีรายละเอียดเล็กๆ ที่ผมเจอระหว่างเช็กครับ หน้าภาษาอังกฤษของ LINE ประเทศไทยในวันเดียวกัน เขียนรายการตำแหน่งไม่ตรงกับหน้าภาษาไทยเสียทีเดียว มี LINE VOOM อยู่ในรายการด้วย และไม่มี LINE Note ผมจึงอยากให้มองรายการนี้เป็นภาพคร่าวๆ ตำแหน่งจริงที่โฆษณาของคุณได้ ดูได้จากรายงานในบัญชีโฆษณาหลังยิงไปแล้ว
ถ้าคุณค้นเจอข่าวว่า LINE Ads จะหยุดให้บริการ ข่าวนั้นเป็นของประเทศญี่ปุ่นครับ LY Corporation ประกาศบนเว็บธุรกิจญี่ปุ่นว่ารวม LINE Ads เข้ากับ LY Ads และจะหยุดส่งโฆษณาของ LINE Ads ที่นั่นราวปลายเดือนตุลาคม 2569 ส่วนหน้าเว็บ LINE for Business ของไทย ณ วันที่ผมเขียนบทความนี้ ยังเปิดให้สร้างบัญชี LINE Ads ตามปกติ
เงินของคุณถูกหักตอนไหน
LINE Ads คิดเงินตามวัตถุประสงค์ที่เลือก ถ้าเลือกเพิ่มเพื่อน จะคิดแบบ CPF คือจ่ายต่อเพื่อนหนึ่งคน ถ้าเลือกพาคนเข้าเว็บไซต์ จะคิดแบบ CPC ต่อคลิก หรือ CPM ต่อการแสดงผลพันครั้ง ถ้าเป็นแคมเปญวิดีโอจะมี CPV ด้วย ข้อนี้สำคัญกว่าที่หลายคนคิด เพราะมันตัดสินว่าตัวเลขแรกที่คุณควรเฝ้าดูคืออะไร
เรื่องการจ่าย คู่มือการใช้งาน LINE Ads เขียนไว้ว่าชำระได้ด้วยบัตรเครดิตกับคูปองเท่านั้น รับ VISA, Mastercard, JCB และ TPN แต่ใช้บัตรเติมเงินไม่ได้ (ข้อมูล ณ 31 มีนาคม 2564 ตามที่หน้านั้นระบุ) และต้องมีบัญชี LINE Official Account ก่อนจึงจะเผยแพร่โฆษณาได้ ส่วนการตรวจโฆษณา คู่มือหน้าเดียวกันบอกว่าทีมงานจะพิจารณาภายใน 48 ชั่วโมง ข้อมูลในคู่มือนี้หลายส่วนลงวันที่ไว้ตั้งแต่ปี 2563 ถึง 2564 ก่อนเริ่มจริงควรเช็กหน้าตั้งค่าในบัญชีอีกครั้งนะครับ
LINE Ads ต่างจากบรอดแคสต์หาเพื่อนใน LINE OA ยังไง
บรอดแคสต์คือการเปิดสมุดรายชื่อแล้วส่งข้อความหาคนที่เป็นเพื่อนกับเราอยู่แล้ว เป็นช่องทางที่เราเป็นเจ้าของ ค่าใช้จ่ายผูกกับแพ็กเกจและโควตาข้อความของ OA ซึ่งผมเล่ารายละเอียดไว้ในบทความราคาแพ็กเกจ LINE OA ปี 2569 พร้อมสูตรคำนวณโควตาข้อความ
LINE Ads ทำงานอีกด้านหนึ่ง มันเอื้อมไปหาคนที่ยังไม่ได้อยู่ในสมุด ทุกบาทที่จ่ายคือค่าเช่าความสนใจชั่วคราว พองบหมด โฆษณาก็หายไป สิ่งที่เหลืออยู่กับร้านจริงๆ มีแค่สองอย่าง คือชื่อใหม่ในสมุดรายชื่อ กับคนที่เข้ามาเห็นเว็บไซต์แล้วติดต่อกลับ
