ข้ามไปยังเนื้อหา

อสังหาริมทรัพย์

รับทำเว็บไซต์อสังหาริมทรัพย์ ระบบลงประกาศที่ทีมขายจัดการเองได้

อัปเดตล่าสุด 19 กันยายน 2569

ถ้าคุณเป็นนายหน้าหรือเอเจนซี่ที่มี listing หลักสิบหลักร้อยรายการ สิ่งที่คุณต้องการไม่ใช่ "เว็บสวย" แต่คือ ระบบจัดการ listing ที่ทีมขายแก้เองได้ทุกวัน — ราคาต้องเปลี่ยนได้ทันทีที่ลูกค้าต่อรอง สถานะ "ขายแล้ว" ต้องเอาออกได้โดยไม่ต้องรอโปรแกรมเมอร์ และรูปที่ถ่ายมาเป็นร้อยภาพต้องโหลดไม่ช้าจนลูกค้าปิดหน้าเว็บหนีไปก่อนเห็นทรัพย์ที่ใช่ TumWebSME เขียนเว็บไซต์อสังหาริมทรัพย์แบบ custom code ที่มีระบบลงประกาศ ค้นหาแบบกรองหลายเงื่อนไข แผนที่ทำเล และฟอร์มนัดชมที่เด้งเข้า LINE ทีมขายทันที ให้ครบในตัวเดียว

เราเข้าใจว่าตลาดอสังหาฯ ไทยมีลูกค้าต่างชาติปนอยู่เสมอ โดยเฉพาะโครงการในภูเก็ตและพัทยา เว็บไซต์ที่เราทำจึงรองรับสองภาษาแบบมี hreflang ถูกต้อง ไม่ใช่แค่ปลั๊กอินแปลภาษาที่ Google มองไม่เห็นความแตกต่าง และเพราะเราเขียนโค้ดเองทั้งระบบ ไม่ได้ต่อปลั๊กอินสำเร็จรูปหลายตัวมาปะกัน เว็บจึงยังเร็วอยู่แม้ listing จะโตขึ้นเรื่อยๆ — นี่คือสิ่งที่ทีมงานเราพิสูจน์มาแล้วกับงานอสังหาริมทรัพย์จริงหลายโครงการ ตั้งแต่ Marketplace ขายบ้านทั้งเกาะภูเก็ต ไปจนถึงเว็บโครงการวิลล่าหรูริมชายหาด

ราคาเริ่มต้น
฿79,000 ราคา One Stop Service
ผลงานที่เกี่ยวข้อง
5 งาน ดูได้ในหน้านี้
วิธีทำ
เขียนโค้ดเอง ไม่ใช้ WordPress หรือเทมเพลต
เริ่มคุย
ฟรี ประเมินขอบเขตและราคาให้ก่อน

ทำไมเว็บไซต์อสังหาฯ ต้องมีระบบ ไม่ใช่แค่หน้าโชว์รูป

เว็บไซต์อสังหาริมทรัพย์แบบ brochure ทำได้แค่โชว์รูปทรัพย์สินสวยๆ พร้อมเบอร์โทรติดต่อ ซึ่งพอใช้ได้ตอนมีทรัพย์ให้ขายไม่กี่รายการ แต่พอธุรกิจโตขึ้น มีทรัพย์เข้าออกทุกสัปดาห์ เว็บแบบนั้นจะกลายเป็นภาระ เพราะทุกครั้งที่ราคาเปลี่ยน ทุกครั้งที่ขายได้แล้วต้องเอาประกาศลง ทุกครั้งที่มีทรัพย์ใหม่เข้ามา คุณต้องแจ้งคนทำเว็บให้แก้ให้ ซึ่งช้าและมีค่าใช้จ่ายทุกครั้ง ยิ่งธุรกิจมีทรัพย์เยอะขึ้นเท่าไหร่ ภาระนี้ก็ยิ่งทวีคูณขึ้นตามไปด้วย จนบางเจ้าถึงขั้นเลิกอัปเดตเว็บแล้วหันไปใช้แค่เพจ Facebook หรือกลุ่มไลน์แทน ซึ่งกลายเป็นว่าเว็บที่ลงทุนทำไว้กลับไม่มีใครใช้งานจริงอีกต่อไป

