ข้ามไปยังเนื้อหา

รับทำเว็บไซต์อสังหาริมทรัพย์ ระบบลงประกาศที่ทีมขายจัดการเองได้

อัปเดตล่าสุด 19 กันยายน 2569

ถ้าคุณเป็นนายหน้าหรือเอเจนซี่ที่มี listing หลักสิบหลักร้อยรายการ สิ่งที่คุณต้องการไม่ใช่ "เว็บสวย" แต่คือ ระบบจัดการ listing ที่ทีมขายแก้เองได้ทุกวัน — ราคาต้องเปลี่ยนได้ทันทีที่ลูกค้าต่อรอง สถานะ "ขายแล้ว" ต้องเอาออกได้โดยไม่ต้องรอโปรแกรมเมอร์ และรูปที่ถ่ายมาเป็นร้อยภาพต้องโหลดไม่ช้าจนลูกค้าปิดหน้าเว็บหนีไปก่อนเห็นทรัพย์ที่ใช่ TumWebSME เขียนเว็บไซต์อสังหาริมทรัพย์แบบ custom code ที่มีระบบลงประกาศ ค้นหาแบบกรองหลายเงื่อนไข แผนที่ทำเล และฟอร์มนัดชมที่เด้งเข้า LINE ทีมขายทันที ให้ครบในตัวเดียว

เราเข้าใจว่าตลาดอสังหาฯ ไทยมีลูกค้าต่างชาติปนอยู่เสมอ โดยเฉพาะโครงการในภูเก็ตและพัทยา เว็บไซต์ที่เราทำจึงรองรับสองภาษาแบบมี hreflang ถูกต้อง ไม่ใช่แค่ปลั๊กอินแปลภาษาที่ Google มองไม่เห็นความแตกต่าง และเพราะเราเขียนโค้ดเองทั้งระบบ ไม่ได้ต่อปลั๊กอินสำเร็จรูปหลายตัวมาปะกัน เว็บจึงยังเร็วอยู่แม้ listing จะโตขึ้นเรื่อยๆ — นี่คือสิ่งที่ทีมงานเราพิสูจน์มาแล้วกับงานอสังหาริมทรัพย์จริงหลายโครงการ ตั้งแต่ Marketplace ขายบ้านทั้งเกาะภูเก็ต ไปจนถึงเว็บโครงการวิลล่าหรูริมชายหาด

ทำไมเว็บไซต์อสังหาฯ ต้องมีระบบ ไม่ใช่แค่หน้าโชว์รูป

เว็บไซต์อสังหาริมทรัพย์แบบ brochure ทำได้แค่โชว์รูปทรัพย์สินสวยๆ พร้อมเบอร์โทรติดต่อ ซึ่งพอใช้ได้ตอนมีทรัพย์ให้ขายไม่กี่รายการ แต่พอธุรกิจโตขึ้น มีทรัพย์เข้าออกทุกสัปดาห์ เว็บแบบนั้นจะกลายเป็นภาระ เพราะทุกครั้งที่ราคาเปลี่ยน ทุกครั้งที่ขายได้แล้วต้องเอาประกาศลง ทุกครั้งที่มีทรัพย์ใหม่เข้ามา คุณต้องแจ้งคนทำเว็บให้แก้ให้ ซึ่งช้าและมีค่าใช้จ่ายทุกครั้ง ยิ่งธุรกิจมีทรัพย์เยอะขึ้นเท่าไหร่ ภาระนี้ก็ยิ่งทวีคูณขึ้นตามไปด้วย จนบางเจ้าถึงขั้นเลิกอัปเดตเว็บแล้วหันไปใช้แค่เพจ Facebook หรือกลุ่มไลน์แทน ซึ่งกลายเป็นว่าเว็บที่ลงทุนทำไว้กลับไม่มีใครใช้งานจริงอีกต่อไป

เว็บไซต์ที่มี "ระบบ" อยู่หลังบ้านต่างกันตรงที่ทีมขายเข้าไปแก้ข้อมูลได้เองผ่านหน้าจัดการที่ออกแบบมาให้ใช้งานง่าย ไม่ต้องรู้ภาษาโปรแกรม เพิ่มประกาศใหม่ อัปเดตราคา เปลี่ยนสถานะเป็น "ขายแล้ว" หรือ "จองแล้ว" ได้ภายในไม่กี่นาที ความต่างนี้ฟังดูเล็ก แต่ในธุรกิจที่ข้อมูลทรัพย์เปลี่ยนทุกวัน มันคือความต่างระหว่างเว็บที่ลูกค้าเชื่อถือกับเว็บที่ลูกค้าเจอข้อมูลผิดแล้วเลิกเชื่อทั้งเว็บ