ผมจึงชอบมองสองช่องทางนี้เป็นทีมเดียวกันครับ LINE Ads ทำหน้าที่พาคนมา ส่วน OA ดูแลให้เขาอยู่ต่อ ถ้าฝั่ง OA ยังส่งข้อความถี่จนคนกดบล็อก เงินที่จ่ายไปกับโฆษณาก็จะรั่วออกทางนั้น
แล้วโฆษณาเพิ่มเพื่อนในหน้า OA Manager ล่ะ ใช่อันเดียวกันไหม
คำถามนี้เจอบ่อยมากครับ คำตอบคือคนละช่องทางกัน หน้า โฆษณาเพิ่มเพื่อน (Gain Friends Ads) ของ LINE มีตารางเทียบไว้ชัด โฆษณาเพิ่มเพื่อนที่ซื้อผ่าน LINE OA ใช้ได้เฉพาะบัญชีรับรองโล่ฟ้า กำหนดกลุ่มเป้าหมายได้ระดับพื้นฐาน คือเพศ อายุ ความสนใจ และพื้นที่ งบอยู่ในช่วง 1,000 ถึง 30,000 บาทต่อเดือน และ LINE เขียนว่าเหมาะกับผู้เริ่มต้น หน้านั้นไม่ได้บอกว่าตัวเลขนี้รวม VAT แล้วหรือยัง ถ้าจะเอาไปตั้งงบควรเช็กในหน้าชำระเงินก่อน
ฝั่ง LINE Ads ใช้ได้กับบัญชีทั่วไปที่ไม่มีโล่ บัญชีรับรองโล่ฟ้า และบัญชีพรีเมียมโล่เขียว งบไม่จำกัด และใช้กลุ่มเป้าหมายแบบกำหนดเองได้ เช่น อัปโหลดเบอร์โทรหรืออีเมลลูกค้า คนที่เคยเข้าเว็บไซต์ หรือกลุ่มที่คล้ายลูกค้าเดิม (Lookalike) LINE เขียนว่าเหมาะกับคนที่มีฐานข้อมูลลูกค้าอยู่แล้ว ทั้งสองแบบพาโฆษณาไปโผล่ในตำแหน่งชุดเดียวกัน ต่างกันที่ความละเอียดของการเลือกคนและเพดานงบ
อยากได้เพื่อนเพิ่ม หรืออยากให้คนเข้าเว็บ
หน้าสินค้าของ LINE แบ่งวัตถุประสงค์ไว้สามกลุ่ม คือการรับรู้แบรนด์ เพิ่มยอดขาย และเพิ่มฐานลูกค้า สำหรับร้านขนาดเล็กที่ผมคุยด้วย ส่วนใหญ่จะวนอยู่แค่สองตัวเลือก คือ "เพิ่มเพื่อน" กับ "การเข้าชมเว็บไซต์"
เพิ่มเพื่อนเหมาะกับธุรกิจที่ปิดการขายในแชทอยู่แล้ว เช่นร้านขนม ร้านดอกไม้ หรือคลินิกที่รับนัดทาง LINE คนเห็นโฆษณา กดเพิ่มเพื่อน แล้วคุยต่อได้ทันที ข้อดีคือได้ชื่อใหม่ในสมุดที่ส่งข้อความหาได้อีกหลายครั้ง ข้อที่ต้องระวังคือเพื่อนที่ได้มาง่ายก็บล็อกง่ายเหมือนกัน
