ข้ามไปยังเนื้อหา
โดย TumWebSME
107 views
8 นาที

ลิงก์เสียบนเว็บไซต์ (404) กระทบยอดขายและ SEO แค่ไหน พร้อมวิธีเช็กและแก้ไขทั้งเว็บ

ภาพประกอบเว็บไซต์ธุรกิจที่มีลิงก์ขาดและหน้า 404 ทำให้ลูกค้าและโอกาสขายหลุดหาย สไตล์ Flat illustration โทนสีอุ่น

ลองนึกภาพลูกค้าที่กำลังสนใจสินค้าตัวหนึ่ง กดลิงก์จากโฆษณาหรือจากผลการค้นหาบน Google แล้วเจอหน้าเปล่า ๆ ที่ขึ้นข้อความว่า "ไม่พบหน้านี้" หรือ 404 แทนที่จะเจอหน้าสินค้าที่ตั้งใจจะดู คนส่วนใหญ่ไม่ได้พยายามค้นหาต่อในเว็บเดียวกัน แต่กดปิดแท็บแล้วไปหาเจ้าอื่นแทน

ลิงก์เสียหรือหน้า 404 เป็นปัญหาที่หลายธุรกิจไม่รู้ตัวว่าเว็บไซต์ของตัวเองมีอยู่ เพราะไม่มีใครแจ้งจนกว่าจะเสียโอกาสขายไปแล้ว บทความนี้จะพาไปดูว่า 404 คืออะไร กระทบยอดขายและ SEO จริงแค่ไหน พร้อมวิธีเช็กและแก้ไขทั้งเว็บไซต์อย่างเป็นระบบ

404 คืออะไร เกิดขึ้นได้จากสาเหตุไหนบ้าง

404 คือรหัสสถานะที่เซิร์ฟเวอร์ส่งกลับมาเมื่อมีคนพยายามเข้าหน้าเว็บที่ไม่มีอยู่จริง ณ ที่อยู่นั้นแล้ว สาเหตุที่พบบ่อยมีหลายแบบ เช่น หน้าสินค้าที่เคยมีถูกลบไปโดยไม่ได้ตั้งค่าเปลี่ยนเส้นทาง ลิงก์ภายในเว็บไซต์เองพิมพ์ที่อยู่ผิด บทความเก่าที่ลิงก์ไปหน้าซึ่งภายหลังถูกย้ายที่อยู่ หรือแม้แต่เว็บไซต์อื่นที่เคยลิงก์มาหาเว็บคุณ แต่หน้านั้นถูกเปลี่ยนที่อยู่ไปแล้วโดยไม่มีการเปลี่ยนเส้นทางรองรับ

จุดสำคัญคือ 404 ไม่ได้เกิดจากความผิดของคนที่คลิกลิงก์ แต่เกิดจากฝั่งเว็บไซต์เองที่จัดการที่อยู่หน้าเว็บไม่ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นตอนลบหน้า ย้ายหน้า หรือปรับปรุงโครงสร้างเว็บไซต์ครั้งใหญ่

Google บอกอะไรเกี่ยวกับผลกระทบของ 404 ต่ออันดับการค้นหา

ตาม ประกาศอย่างเป็นทางการจาก Google Search Central หน้า 404 ที่เกิดขึ้นตามปกติ เช่น หน้าที่ถูกลบไปแล้วจริง ๆ ไม่ได้ทำร้ายอันดับโดยรวมของทั้งเว็บไซต์ Google ระบุชัดว่าการมีหน้า 404 อยู่บ้างเป็นเรื่องปกติของทุกเว็บไซต์ และไม่ใช่สัญญาณที่ Google ใช้ลงโทษเว็บทั้งเว็บ

แต่ประเด็นที่ต้องแยกให้ออกคือ นี่หมายถึงหน้า 404 ที่เกิดขึ้นแบบมีเหตุผล ไม่ใช่ลิงก์เสียที่เกิดจากความผิดพลาดของเว็บไซต์เอง ถ้าเว็บไซต์มีลิงก์ภายในจำนวนมากที่ชี้ไปยังหน้าที่ไม่มีอยู่แล้ว หรือหน้าสำคัญที่เคยมีอันดับดีถูกลบไปโดยไม่เปลี่ยนเส้นทาง หน้านั้นก็เสียอันดับและ Traffic ที่เคยสะสมไว้ไปทั้งหมด รายละเอียดเรื่องการตรวจสอบข้อผิดพลาดในการเข้าถึงหน้าเว็บ อ่านเพิ่มเติมได้จาก คู่มือ Troubleshoot Google Search Crawling Errors ของ Google Search Central