ลองนึกภาพลูกค้าที่เจอทรัพย์ที่ชอบบนเว็บ โทรมาถามแล้วได้คำตอบว่า "อันนั้นขายไปแล้วค่ะ" ทั้งที่หน้าเว็บยังโชว์ว่าพร้อมขาย — ความรู้สึกแรกที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่ผิดหวัง แต่คือไม่แน่ใจว่าทรัพย์รายการอื่นที่เห็นอยู่จะจริงหรือเปล่า นี่คือต้นทุนที่มองไม่เห็นของเว็บที่ไม่มีระบบหลังบ้านรองรับ ทุกครั้งที่ข้อมูลไม่ตรงกับความจริงแม้แต่ครั้งเดียว ความน่าเชื่อถือของทั้งเว็บก็สั่นคลอนไปด้วย ในทางกลับกัน เว็บที่ทีมขายอัปเดตเองได้ทันทีที่มีอะไรเปลี่ยนแปลง จะรักษาความไว้วางใจนี้ไว้ได้ตลอดอายุของธุรกิจ ไม่ใช่แค่ตอนเปิดเว็บใหม่ๆ

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แต่ละแบบก็มีวิธีทำงานต่างกัน เอเจนซี่ที่รับฝากขายทรัพย์จากหลายเจ้าของ ต้องการระบบที่แยกได้ว่าทรัพย์ไหนเป็นของใคร ส่วนโครงการที่เจ้าของพัฒนาเองทั้งหมด ต้องการระบบที่โชว์ยูนิตคงเหลือแบบเรียลไทม์ ในขณะที่ศูนย์รับสร้างบ้านต้องการแคตตาล็อกแบบบ้านที่จัดหมวดตามงบและพื้นที่ใช้สอย เราออกแบบระบบให้เข้ากับวิธีทำงานจริงของแต่ละธุรกิจ ไม่ใช่บีบทุกเจ้าให้ใช้โครงสร้างเดียวกันเหมือนเทมเพลตสำเร็จรูป เพราะสุดท้ายแล้วระบบหลังบ้านที่ทีมขายไม่ถนัดใช้ ต่อให้หน้าเว็บสวยแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์ ถ้าทีมขายยังต้องจดข้อมูลไว้ในไลน์กลุ่มแล้วฝากให้คนอื่นอัปเดตเว็บให้แทน

ฟีเจอร์ที่เว็บอสังหาฯ ต้องมี

เว็บไซต์อสังหาริมทรัพย์ที่ใช้งานได้จริงในสนามจริง ควรมีฟีเจอร์เหล่านี้ครบ ไม่ใช่แค่บางอัน:

ฟีเจอร์เหล่านี้ฟังดูเหมือนของพื้นฐานที่เว็บอสังหาฯ ควรมีอยู่แล้ว แต่ในทางปฏิบัติ เว็บจำนวนมากมีแค่บางส่วน เช่น มีแกลเลอรีรูปสวยแต่ค้นหาได้แค่เงื่อนไขเดียว หรือมีระบบค้นหาที่ดีแต่ทีมขายแก้ข้อมูลเองไม่ได้ต้องรอโปรแกรมเมอร์ ความครบของฟีเจอร์จึงสำคัญไม่น้อยกว่าคุณภาพของแต่ละฟีเจอร์เดี่ยวๆ เพราะลูกค้าที่กำลังหาบ้านหรือคอนโดจริงจัง มักใช้หลายฟีเจอร์พร้อมกันในการตัดสินใจ — ดูรูป กรองราคา เช็กแผนที่ แล้วค่อยกดฟอร์มนัดชม ถ้าขาดอันไหนไปอันหนึ่ง ลูกค้าก็มีโอกาสออกจากเว็บไปหาที่อื่นที่ครบกว่า