เว็บไซต์ที่มี "ระบบ" อยู่หลังบ้านต่างกันตรงที่ทีมขายเข้าไปแก้ข้อมูลได้เองผ่านหน้าจัดการที่ออกแบบมาให้ใช้งานง่าย ไม่ต้องรู้ภาษาโปรแกรม เพิ่มประกาศใหม่ อัปเดตราคา เปลี่ยนสถานะเป็น "ขายแล้ว" หรือ "จองแล้ว" ได้ภายในไม่กี่นาที ความต่างนี้ฟังดูเล็ก แต่ในธุรกิจที่ข้อมูลทรัพย์เปลี่ยนทุกวัน มันคือความต่างระหว่างเว็บที่ลูกค้าเชื่อถือกับเว็บที่ลูกค้าเจอข้อมูลผิดแล้วเลิกเชื่อทั้งเว็บ

ลองนึกภาพลูกค้าที่เจอทรัพย์ที่ชอบบนเว็บ โทรมาถามแล้วได้คำตอบว่า "อันนั้นขายไปแล้วค่ะ" ทั้งที่หน้าเว็บยังโชว์ว่าพร้อมขาย — ความรู้สึกแรกที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่ผิดหวัง แต่คือไม่แน่ใจว่าทรัพย์รายการอื่นที่เห็นอยู่จะจริงหรือเปล่า นี่คือต้นทุนที่มองไม่เห็นของเว็บที่ไม่มีระบบหลังบ้านรองรับ ทุกครั้งที่ข้อมูลไม่ตรงกับความจริงแม้แต่ครั้งเดียว ความน่าเชื่อถือของทั้งเว็บก็สั่นคลอนไปด้วย ในทางกลับกัน เว็บที่ทีมขายอัปเดตเองได้ทันทีที่มีอะไรเปลี่ยนแปลง จะรักษาความไว้วางใจนี้ไว้ได้ตลอดอายุของธุรกิจ ไม่ใช่แค่ตอนเปิดเว็บใหม่ๆ

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แต่ละแบบก็มีวิธีทำงานต่างกัน เอเจนซี่ที่รับฝากขายทรัพย์จากหลายเจ้าของ ต้องการระบบที่แยกได้ว่าทรัพย์ไหนเป็นของใคร ส่วนโครงการที่เจ้าของพัฒนาเองทั้งหมด ต้องการระบบที่โชว์ยูนิตคงเหลือแบบเรียลไทม์ ในขณะที่ศูนย์รับสร้างบ้านต้องการแคตตาล็อกแบบบ้านที่จัดหมวดตามงบและพื้นที่ใช้สอย เราออกแบบระบบให้เข้ากับวิธีทำงานจริงของแต่ละธุรกิจ ไม่ใช่บีบทุกเจ้าให้ใช้โครงสร้างเดียวกันเหมือนเทมเพลตสำเร็จรูป เพราะสุดท้ายแล้วระบบหลังบ้านที่ทีมขายไม่ถนัดใช้ ต่อให้หน้าเว็บสวยแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์ ถ้าทีมขายยังต้องจดข้อมูลไว้ในไลน์กลุ่มแล้วฝากให้คนอื่นอัปเดตเว็บให้แทน

ลูกค้าต่างชาติกับเว็บสองภาษา

โครงการอสังหาริมทรัพย์ในเมืองท่องเที่ยวอย่างภูเก็ตหรือพัทยา มีลูกค้าต่างชาติเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญเสมอ และหลายเจ้าของเว็บแก้ปัญหานี้ด้วยการฝัง Google Translate ไว้ที่มุมเว็บ ซึ่งแปลได้จริงแต่ Google ไม่มองว่าเป็นหน้าเว็บภาษาอังกฤษที่แท้จริง เพราะโครงสร้าง URL และเนื้อหาที่ Google เก็บไปยังเป็นภาษาไทยอยู่ดี ลูกค้าต่างชาติที่ค้นหาด้วยคำภาษาอังกฤษจึงไม่มีโอกาสเจอเว็บของคุณตั้งแต่แรก

สิ่งที่ทำให้ต่างออกไปคือ hreflang — แท็กที่บอก Google ตรงๆ ว่าหน้านี้มีเวอร์ชันภาษาไทยและเวอร์ชันภาษาอังกฤษคนละ URL กัน เพื่อให้ Google ส่งลูกค้าคนไทยไปหน้าไทย และส่งลูกค้าต่างชาติไปหน้าอังกฤษโดยอัตโนมัติ ทีมเราเคยทำงานจริงกับโครงการอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ตที่มีลูกค้าเป็นชาวต่างชาติเป็นหลัก และวางโครงสร้างสองภาษานี้ให้ตั้งแต่ต้น ไม่ใช่แปะปลั๊กอินแปลภาษาทีหลัง