ผลกระทบจริงที่ธุรกิจเสียคือยอดขาย ไม่ใช่แค่อันดับ SEO

แม้ Google จะบอกว่า 404 ทั่วไปไม่กระทบอันดับรวมของเว็บไซต์ แต่ผลกระทบที่ธุรกิจรู้สึกได้จริงมักไม่ใช่เรื่องอันดับ แต่เป็นเรื่องยอดขายที่หายไปตรงหน้า ลองนึกภาพลูกค้าที่กดลิงก์จากแคมเปญโฆษณาที่กำลังใช้งบประมาณอยู่ แล้วเจอหน้า 404 แทนหน้าสินค้า เงินโฆษณาที่จ่ายไปเพื่อดึงคนเข้ามาตรงจุดนั้นสูญเปล่าทันที เพราะคนที่คลิกมาแล้วไม่สามารถทำอะไรต่อได้เลย

อีกกรณีที่พบบ่อยคือลิงก์ภายในเว็บไซต์เองที่พาลูกค้าเดินหลงทาง เช่น เมนูสินค้าที่ลิงก์ไปหน้าที่เลิกขายไปแล้ว หรือปุ่ม "ดูรายละเอียดเพิ่มเติม" ที่ชี้ไปหน้าเสีย ลูกค้าที่กำลังอยู่ในขั้นตอนตัดสินใจซื้อ พอเจอ 404 กลางทาง มักไม่พยายามหาทางกลับมาเอง แต่ปิดเว็บไปเลย ทำให้เสียโอกาสขายที่เกือบจะสำเร็จไปอย่างน่าเสียดาย

ลิงก์เสียเกิดจากอะไรได้บ้าง นอกจากลบหน้าเว็บ

นอกจากการลบหน้าเว็บโดยตรงแล้ว ลิงก์เสียยังเกิดจากสาเหตุอื่นที่หลายธุรกิจไม่ทันนึกถึง

การย้ายโดเมนหรือเปลี่ยนโครงสร้าง URL โดยไม่ตั้งค่า Redirect เมื่อธุรกิจเปลี่ยนชื่อโดเมนหรือปรับโครงสร้างเว็บไซต์ใหม่ทั้งหมด ที่อยู่หน้าเว็บเดิมทั้งหมดจะใช้งานไม่ได้ทันที ถ้าไม่ได้ตั้งค่าเปลี่ยนเส้นทางจากที่อยู่เก่าไปยังที่อยู่ใหม่ไว้ล่วงหน้า ทุกลิงก์ที่เคยแชร์หรือถูกบันทึกไว้ทั้งหมดจะกลายเป็นลิงก์เสียพร้อมกัน

พิมพ์ลิงก์ผิดตอนใส่ในเนื้อหาบทความ ความผิดพลาดเล็กน้อยอย่างพิมพ์ตัวอักษรผิดหนึ่งตัวในที่อยู่ลิงก์ ก็ทำให้ลิงก์นั้นใช้งานไม่ได้ทันที ซึ่งพบได้บ่อยในบทความที่มีลิงก์จำนวนมาก

สินค้าหรือบริการที่เลิกขายแล้วแต่ลืมจัดการหน้าเว็บ ร้านค้าออนไลน์ที่มีสินค้าหมุนเวียนบ่อย ถ้าลบหน้าสินค้าที่เลิกขายออกโดยตรงโดยไม่ตั้งค่าเปลี่ยนเส้นทางไปหน้าหมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง ลิงก์เก่าที่เคยติดอันดับหรือถูกลูกค้าบันทึกไว้จะกลายเป็นหน้าเสียทั้งหมด

ลิงก์เสียยังทำให้เสีย Backlink ที่เคยสร้างไว้ไปด้วย

อีกผลกระทบที่มักถูกมองข้ามคือ Backlink หรือลิงก์จากเว็บไซต์อื่นที่เคยชี้มาหาหน้าเว็บของคุณ ถ้าหน้านั้นกลายเป็น 404 โดยไม่ได้ตั้งค่าเปลี่ยนเส้นทาง คุณค่าที่ Backlink เหล่านั้นเคยส่งต่อให้กับหน้านั้นก็หายไปพร้อมกัน ทั้งที่ Backlink คุณภาพดีมักใช้เวลานานและความพยายามมากกว่าจะได้มา รายละเอียดเรื่อง Backlink และวิธีสร้างอย่างมีคุณภาพ อ่านเพิ่มเติมได้ในบทความ อยากติดหน้าแรก Google? เข้าใจ Backlink ให้ถูกต้อง (ฉบับปี 2026)