การเข้าชมเว็บไซต์เหมาะกับธุรกิจที่ลูกค้าต้องอ่านข้อมูลก่อนตัดสินใจ เช่น บริการที่มีหลายแพ็กเกจ สินค้าที่ต้องดูสเปก หรือโรงงานที่รับงานลูกค้าองค์กร คนที่คลิกจะได้อ่านหน้าที่เราเขียนไว้ครบ แล้วค่อยทักมาเมื่อพร้อม ตัวเลือกนี้ต้องติด LINE Tag บนเว็บไว้ด้วย ระบบถึงจะวัดได้ว่าใครทำอะไรต่อหลังคลิก
มีวัตถุประสงค์ที่ชื่อเว็บไซต์คอนเวอร์ชันอีกตัว ที่ให้ระบบหาคนที่น่าจะซื้อหรือสมัครให้ หน้า Learning Hub ของ LINE เองเขียนไว้ว่าต้องมีคอนเวอร์ชันย้อนหลัง 100 ครั้งขึ้นไปจึงจะ Optimize ได้ดี (เปิดดูเมื่อ 1 ตุลาคม 2569) ร้านที่เพิ่งเริ่มจึงมักยังไม่ถึงจุดนั้น เริ่มจากสองตัวแรกก่อนจะง่ายกว่าครับ
"ยิงแอด Facebook อยู่แล้ว ทำไมต้องมี LINE อีก"
ถ้าโฆษณา Facebook ของคุณได้ลูกค้าอยู่แล้ว อันนั้นได้ผลจริงครับ ผมไม่เถียงเลย ไม่มีเหตุผลให้หยุดสิ่งที่กำลังทำงานได้ดี
สิ่งที่ LINE Ads เพิ่มให้คือที่ที่คนอยู่ต่างกัน ลูกค้าบางกลุ่มแทบไม่เลื่อนฟีด แต่เปิด LINE คุยกับครอบครัวและที่ทำงานทั้งวัน อีกเรื่องคือทางลัดจากโฆษณาไปถึงแชท คนที่กดเพิ่มเพื่อนจากโฆษณา LINE อยู่ในแอปเดียวกับที่เขาจะทักร้านเลย ไม่ต้องสลับไปไหน
ผมแนะนำให้ลองแบบเล็กๆ ก่อนครับ ตั้งงบที่เสียแล้วไม่เจ็บ ยิงสักสองถึงสี่สัปดาห์ แล้วเทียบกับ Facebook ด้วยตัวเลขเดียวกัน คือได้คนทักหรือคนติดต่อจริงกี่ราย ต่อเงินที่จ่ายไป ถ้าช่องทางไหนดีกว่าก็ค่อยขยับงบไปทางนั้น
ทำไมเตรียมบ้านไว้ก่อนถึงคุ้มขึ้นเรื่อยๆ
เพื่อนทุกคนที่ได้มาวันนี้ คือคนที่คุณส่งข้อความหาได้อีกในเดือนหน้าและเดือนถัดไป โดยไม่ต้องจ่ายค่าโฆษณาซ้ำ ยิ่งเริ่มเก็บเร็ว สมุดรายชื่อก็ยิ่งหนา และต้นทุนต่อการขายแต่ละครั้งก็ค่อยๆ ลดลง
ฝั่งเว็บไซต์ก็สะสมเหมือนกัน หน้า LINE Ads ระบุว่าสร้างกลุ่มเป้าหมายจากคนที่เคยเข้าเว็บได้ โดยใช้ข้อมูลจาก LINE Tag แปลว่ากลุ่มนี้จะมีคนอยู่ข้างในก็ต่อเมื่อติดแท็กไว้แล้วเท่านั้น ร้านที่ติดแท็กวันนี้ อีกสามเดือนจะมีรายชื่อคนที่เคยสนใจให้ยิงโฆษณาซ้ำ ร้านที่ติดวันที่อยากยิง จะต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่
ข้อมูลไม่ย้อนเวลาให้ใครครับ