นอกจากเรื่อง SEO แล้ว เว็บสองภาษาที่ดียังต้องคิดเรื่องเนื้อหาให้ครบทั้งสองฝั่งด้วย ไม่ใช่แปลตรงคำต่อคำ เพราะสิ่งที่ลูกค้าต่างชาติอยากรู้ก่อนตัดสินใจซื้อทรัพย์ในไทย มักมีรายละเอียดที่ลูกค้าไทยไม่ต้องถามอยู่แล้ว เช่น ขั้นตอนการโอนกรรมสิทธิ์สำหรับคนต่างชาติ หรือสัดส่วนการถือครองที่กฎหมายอนุญาต หน้าเว็บภาษาอังกฤษที่ดีจึงควรเตรียมข้อมูลเหล่านี้ให้พร้อม ไม่ใช่แค่แปลข้อความหน้าไทยแล้วจบ

custom code กับ WordPress ต่างกันยังไงสำหรับเว็บอสังหาฯ

เว็บอสังหาริมทรัพย์บน WordPress ส่วนใหญ่ต่อปลั๊กอินสำเร็จรูปเข้ามาทำหน้าที่ระบบ listing ระบบค้นหา ระบบหลายภาษา และแกลเลอรีรูป — แต่ละอันเป็นปลั๊กอินคนละตัว คนละบริษัทที่ดูแล ก่อนตัดสินใจ ลองถามคนที่เสนอเว็บ WordPress ให้คุณตรงๆ เหล่านี้ดูได้:

เราเลือกเขียนโค้ดเองทั้งระบบ เพราะระบบ listing ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แต่ละเจ้าไม่เหมือนกัน ฟิลด์ที่ต้องใช้ วิธีจัดหมวดหมู่ทรัพย์ และขั้นตอนอนุมัติก่อนเผยแพร่ประกาศ ก็ต่างกันไปตามวิธีทำงานจริงของทีมขาย โค้ดที่เขียนเฉพาะจึงปรับตามธุรกิจได้โดยไม่ต้องหาปลั๊กอินมาแก้ทับกันหลายชั้น

ไม่ได้แปลว่า WordPress ใช้ทำเว็บอสังหาฯ ไม่ได้เลย ธุรกิจที่มีทรัพย์ไม่กี่รายการและไม่ได้เติบโตเร็ว WordPress กับปลั๊กอินสำเร็จรูปก็ตอบโจทย์ได้ในงบที่ประหยัดกว่า แต่ถ้าธุรกิจของคุณมีแผนจะโตเรื่อยๆ มีทรัพย์เข้าออกทุกสัปดาห์ และตั้งใจใช้เว็บเป็นเครื่องมือหลักในการหาลูกค้าไปอีกหลายปี คำถามข้างบนคือสิ่งที่ควรถามให้ชัดตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน เพื่อไม่ให้ต้องมารื้อระบบใหม่ทั้งหมดตอนที่ธุรกิจโตเกินกว่าที่ปลั๊กอินจะรองรับได้

  • listing 500 รายการขึ้นไปแล้วเว็บยังเร็วอยู่ไหมปลั๊กอินอสังหาฯ บน WordPress มักยิง query หนักตอนกรองหลายเงื่อนไขพร้อมกัน ถามได้เลยว่าเขาเคยทำเว็บที่มีทรัพย์ถึงระดับนี้จริงไหม
  • ค่าปลั๊กอินรายปีรวมกันทั้งหมดเท่าไหร่ระบบ listing บวกระบบค้นหา บวกหลายภาษา บวกแกลเลอรี มักเป็นปลั๊กอินเสียเงินคนละตัว ต้องต่ออายุทุกปีตลอดอายุเว็บ
  • ถ้าปลั๊กอินตัวไหนเลิก support แล้วยังไงต่อระบบ listing ที่ธุรกิจพึ่งพาอยู่ทุกวัน ผูกอยู่กับผู้พัฒนาภายนอกที่คุณควบคุมไม่ได้เลย
  • field ของประกาศที่ธุรกิจคุณใช้จริง ปรับได้ละเอียดแค่ไหนปลั๊กอินสำเร็จรูปมี field ตายตัวตามที่เขาออกแบบมา ถ้าธุรกิจคุณต้องการข้อมูลที่ปลั๊กอินไม่มี ก็ต้องดัดแปลงหรืออยู่กับข้อจำกัดนั้นไปตลอด
  • source code กับโดเมนเป็นชื่อใคร ย้ายออกไปที่อื่นได้ไหมข้อนี้สำคัญกับทุกเว็บไม่ใช่แค่อสังหาฯ แต่ยิ่งสำคัญกับธุรกิจที่ข้อมูลทรัพย์เป็นสินทรัพย์หลักของบริษัท ของเรามีให้เลือกสองแบบ: One Stop Service ที่เราเก็บโค้ดและดูแลโฮสติ้งให้ (ประหยัด ฿50,000) หรือราคาเต็มที่ส่งมอบระบบและ source code ให้คุณ