การตั้งค่า Redirect ที่ถูกต้องจึงไม่ได้แค่ช่วยลูกค้าที่หลงเข้ามา แต่ยังช่วยรักษาคุณค่าของ Backlink ที่เคยสร้างไว้ให้ยังคงส่งต่อไปยังหน้าใหม่ได้ต่อเนื่อง แทนที่จะปล่อยให้สูญเปล่าไปพร้อมกับหน้าเว็บที่หายไป

เช็กเว็บไซต์ทั้งเว็บว่ามีลิงก์เสียตรงไหนบ้าง

วิธีเช็กที่ตรงและเป็นระบบที่สุดคือใช้ Google Search Console ซึ่งมีรายงานที่แสดงหน้าเว็บที่ Google พยายามเข้าถึงแต่เจอข้อผิดพลาด รวมถึงหน้า 404 ที่ Google เคยรู้จักมาก่อน วิธีตั้งค่าและอ่านรายงานอ่านเพิ่มเติมได้ในบทความ GSC (Google Search Console) คืออะไร? คู่มือฉบับเริ่มต้น 2026

นอกจาก Google Search Console แล้ว การไล่คลิกลิงก์สำคัญด้วยตัวเองเป็นระยะ เช่น เมนูหลัก ปุ่ม CTA และลิงก์ในบทความยอดนิยม ก็เป็นวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยจับลิงก์เสียที่เพิ่งเกิดขึ้นได้เร็วกว่าการรอให้ Google ตรวจพบเอง โดยเฉพาะหลังมีการอัปเดตเว็บไซต์ครั้งใหญ่หรือลบหน้าสินค้าออก ควรเช็กลิงก์ที่เกี่ยวข้องทันทีแทนที่จะรอ

แก้ 404 ยังไงให้ถูกวิธี ไม่ใช่แค่ลบทิ้งเฉย ๆ

เมื่อเจอลิงก์เสีย วิธีแก้ที่ถูกต้องไม่ใช่แค่ปล่อยผ่านหรือลบลิงก์นั้นทิ้งไปเฉย ๆ แต่ควรพิจารณาว่าหน้านั้นควรมีคนเข้าถึงต่อได้หรือไม่ ถ้าเนื้อหานั้นยังมีความเกี่ยวข้อง ควรตั้งค่า Redirect แบบ 301 ไปยังหน้าใหม่ที่มีเนื้อหาใกล้เคียงที่สุด เพื่อให้ทั้งลูกค้าและ Google ไปถึงปลายทางที่ถูกต้องแทนที่จะเจอทางตัน วิธีตั้งค่า Redirect อย่างถูกต้องโดยเฉพาะกรณีย้ายโดเมนหรือเปลี่ยนโครงสร้างเว็บไซต์ทั้งเว็บ อ่านรายละเอียดเต็มได้ในบทความ ย้ายโดเมนหรือเปลี่ยนชื่อธุรกิจ ต้องทำ Redirect เว็บยังไงไม่ให้อันดับ Google หาย

ถ้าหน้านั้นไม่มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องให้เปลี่ยนเส้นทางไปแล้วจริง ๆ อย่างน้อยควรออกแบบหน้า 404 ของเว็บไซต์ให้มีประโยชน์ เช่น มีเมนูกลับไปหน้าแรก ช่องค้นหา หรือลิงก์ไปหมวดหมู่สินค้ายอดนิยม แทนที่จะเป็นหน้าเปล่า ๆ ที่ไม่มีทางออกให้ลูกค้า ซึ่งช่วยลดโอกาสที่ลูกค้าจะปิดเว็บไปเลยทันที

404 เกี่ยวข้องกับ SEO โดยรวมของเว็บไซต์ยังไง

แม้ 404 แต่ละหน้าจะไม่ได้ลงโทษทั้งเว็บไซต์โดยตรงตามที่ Google ยืนยันไว้ แต่การมีลิงก์เสียจำนวนมากยังส่งผลทางอ้อมต่อภาพรวม SEO ได้เช่นกัน เพราะ Google ใช้เวลาและทรัพยากรจำกัดในการไล่เก็บข้อมูลแต่ละเว็บไซต์ ที่เรียกว่า Crawl Budget ถ้าเว็บไซต์มีลิงก์เสียจำนวนมากที่ Google ต้องไล่เข้าไปเช็กซ้ำ ๆ ทรัพยากรส่วนนั้นก็ถูกใช้ไปกับหน้าที่ไม่มีอยู่จริง แทนที่จะถูกใช้ไปกับการเก็บข้อมูลหน้าใหม่หรือหน้าที่อัปเดตแล้วของเว็บไซต์คุณ ภาพรวมเรื่องปัจจัยจัดอันดับและการทำ SEO อ่านเพิ่มเติมได้ในบทความ SEO คืออะไร? คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับเจ้าของธุรกิจ