  • ระบบลงประกาศที่ทีมขายกรอกเองได้ ไม่ต้องพึ่งโปรแกรมเมอร์ทุกครั้งที่มีทรัพย์ใหม่
  • ค้นหาแบบกรองหลายเงื่อนไขพร้อมกัน (ราคา ทำเล จำนวนห้องนอน พื้นที่ใช้สอย) เพื่อให้ลูกค้าเจอทรัพย์ที่ตรงใจเร็วที่สุด
  • แผนที่และจุดสนใจรอบโครงการ ช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจได้โดยไม่ต้องเดินทางไปดูสถานที่จริงก่อน
  • แกลเลอรีรูปจำนวนมากที่ยังโหลดเร็ว ไม่ใช่แค่มีรูปสวยแต่เว็บอืดจนลูกค้าปิดหนี
  • หลายภาษาสำหรับลูกค้าต่างชาติ พร้อมโครงสร้างที่ Google แยกแต่ละภาษาได้ถูกต้อง
  • ฟอร์มนัดชมโครงการที่เด้งเข้า LINE หรืออีเมลทีมขายทันที ไม่ต้องรอเช็กอีเมลทีหลัง

ลูกค้าต่างชาติกับเว็บสองภาษา

โครงการอสังหาริมทรัพย์ในเมืองท่องเที่ยวอย่างภูเก็ตหรือพัทยา มีลูกค้าต่างชาติเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญเสมอ และหลายเจ้าของเว็บแก้ปัญหานี้ด้วยการฝัง Google Translate ไว้ที่มุมเว็บ ซึ่งแปลได้จริงแต่ Google ไม่มองว่าเป็นหน้าเว็บภาษาอังกฤษที่แท้จริง เพราะโครงสร้าง URL และเนื้อหาที่ Google เก็บไปยังเป็นภาษาไทยอยู่ดี ลูกค้าต่างชาติที่ค้นหาด้วยคำภาษาอังกฤษจึงไม่มีโอกาสเจอเว็บของคุณตั้งแต่แรก

สิ่งที่ทำให้ต่างออกไปคือ hreflang — แท็กที่บอก Google ตรงๆ ว่าหน้านี้มีเวอร์ชันภาษาไทยและเวอร์ชันภาษาอังกฤษคนละ URL กัน เพื่อให้ Google ส่งลูกค้าคนไทยไปหน้าไทย และส่งลูกค้าต่างชาติไปหน้าอังกฤษโดยอัตโนมัติ ทีมเราเคยทำงานจริงกับโครงการอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ตที่มีลูกค้าเป็นชาวต่างชาติเป็นหลัก และวางโครงสร้างสองภาษานี้ให้ตั้งแต่ต้น ไม่ใช่แปะปลั๊กอินแปลภาษาทีหลัง

นอกจากเรื่อง SEO แล้ว เว็บสองภาษาที่ดียังต้องคิดเรื่องเนื้อหาให้ครบทั้งสองฝั่งด้วย ไม่ใช่แปลตรงคำต่อคำ เพราะสิ่งที่ลูกค้าต่างชาติอยากรู้ก่อนตัดสินใจซื้อทรัพย์ในไทย มักมีรายละเอียดที่ลูกค้าไทยไม่ต้องถามอยู่แล้ว เช่น ขั้นตอนการโอนกรรมสิทธิ์สำหรับคนต่างชาติ หรือสัดส่วนการถือครองที่กฎหมายอนุญาต หน้าเว็บภาษาอังกฤษที่ดีจึงควรเตรียมข้อมูลเหล่านี้ให้พร้อม ไม่ใช่แค่แปลข้อความหน้าไทยแล้วจบ

ผลงานจริงในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์

เราเคยทำเว็บไซต์อสังหาริมทรัพย์มาแล้วหลายรูปแบบ ทั้ง Marketplace ที่รวบรวมทรัพย์ทั้งเกาะ เอเจนซี่ที่ต้องการระบบจัดการทรัพย์ของตัวเอง โครงการวิลล่าหรูระดับไฮเอนด์ และศูนย์รับสร้างบ้านที่ต้องโชว์แคตตาล็อกแบบบ้านมาตรฐาน — แต่ละงานมีโจทย์ต่างกัน แต่หัวใจเดียวกันคือทำให้ทีมขายจัดการข้อมูลได้เอง และทำให้ลูกค้าหาทรัพย์ที่ต้องการได้เร็ว