ฟีเจอร์ที่เว็บอสังหาฯ ต้องมี

เว็บไซต์อสังหาริมทรัพย์ที่ใช้งานได้จริงในสนามจริง ควรมีฟีเจอร์เหล่านี้ครบ ไม่ใช่แค่บางอัน:

ฟีเจอร์เหล่านี้ฟังดูเหมือนของพื้นฐานที่เว็บอสังหาฯ ควรมีอยู่แล้ว แต่ในทางปฏิบัติ เว็บจำนวนมากมีแค่บางส่วน เช่น มีแกลเลอรีรูปสวยแต่ค้นหาได้แค่เงื่อนไขเดียว หรือมีระบบค้นหาที่ดีแต่ทีมขายแก้ข้อมูลเองไม่ได้ต้องรอโปรแกรมเมอร์ ความครบของฟีเจอร์จึงสำคัญไม่น้อยกว่าคุณภาพของแต่ละฟีเจอร์เดี่ยวๆ เพราะลูกค้าที่กำลังหาบ้านหรือคอนโดจริงจัง มักใช้หลายฟีเจอร์พร้อมกันในการตัดสินใจ — ดูรูป กรองราคา เช็กแผนที่ แล้วค่อยกดฟอร์มนัดชม ถ้าขาดอันไหนไปอันหนึ่ง ลูกค้าก็มีโอกาสออกจากเว็บไปหาที่อื่นที่ครบกว่า

  • ระบบลงประกาศที่ทีมขายกรอกเองได้ไม่ต้องพึ่งโปรแกรมเมอร์ทุกครั้งที่มีทรัพย์ใหม่
  • ค้นหาแบบกรองหลายเงื่อนไขพร้อมกัน
    (ราคา ทำเล จำนวนห้องนอน พื้นที่ใช้สอย)
    เพื่อให้ลูกค้าเจอทรัพย์ที่ตรงใจเร็วที่สุด
  • แผนที่และจุดสนใจรอบโครงการ
    ช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจได้
    โดยไม่ต้องเดินทางไปดูสถานที่จริงก่อน
  • แกลเลอรีรูปจำนวนมากที่ยังโหลดเร็วไม่ใช่แค่มีรูปสวยแต่เว็บอืดจนลูกค้าปิดหนี
  • หลายภาษาสำหรับลูกค้าต่างชาติ พร้อมโครงสร้าง
    ที่ Google แยกแต่ละภาษาได้ถูกต้อง
  • ฟอร์มนัดชมโครงการที่เด้งเข้า LINE หรืออีเมลทีมขายทันทีไม่ต้องรอเช็กอีเมลทีหลัง

ขั้นตอนการทำงาน

งานเว็บไซต์อสังหาริมทรัพย์ของเราเริ่มจากการเก็บ requirement ของ listing ให้ครบก่อน — ทีมขายของคุณใช้ field อะไรอยู่บ้าง มีขั้นตอนอนุมัติประกาศยังไง ถ้ามี listing เดิมอยู่แล้วในระบบอื่น เราช่วย import ข้อมูลเข้ามาให้โดยไม่ต้องกรอกใหม่ทั้งหมด จากนั้นออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์ตามโจทย์ ทดสอบระบบค้นหาและฟอร์มนัดชมให้ทำงานถูกต้องก่อนเปิดใช้จริง และปิดท้ายด้วยการสอนทีมขายให้ใช้ระบบหลังบ้านเป็น เพื่อให้ทุกคนแก้ข้อมูลทรัพย์เองได้ตั้งแต่วันแรกที่เว็บขึ้นจริง