ธุรกิจแบบไหนเสียหายหนักที่สุดถ้าเว็บไซต์มีลิงก์เสียเยอะ

แม้ทุกเว็บไซต์ควรจัดการลิงก์เสีย แต่ผลกระทบจริงต่างกันไปตามลักษณะธุรกิจ

ร้านค้าออนไลน์ที่มีสินค้าหมุนเวียนบ่อย กลุ่มนี้เสี่ยงเจอ 404 บ่อยที่สุด เพราะสินค้าเข้า-ออกตลอดเวลา ถ้าไม่มีระบบจัดการลิงก์เก่าอย่างเป็นระบบ ลูกค้าที่กดจากลิงก์เก่าหรือที่เคยบันทึกไว้จะเจอหน้าเสียบ่อยครั้ง

ธุรกิจที่ยิงโฆษณาออนไลน์เป็นประจำ ลิงก์เสียตรงหน้า Landing Page ที่ใช้ในแคมเปญ หมายถึงงบโฆษณาทั้งหมดที่จ่ายเพื่อดึงคนมาที่หน้านั้นสูญเปล่าทันที ยิ่งแคมเปญมีงบสูง ความเสียหายยิ่งชัดเจน

เว็บไซต์ที่เพิ่งย้ายโดเมนหรือปรับโครงสร้างใหม่ กลุ่มนี้เสี่ยงเจอลิงก์เสียจำนวนมากพร้อมกันในคราวเดียว ถ้าไม่ได้วางแผนเรื่อง Redirect ไว้ล่วงหน้าก่อนย้าย

เว็บไซต์เนื้อหาหรือบล็อกที่มีบทความเก่าจำนวนมาก บทความเก่าที่เคยติดอันดับดีและมีคนเข้าชมสม่ำเสมอ ถ้ากลายเป็นลิงก์เสียโดยไม่รู้ตัว จะค่อย ๆ เสีย Traffic สะสมไปเรื่อย ๆ โดยที่เจ้าของเว็บไซต์อาจไม่ทันสังเกต

เช็กลิสต์ก่อนสรุปว่าเว็บไซต์ปลอดลิงก์เสีย

ลองไล่เช็กตามหัวข้อนี้ครับ

  • เมนูหลักและลิงก์สำคัญบนหน้าแรกใช้งานได้ปกติหรือไม่ ลองคลิกทุกเมนูและปุ่ม CTA หลักดูสักครั้งเพื่อยืนยันว่าไม่มีจุดไหนพาไปหน้าเสีย

  • เคยลบหน้าสินค้าหรือหน้าบริการไปโดยไม่ตั้งค่า Redirect หรือไม่ ถ้าเคยมี ควรกลับไปตั้งค่าเปลี่ยนเส้นทางย้อนหลังให้ครบ

  • เชื่อมต่อ Google Search Console แล้วหรือยัง ถ้ายัง ควรตั้งค่าเพื่อให้เห็นรายงานข้อผิดพลาดการเข้าถึงหน้าเว็บอย่างต่อเนื่อง

  • หน้า 404 ของเว็บไซต์มีทางออกให้ลูกค้าหรือไม่ เช่น ลิงก์กลับหน้าแรกหรือช่องค้นหา ไม่ใช่หน้าว่างเปล่า

ข้อผิดพลาดที่มักเจอเกี่ยวกับการจัดการลิงก์เสีย

นอกจากเรื่อง Redirect ที่เล่าไปแล้ว ยังมีข้อผิดพลาดอื่นที่พบบ่อยเช่นกัน

  • ตั้งค่า Redirect ไปหน้าแรกทุกลิงก์แบบไม่เลือก วิธีนี้ง่ายแต่ไม่ตรงจุด เพราะลูกค้าที่ตั้งใจดูสินค้าเฉพาะอย่าง พอถูกพาไปหน้าแรกเฉย ๆ ก็อาจหาสินค้าที่ต้องการไม่เจอและปิดเว็บไปเหมือนกัน ควร Redirect ไปหน้าที่เกี่ยวข้องที่สุดเท่าที่ทำได้แทน

  • ลืมเช็กลิงก์ภายในหลังลบหรือย้ายหน้าเว็บ ลบหรือย้ายหน้าไปแล้ว แต่ลืมไล่แก้ลิงก์อื่นในเว็บไซต์ที่เคยชี้มาที่หน้านั้น ทำให้ยังมีลิงก์เสียหลงเหลืออยู่ภายในเว็บเอง