ความหลากหลายของงานเหล่านี้สอนเราว่าไม่มีสูตรเดียวที่ใช้ได้กับทุกธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ Marketplace ที่รวมทรัพย์จากหลายนายหน้าต้องเน้นปริมาณและความเร็วในการค้นหา ส่วนโครงการเดี่ยวระดับไฮเอนด์ต้องเน้นการเล่าเรื่องผ่านภาพและวิดีโอมากกว่าตัวกรองค้นหาที่ซับซ้อน ในขณะที่ศูนย์รับสร้างบ้านต้องเน้นให้ลูกค้าเปรียบเทียบแบบบ้านได้ง่ายก่อนนัดคุยกับทีมงาน เราจึงเริ่มทุกโครงการด้วยการฟังก่อนว่าลูกค้าธุรกิจของเราขายอะไร ขายให้ใคร แล้วออกแบบระบบให้ตอบโจทย์นั้นโดยเฉพาะ ไม่ใช่หยิบเทมเพลตเดิมมาเปลี่ยนแค่โลโก้และสี

YOO Phuket คือ Marketplace อสังหาริมทรัพย์ที่รวบรวมประกาศซื้อ ขาย เช่า ทั่วทั้งเกาะภูเก็ตไว้ในที่เดียว เปิดให้นายหน้าลงประกาศได้เองอย่างเป็นระบบผ่านหน้าจัดการที่ไม่ต้องรู้ภาษาโปรแกรม พร้อมระบบค้นหาที่เจาะลึกทำเลในพื้นที่ ช่วยให้คนหาบ้านหรือคอนโดในภูเก็ตเจอทรัพย์ที่ต้องการได้เร็วขึ้น โดยวางโครงสร้าง SEO ให้เจาะกลุ่มคำค้นหาเฉพาะทางของตลาดภูเก็ตไปพร้อมกัน

Elegant Dream Estate เอเจนซี่อสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ต ได้เว็บไซต์ที่มีระบบจัดการทรัพย์สินละเอียด จัดหมวดหมู่ได้ชัดเจนและง่ายต่อการค้นหา พร้อมตัวกรองค้นหาบ้าน วิลล่า และคอนโด แสดงผลได้ดีทุกอุปกรณ์ และรองรับทั้งลูกค้าไทยและต่างชาติ Managing Director ของ Elegant Dream Estate ให้ความเห็นไว้บนหน้าผลงานว่าประทับใจการทำงานที่เป็นระบบและมีขั้นตอนชัดเจน

9Progress Property ที่ปรึกษาและตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ตที่ให้บริการรับฝากขาย เช่า จำนอง และงานช่างรีโนเวทแบบครบวงจร ได้เว็บไซต์ที่เป็นศูนย์กลางทรัพย์ (Property Hub) พร้อมระบบค้นหาแยกตามประเภทซื้อ-เช่า-ขายและทำเลที่ตั้งอย่างละเอียด และมีฟังก์ชันคำนวณสินเชื่อเบื้องต้นบนหน้าเว็บช่วยลูกค้าวางแผนทางการเงินก่อนตัดสินใจซื้อ

โครงการพูลวิลล่าระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรีริมชายหาดดงตาล พัทยา ได้เว็บไซต์แนว Landing Page ที่เน้นนำเสนอวิดีโอเปิดตัวโครงการและภาพถ่ายความละเอียดสูงอย่างลื่นไหล ดีไซน์หรูหราไร้กาลเวลาที่สื่อถึงความเป็นส่วนตัวของโครงการ พร้อมระบบลงทะเบียนรับข้อมูลระดับ Exclusive สำหรับกลุ่มลูกค้าระดับบน

Future Home Thailand ศูนย์รับสร้างบ้านในราชบุรีและพื้นที่ภาคตะวันตก ได้เว็บไซต์ที่จัดหมวดหมู่แบบบ้านมาตรฐานพร้อมข้อมูลพื้นที่ใช้สอยและผลงานก่อสร้างจริงไว้เป็นระบบ ดูเป็นมืออาชีพและน่าเชื่อถือ ช่วยให้ลูกค้าเลือกแบบบ้านที่ตรงใจและตรวจสอบมาตรฐานการทำงานได้ง่ายขึ้นก่อนตัดสินใจ

custom code กับ WordPress ต่างกันยังไงสำหรับเว็บอสังหาฯ

เว็บอสังหาริมทรัพย์บน WordPress ส่วนใหญ่ต่อปลั๊กอินสำเร็จรูปเข้ามาทำหน้าที่ระบบ listing ระบบค้นหา ระบบหลายภาษา และแกลเลอรีรูป — แต่ละอันเป็นปลั๊กอินคนละตัว คนละบริษัทที่ดูแล ก่อนตัดสินใจ ลองถามคนที่เสนอเว็บ WordPress ให้คุณตรงๆ เหล่านี้ดูได้:

เราเลือกเขียนโค้ดเองทั้งระบบ เพราะระบบ listing ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แต่ละเจ้าไม่เหมือนกัน ฟิลด์ที่ต้องใช้ วิธีจัดหมวดหมู่ทรัพย์ และขั้นตอนอนุมัติก่อนเผยแพร่ประกาศ ก็ต่างกันไปตามวิธีทำงานจริงของทีมขาย โค้ดที่เขียนเฉพาะจึงปรับตามธุรกิจได้โดยไม่ต้องหาปลั๊กอินมาแก้ทับกันหลายชั้น

ไม่ได้แปลว่า WordPress ใช้ทำเว็บอสังหาฯ ไม่ได้เลย ธุรกิจที่มีทรัพย์ไม่กี่รายการและไม่ได้เติบโตเร็ว WordPress กับปลั๊กอินสำเร็จรูปก็ตอบโจทย์ได้ในงบที่ประหยัดกว่า แต่ถ้าธุรกิจของคุณมีแผนจะโตเรื่อยๆ มีทรัพย์เข้าออกทุกสัปดาห์ และตั้งใจใช้เว็บเป็นเครื่องมือหลักในการหาลูกค้าไปอีกหลายปี คำถามข้างบนคือสิ่งที่ควรถามให้ชัดตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน เพื่อไม่ให้ต้องมารื้อระบบใหม่ทั้งหมดตอนที่ธุรกิจโตเกินกว่าที่ปลั๊กอินจะรองรับได้

  • listing 500 รายการขึ้นไปแล้วเว็บยังเร็วอยู่ไหม — ปลั๊กอินอสังหาฯ บน WordPress มักยิง query หนักตอนกรองหลายเงื่อนไขพร้อมกัน ถามได้เลยว่าเขาเคยทำเว็บที่มีทรัพย์ถึงระดับนี้จริงไหม
  • ค่าปลั๊กอินรายปีรวมกันทั้งหมดเท่าไหร่ — ระบบ listing บวกระบบค้นหา บวกหลายภาษา บวกแกลเลอรี มักเป็นปลั๊กอินเสียเงินคนละตัว ต้องต่ออายุทุกปีตลอดอายุเว็บ
  • ถ้าปลั๊กอินตัวไหนเลิก support แล้วยังไงต่อ — ระบบ listing ที่ธุรกิจพึ่งพาอยู่ทุกวัน ผูกอยู่กับผู้พัฒนาภายนอกที่คุณควบคุมไม่ได้เลย
  • field ของประกาศที่ธุรกิจคุณใช้จริง ปรับได้ละเอียดแค่ไหน — ปลั๊กอินสำเร็จรูปมี field ตายตัวตามที่เขาออกแบบมา ถ้าธุรกิจคุณต้องการข้อมูลที่ปลั๊กอินไม่มี ก็ต้องดัดแปลงหรืออยู่กับข้อจำกัดนั้นไปตลอด
  • source code กับโดเมนเป็นชื่อใคร ย้ายออกไปที่อื่นได้ไหม — ข้อนี้สำคัญกับทุกเว็บไม่ใช่แค่อสังหาฯ แต่ยิ่งสำคัญกับธุรกิจที่ข้อมูลทรัพย์เป็นสินทรัพย์หลักของบริษัท

ขั้นตอนการทำงาน

งานเว็บไซต์อสังหาริมทรัพย์ของเราเริ่มจากการเก็บ requirement ของ listing ให้ครบก่อน — ทีมขายของคุณใช้ field อะไรอยู่บ้าง มีขั้นตอนอนุมัติประกาศยังไง ถ้ามี listing เดิมอยู่แล้วในระบบอื่น เราช่วย import ข้อมูลเข้ามาให้โดยไม่ต้องกรอกใหม่ทั้งหมด จากนั้นออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์ตามโจทย์ ทดสอบระบบค้นหาและฟอร์มนัดชมให้ทำงานถูกต้องก่อนเปิดใช้จริง และปิดท้ายด้วยการสอนทีมขายให้ใช้ระบบหลังบ้านเป็น เพื่อให้ทุกคนแก้ข้อมูลทรัพย์เองได้ตั้งแต่วันแรกที่เว็บขึ้นจริง