อีกเรื่องที่ช่วยประหยัดเงินคือการตัดคนที่เป็นเพื่อนอยู่แล้วออก หน้า Learning Hub ของ LINE แนะนำให้ Exclude OA Audience ในแคมเปญเพิ่มเพื่อน เพื่อไม่ให้โฆษณาไปโผล่หาคนที่อยู่ในสมุดรายชื่อแล้ว ยิ่งสมุดของคุณหนาขึ้น การตั้งค่านี้ก็ยิ่งช่วยให้ทุกบาทไปถึงคนใหม่จริงๆ
ขั้นต่ำที่ควรมีก่อนจ่ายเงินบาทแรก
เริ่มจาก LINE OA ที่พร้อมรับแขก มีข้อความต้อนรับที่บอกว่าร้านทำอะไร และมี Rich Menu ที่คนแปลกหน้ากดแล้วไปต่อได้ทันที เช่น ดูสินค้า ถามราคา หรือดูแผนที่ร้าน ถ้ายังไม่มี ลองอ่านวิธีออกแบบ Rich Menu LINE OA ให้คนคลิกเยอะก่อนครับ เพราะ Rich Menu คือหน้าร้านที่เพื่อนใหม่เห็นเป็นอย่างแรก
ถัดมาคือหน้าปลายทางที่ตรงกับโฆษณา ถ้าโฆษณาพูดถึงเค้กวันเกิด หน้าที่คนไปถึงก็ควรเป็นเรื่องเค้กวันเกิด พร้อมปุ่มทักที่เห็นชัด
ถ้าจะพาคนเข้าเว็บ ก็ต้องมี LINE Tag ที่ติดบนเว็บและเช็กแล้วว่ายิงจริงบนเว็บที่ลูกค้าเห็น การได้ยินว่า "ติดให้แล้วครับ" ยังไม่พอ
ส่วนเรื่องเงิน ต้องมีบัตรเครดิตที่ลงทะเบียนในบัญชีโฆษณา กับงบทดลองที่ตกลงไว้ในใจว่าจะใช้เท่าไหร่ คู่มือของ LINE บอกว่าตั้งงบรายวันได้ละเอียดถึงหลักสตางค์ (ข้อมูล ณ 19 ตุลาคม 2563) ส่วนหน้า Learning Hub ของ LINE ยกตัวอย่างการตั้ง Daily Budget สำหรับแคมเปญเพิ่มเพื่อนไว้ที่ 300 ถึง 500 บาท โดยไม่ได้ระบุว่ารวม VAT หรือยัง (เปิดดูเมื่อ 1 ตุลาคม 2569) ตัวเลขนี้เป็นตัวอย่างของ LINE ไม่ใช่กฎหรือขั้นต่ำ งบที่เหมาะกับร้านคุณจริงๆ ขึ้นกับว่าลูกค้าหนึ่งรายมีค่ากับร้านแค่ไหน
ตัวอย่างจริงที่ LINE เล่าไว้เอง
บนหน้าเรื่องราวความสำเร็จของ LINE for Business มีสองเรื่องที่ผมว่าเจ้าของร้านเล็กอ่านแล้วได้ไอเดีย ขอบอกไว้ก่อนว่าทั้งสองเรื่องเป็นเรื่องที่ LINE เขียนเองเพื่อโปรโมตบริการ ตัวเลขในนั้นเป็นตัวเลขที่ LINE รายงาน ผมไม่ได้ตรวจสอบเพิ่มเอง
เรื่องของน้ำพริกปลาสลิดแบรนด์นางงาม ใช้วัตถุประสงค์เพิ่มเพื่อน จุดที่ผมชอบคือเขาไม่ได้จบที่การได้เพื่อน แต่ตั้งข้อความต้อนรับให้เด้งทันทีที่มีคนเพิ่มเพื่อน บอกรายละเอียดสินค้าและโปรโมชันให้ครบ เหมือนมีพนักงานยืนต้อนรับตลอดเวลา LINE เขียนไว้ว่ายอดขายมากถึง 10 เท่าในเวลาเพียง 2 เดือน