  • ปล่อยลิงก์เสียทิ้งไว้นานเพราะคิดว่าไม่สำคัญ ยิ่งปล่อยไว้นาน ยิ่งเสียทั้งโอกาสขายสะสมและอาจกระทบความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ในสายตาลูกค้าที่เจอปัญหาซ้ำหลายครั้ง

  • ไม่เคยตรวจสอบลิงก์เสียเป็นประจำ เว็บไซต์ที่มีเนื้อหาเยอะควรมีรอบตรวจสอบเป็นระยะ ไม่ใช่รอให้ลูกค้าแจ้งมาเองถึงจะรู้ว่ามีปัญหา

สรุป

ลิงก์เสียหรือหน้า 404 อาจดูเป็นปัญหาเล็กน้อยที่มองข้ามได้ง่าย แต่ผลกระทบจริงที่ธุรกิจรู้สึกได้คือยอดขายที่หายไปตรงหน้า โดยเฉพาะเมื่อเกิดขึ้นกับลิงก์จากแคมเปญโฆษณาหรือหน้าสินค้าสำคัญ ลองเช็กเว็บไซต์ตัวเองตามขั้นตอนในบทความนี้ดูก่อน ถ้าพบลิงก์เสีย ก็เป็นจุดที่แก้ไขได้ไม่ยากและเห็นผลค่อนข้างเร็วเมื่อจัดการให้ถูกวิธี

ถ้าอยากให้ทีมช่วยตรวจสอบเว็บไซต์ปัจจุบันว่ามีลิงก์เสียตรงไหนบ้าง หรือกำลังมองหาแพ็กเกจทำเว็บไซต์ใหม่ที่วางระบบดูแลลิงก์และโครงสร้าง URL ไว้ให้ตั้งแต่ต้น ดูรายละเอียดได้ที่หน้า แพ็กเกจรับทำเว็บไซต์ TumWebSME

ทักมาพูดคุยและปรึกษาเราฟรีก่อนตัดสินใจได้ที่:

ติดต่องานและสอบถามบริการ

  • 088-983-9386 (คุณพลอย)

  • 099-856-3198 (คุณแสนนาน)

คำค้นหา:

404
ลิงก์เสีย
Redirect
Crawl Budget

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับบทความนี้

รวมคำถามและคำตอบที่ช่วยให้คุณเข้าใจเนื้อหาในบทความนี้ได้ดียิ่งขึ้น

คือรหัสสถานะที่เซิร์ฟเวอร์ส่งกลับเมื่อมีคนพยายามเข้าหน้าเว็บที่ไม่มีอยู่จริง เช่น หน้าที่ถูกลบหรือย้ายที่อยู่ไปแล้ว

ตามที่ Google ยืนยันอย่างเป็นทางการ 404 ที่เกิดขึ้นตามปกติไม่ได้ทำร้ายอันดับรวมของทั้งเว็บ แต่หน้าสำคัญที่เสียโดยไม่เปลี่ยนเส้นทางจะเสีย Traffic สะสมที่เคยมีไป

ใช้ Google Search Console ดูรายงานข้อผิดพลาดการเข้าถึงหน้าเว็บ หรือไล่คลิกเมนูหลักและลิงก์สำคัญด้วยตัวเองเป็นระยะ

ถ้าหน้านั้นยังเกี่ยวข้อง ควรตั้งค่า Redirect แบบ 301 ไปยังหน้าที่ใกล้เคียงที่สุด ถ้าไม่เกี่ยวข้องเลย ควรออกแบบหน้า 404 ให้มีทางออกให้ลูกค้าแทน

กระทบครับ ถ้าหน้าที่มี Backlink ชี้มากลายเป็น 404 โดยไม่ตั้งค่า Redirect คุณค่าที่ Backlink เคยส่งต่อจะหายไปด้วย

ควรคลิกทดสอบลิงก์ Landing Page ที่ใช้ในแคมเปญก่อนเริ่มยิงโฆษณาทุกครั้ง เพราะลิงก์เสียตรงนี้ทำให้งบโฆษณาสูญเปล่าทันที

ปรึกษาฟรี

เรายินดีให้คำปรึกษา บริการทำเว็บไซต์และระบบเพื่อเป็นเครื่องมือในการต่อยอดธุรกิจของคุณ

ที่อยู่ : บริษัท ซูเปอร์เดฟจำกัด 89 รามคำแหง 82 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ 10240 กทม.

เวลาทำการ : 09:00 - 21:00 (เปิดทุกวัน)

หรือติดตามเรา

FacebookInstagram
TikTok

ให้เราติดต่อหาคุณ