ตลอดกระบวนการนี้ เราให้ทีมขายของคุณเข้ามาทดลองใช้ระบบหลังบ้านตั้งแต่ช่วงก่อนเปิดเว็บจริง ไม่ใช่รอให้เว็บเสร็จแล้วมาสอนทีเดียวตอนท้าย เพราะปัญหาที่เจอบ่อยที่สุดของเว็บอสังหาฯ ที่ทำมาไม่ตรงกับวิธีทำงานจริง คือทีมขายรู้สึกว่าใช้ยากแล้วเลี่ยงไปใช้วิธีเดิม เช่น ส่งรูปทรัพย์ผ่านไลน์กลุ่มแทนที่จะลงในระบบ การให้ทีมขายมีส่วนร่วมตั้งแต่ต้นจึงช่วยให้ระบบที่ได้ตรงกับพฤติกรรมการทำงานจริง และถูกใช้งานต่อเนื่องหลังเว็บเปิดตัวไปแล้วหลายเดือน ไม่ใช่แค่ช่วงแรกที่ยังตื่นเต้นกับของใหม่

ผลงานที่เกี่ยวข้อง

ราคาแพ็กเกจรับทำเว็บไซต์

ราคาในตารางนี้มาจากแพ็กเกจปัจจุบัน ราคาสุดท้ายขึ้นอยู่กับขอบเขตงาน และประเมินให้ฟรีหลังคุยรายละเอียด

แพ็กเกจราคาสิ่งที่ได้
Starter รับทำเว็บไซต์บริษัท มาตรฐานสากล฿79,000เว็บไซต์: 2 หน้าภาษา: 1 ภาษาฟรี โดเมน: 3 เดือนฟรี Premium Hosting: 3 เดือนฟรี ดูแลหลังการขาย: 3 เดือนฟรีบทความ SEO: 2 บทความฟรี รายงานการเข้าชมเว็บ: 3 เดือน
Standard รับทำเว็บไซต์องค์กร รองรับ SEO และ AI Search฿119,000เว็บไซต์: 6 หน้าภาษา: 2 ภาษาฟรี โดเมน: 6 เดือนฟรี Premium Hosting: 6 เดือนฟรี ดูแลหลังการขาย: 6 เดือนฟรีบทความ SEO: 2 บทความฟรี รายงานการเข้าชมเว็บ: 6 เดือน
E-Commerce รับทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ ซื้อขายจบในที่เดียว฿199,000เว็บไซต์: ไม่จำกัดภาษา: 2 ภาษาฟรี โดเมน: 2 เดือนฟรี Premium Hosting: 2 เดือนฟรี ดูแลหลังการขาย: 2 เดือนฟรีบทความ SEO: 2 บทความฟรี รายงานการเข้าชมเว็บ: 2 เดือน
System รับพัฒนาระบบบริหารตามความต้องการเฉพาะ฿249,000เว็บไซต์: ไม่จำกัดภาษา: 2 ภาษาฟรี โดเมน: 12 เดือนฟรี Premium Hosting: 12 เดือนฟรี ดูแลหลังการขาย: 12 เดือน

ดูรายละเอียดทุกแพ็กเกจต้องการระบบเฉพาะ? ดูบริการรับเขียนโปรแกรม

รับทำเว็บไซต์อสังหาริมทรัพย์ ระบบลงประกาศที่ทีมขายจัดการเองได้

คำถามที่พบบ่อย

เว็บไซต์อสังหาริมทรัพย์ต่างจากเว็บธุรกิจทั่วไปยังไง

เว็บอสังหาฯ ต้องมีระบบจัดการ listing ที่ทีมขายแก้ข้อมูลเองได้ทุกวัน ไม่ใช่แค่หน้าโชว์รูปสวยๆ เพราะราคา สถานะ และจำนวนทรัพย์เปลี่ยนบ่อยกว่าธุรกิจทั่วไปมาก การมีระบบหลังบ้านที่ใช้งานง่ายจึงสำคัญกว่าความสวยของหน้าเว็บเสียอีก