อีกเรื่องคือ pumi by COOLLiving แบรนด์หมอน ที่นอน และสเปรย์กำจัดไรฝุ่น ที่ขายหน้าร้านมากว่า 20 ปีก่อนหันมาทำออนไลน์ LINE รายงานว่ายอดผู้ติดตามขยับจากหลักร้อยต่อเดือนเป็น 5,000 ต่อเดือน บทเรียนที่เจ้าของแบรนด์พูดไว้น่าสนใจกว่าตัวเลข คือคอนเทนต์ต้องพูดถึงปัญหาของลูกค้าก่อน แล้วค่อยบอกว่าสินค้าช่วยแก้ยังไง
เรื่องจริงจากเว็บของเราเอง
เรื่องนี้ผมเล่าจากเว็บ TumWebSME ตรงๆ ครับ หลังเราทำเว็บของตัวเองใหม่ในปี 2569 แท็ก conversion ของ Google Ads ขึ้นไปพร้อมเว็บเรียบร้อย แต่วางอยู่ผิดที่ จึงไม่ได้ทำงานบนเว็บจริงอยู่ราวหนึ่งสัปดาห์หลังเปิดแคมเปญ คลิกเข้ามาปกติ แต่ conversion เป็นศูนย์ทุกวัน ถ้าดูแค่ตัวเลข ใครก็คงสรุปว่าโฆษณาไม่ได้ผล ทั้งที่แท็กไม่เคยยิงเลยสักครั้ง
LINE Tag ก็เจอแบบเดียวกันได้ครับ ก่อนยิงโฆษณาที่วัดผลด้วยแท็ก ให้เปิดเว็บจริงแล้วเช็กว่าแท็กทำงาน ไม่ใช่เช็กแค่ในหน้าตั้งค่า
อีกเรื่องที่เราทำทุกวันคือฝ่ายขายจดลูกค้าทุกรายที่โทรหรือทัก LINE มาว่า "เจอเราจากไหน ค้นคำว่าอะไร" เพราะเครื่องมือวัดผลของแพลตฟอร์มโฆษณามองไม่เห็นข้อความที่คุยกันในแชท ถ้ายิงโฆษณาเพิ่มเพื่อนแล้วลูกค้าปิดการขายในแชท สมุดจดเล่มนี้คือหลักฐานเดียวที่บอกได้ว่าเงินโฆษณากลายเป็นยอดขายจริงกี่บาท เทคนิคติดรหัสลิงก์ให้ตามลูกค้าจากเว็บไปถึง LINE ได้ ผมเล่าไว้ในบทความเช็คลิงก์ LINE บนเว็บว่าติดตามได้จริงไหม
แผน 5 ขั้น เริ่มได้ในสัปดาห์นี้
เปิด LINE OA ดูด้วยสายตาของคนแปลกหน้า เช็กข้อความต้อนรับและ Rich Menu ให้พร้อม
เลือกวัตถุประสงค์เดียวก่อน เพิ่มเพื่อนถ้าปิดการขายในแชท หรือเข้าเว็บไซต์ถ้าลูกค้าต้องอ่านข้อมูลก่อน
ถ้าเลือกเข้าเว็บ ให้ติด LINE Tag แล้วเช็กบนเว็บจริงว่าทำงาน และเตรียมหน้าปลายทางที่ตรงกับโฆษณา
สร้างบัญชีโฆษณา ลงทะเบียนบัตรเครดิต แล้วตั้งงบทดลองที่เสียแล้วไม่เจ็บ ยิงสองถึงสี่สัปดาห์
จดตัวเลขทุกสัปดาห์ในตารางเดียว ทั้งค่าใช้จ่าย จำนวนเพื่อนหรือคลิก จำนวนบล็อก และจำนวนคนติดต่อจริง
วัดผลยังไงให้รู้ว่าคุ้ม