ถ้ามี listing เดิมอยู่แล้วหลายร้อยรายการ ย้ายมาเว็บใหม่ยากไหม

ไม่ต้องกรอกข้อมูลใหม่ทั้งหมด ทีมเราช่วย import ข้อมูลประกาศเดิมเข้าสู่ระบบใหม่ให้ ขั้นตอนนี้อยู่ในกระบวนการทำงานตั้งแต่ต้น เพื่อให้เปลี่ยนเว็บโดยไม่เสียข้อมูลที่สะสมมา

ทำไมต้องมีเว็บสองภาษาถ้าลูกค้าไทยก็มีอยู่แล้ว

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ท่องเที่ยวอย่างภูเก็ตและพัทยามีลูกค้าต่างชาติเป็นสัดส่วนสำคัญ การมีเว็บสองภาษาที่ Google แยกแต่ละภาษาถูกต้องด้วย hreflang ช่วยให้ลูกค้าต่างชาติค้นหาแล้วเจอเว็บของคุณตั้งแต่แรก ไม่ใช่แค่แปลด้วยปลั๊กอินที่ Google มองไม่เห็นความแตกต่าง

listing เยอะแล้วเว็บจะช้าไหม

ขึ้นอยู่กับว่าระบบค้นหาและฐานข้อมูลถูกออกแบบมารองรับปริมาณข้อมูลจริงหรือเปล่า เว็บที่ต่อปลั๊กอินหลายตัวมาปะกันมักจะช้าลงเมื่อทรัพย์เพิ่มขึ้น ส่วนเว็บที่เขียนโค้ดเฉพาะออกแบบมาให้รองรับการกรองหลายเงื่อนไขได้ตั้งแต่ต้น จะยังเร็วอยู่แม้ listing โตขึ้นมาก

ทำเว็บอสังหาริมทรัพย์ใช้เวลานานแค่ไหน

ระยะเวลาขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของระบบ listing ที่ธุรกิจคุณต้องการ เช่น จำนวน field ที่ต้องใช้ ขั้นตอนอนุมัติประกาศ และจำนวนภาษาที่ต้องรองรับ ทีมเราจะเก็บ requirement ให้ครบก่อนเริ่มงาน เพื่อให้ประเมินระยะเวลาที่แม่นยำสำหรับธุรกิจของคุณโดยเฉพาะ

ถ้าอนาคตอยากเพิ่มฟีเจอร์ใหม่เข้าไปในเว็บ ทำได้ไหม

ได้ เพราะเป็นโค้ดที่เขียนเฉพาะสำหรับธุรกิจคุณ ไม่ได้ผูกกับปลั๊กอินสำเร็จรูปที่มีข้อจำกัดตายตัว การเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ในอนาคตจึงทำได้โดยไม่ต้องรื้อระบบเดิมทั้งหมด เช่น ถ้าวันหนึ่งอยากเพิ่มระบบคำนวณสินเชื่อ หรือระบบจองชมโครงการแบบเลือกช่วงเวลาได้เอง ก็ต่อยอดจากระบบเดิมได้โดยตรง

มีทรัพย์อยู่ในหลายทำเล เว็บเดียวรองรับได้ไหม

ได้ ระบบค้นหาที่กรองตามทำเลและประเภททรัพย์รองรับการมีทรัพย์กระจายอยู่หลายพื้นที่ได้อยู่แล้วในตัว ไม่ต้องแยกทำเว็บใหม่ทุกครั้งที่ขยายไปทำเลใหม่ สิ่งที่ต้องคุยกันแต่ต้นคือโครงสร้างหมวดหมู่ทำเลที่ธุรกิจคุณใช้จริง เพื่อให้ระบบจัดกลุ่มได้ตรงตั้งแต่วันแรก

บทความที่เกี่ยวข้อง

ปรึกษาฟรี

เรายินดีให้คำปรึกษา บริการทำเว็บไซต์และระบบเพื่อเป็นเครื่องมือในการต่อยอดธุรกิจของคุณ

ที่อยู่ : บริษัท ซูเปอร์เดฟจำกัด 89 รามคำแหง 82 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ 10240 กทม.

เวลาทำการ : 09:00 - 21:00 (เปิดทุกวัน)

หรือติดตามเรา

FacebookInstagram
TikTok

ให้เราติดต่อหาคุณ