ถ้ายิงแบบเพิ่มเพื่อน ตัวเลขแรกที่ระบบให้คือต้นทุนต่อเพื่อนหนึ่งคน ตัวเลขนี้ดูดี แต่ยังเล่าไม่ครบครับ ให้เปิดศูนย์ช่วยเหลือ LINE OAดูวิธีอ่านสถิติเพื่อน ในหน้าข้อมูลเชิงลึกจะมีแท็บ "ช่องทางการเพิ่มเพื่อน" ที่แสดงทั้งจำนวนการเพิ่มเพื่อนและการบล็อกแยกตามช่องทาง ถ้าเพื่อนจากโฆษณาบล็อกไปครึ่งหนึ่งภายในเดือนเดียว ต้นทุนต่อเพื่อนที่ยังอยู่จริงก็แพงขึ้นเท่าตัว
มีข้อจำกัดหนึ่งที่ร้านเล็กควรรู้ ศูนย์ช่วยเหลือเขียนไว้ว่าตัวเลขรายช่องทางจะไม่แสดงถ้ายอดเพิ่มเพื่อนน้อยกว่า 20 รายการต่อวัน ด้วยเหตุผลด้านความเป็นส่วนตัว ช่วงแรกที่ยิงงบน้อย คุณอาจเห็นตัวเลขไม่ครบ สมุดจดของฝ่ายขายจึงสำคัญขึ้นอีก
ถ้ายิงแบบเข้าเว็บไซต์ ให้ดูว่าคนที่คลิกมาแล้วทำอะไรต่อ กดปุ่มทัก กรอกฟอร์ม หรือโทรหรือเปล่า การติดป้ายลิงก์โฆษณาด้วย UTM จะช่วยให้ข้อมูลในเครื่องมือวิเคราะห์เว็บแยกคนจาก LINE Ads ออกจากช่องทางอื่นได้ วิธีทำผมเขียนไว้ในบทความ UTM ติดป้ายลิงก์ให้รู้ว่าลูกค้ามาจากช่องทางไหน
ตัวเลขสุดท้ายที่ผมให้น้ำหนักมากที่สุดคือจำนวนคนที่ติดต่อเข้ามาจริงต่อเงินที่จ่าย ไม่ว่าจะมาทางแชท โทรศัพท์ หรือฟอร์มบนเว็บ ถ้าตัวเลขนี้ดีขึ้นเรื่อยๆ ตัวเลขอื่นจะขึ้นลงบ้างก็ไม่ต้องกังวลครับ
กลับไปที่เสียงตามสายในตลาด
เสียงตามสายช่วยให้คนแปลกหน้าเดินมาถึงแผงได้จริง แต่สิ่งที่ทำให้เขากลับมาซื้อซ้ำคือของที่วางอยู่บนแผง กับชื่อที่ถูกจดลงในสมุดเล่มเล็ก LINE Ads ก็ทำงานแบบนั้นครับ มันพาคนมา ส่วน OA ที่จัดไว้ดีและเว็บไซต์ที่พูดเรื่องเดียวกับโฆษณา เป็นตัวตัดสินว่าเงินที่จ่ายไปจะกลายเป็นลูกค้าหรือไม่
ถ้าคุณกำลังจะทำเว็บไซต์ใหม่ให้พร้อมรับคนจากโฆษณา ทั้งหน้าปลายทาง ปุ่มทัก LINE และการติดแท็กวัดผลตั้งแต่วันแรก ลองดูแพ็กเกจทำเว็บไซต์ของ TumWebSME ว่าส่งมอบอะไรให้บ้าง แล้วทักมาเล่าเรื่องธุรกิจของคุณให้เราฟังได้เลยครับ
ช่องทางการติดตาม TumWebSME
ติดตามสาระความรู้เรื่องการทำเว็บไซต์และการตลาดออนไลน์ได้ที่:
Facebook: TumWebSME รับทำเว็บไซต์ธุรกิจ
Instagram: @tumwebsme
TikTok: @tumwebsme
YouTube: TumWebSME
ติดต่องานและสอบถามบริการ
088-983-9386 (คุณพลอย)
099-856-3198 (คุณแสนนาน)