ตลอดกระบวนการนี้ เราให้ทีมขายของคุณเข้ามาทดลองใช้ระบบหลังบ้านตั้งแต่ช่วงก่อนเปิดเว็บจริง ไม่ใช่รอให้เว็บเสร็จแล้วมาสอนทีเดียวตอนท้าย เพราะปัญหาที่เจอบ่อยที่สุดของเว็บอสังหาฯ ที่ทำมาไม่ตรงกับวิธีทำงานจริง คือทีมขายรู้สึกว่าใช้ยากแล้วเลี่ยงไปใช้วิธีเดิม เช่น ส่งรูปทรัพย์ผ่านไลน์กลุ่มแทนที่จะลงในระบบ การให้ทีมขายมีส่วนร่วมตั้งแต่ต้นจึงช่วยให้ระบบที่ได้ตรงกับพฤติกรรมการทำงานจริง และถูกใช้งานต่อเนื่องหลังเว็บเปิดตัวไปแล้วหลายเดือน ไม่ใช่แค่ช่วงแรกที่ยังตื่นเต้นกับของใหม่

  1. ขั้นที่ 1

    รวบรวมความต้องการของคุณ

    คุยเรื่องประเภทอสังหาฯ ที่ขายหรือให้เช่า กลุ่มผู้ซื้อ และวิธีที่ทีมขายรับลูกค้าอยู่ตอนนี้

  2. ขั้นที่ 2

    วิเคราะห์ความต้องการ

    วิเคราะห์ตัวกรองและข้อมูลที่ผู้ซื้อต้องใช้ รวมถึงลูกค้าต่างชาติ แล้วสรุปขอบเขตงานและราคาเป็นเอกสาร

  3. ขั้นที่ 3

    ดีไซน์เว็บไซต์ (UX/UI)

    ออกแบบหน้าลงประกาศ หน้ารายละเอียดทรัพย์ และฟอร์มสนใจ ให้ตรวจก่อนเขียนโค้ด

  4. ขั้นที่ 4

    พัฒนาโดยโปรแกรมเมอร์

    เขียนโค้ดเอง พร้อมระบบลงประกาศ ตัวกรองค้นหา หลายภาษา และโครงสร้าง SEO

  5. ขั้นที่ 5

    ทดสอบระบบ

    ทดสอบตัวกรอง ฟอร์ม และความเร็วบนมือถือจริง แล้วส่งลิงก์ให้ตรวจก่อนขึ้นใช้งาน

  6. ขั้นที่ 6

    สอนการใช้งานเว็บไซต์

    สอนทีมขายใช้ระบบหลังบ้านเพื่อเพิ่มและแก้ทรัพย์ได้เอง

  7. ขั้นที่ 7

    เว็บไซต์ของคุณพร้อมใช้งาน

    ขึ้นโดเมนจริง เชื่อม Search Console และดูแลต่อหลังส่งมอบ

ผลงานจริงในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์

เราเคยทำเว็บไซต์อสังหาริมทรัพย์มาแล้วหลายรูปแบบ ทั้ง Marketplace ที่รวบรวมทรัพย์ทั้งเกาะ เอเจนซี่ที่ต้องการระบบจัดการทรัพย์ของตัวเอง โครงการวิลล่าหรูระดับไฮเอนด์ และศูนย์รับสร้างบ้านที่ต้องโชว์แคตตาล็อกแบบบ้านมาตรฐาน — แต่ละงานมีโจทย์ต่างกัน แต่หัวใจเดียวกันคือทำให้ทีมขายจัดการข้อมูลได้เอง และทำให้ลูกค้าหาทรัพย์ที่ต้องการได้เร็ว

ความหลากหลายของงานเหล่านี้สอนเราว่าไม่มีสูตรเดียวที่ใช้ได้กับทุกธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ Marketplace ที่รวมทรัพย์จากหลายนายหน้าต้องเน้นปริมาณและความเร็วในการค้นหา ส่วนโครงการเดี่ยวระดับไฮเอนด์ต้องเน้นการเล่าเรื่องผ่านภาพและวิดีโอมากกว่าตัวกรองค้นหาที่ซับซ้อน ในขณะที่ศูนย์รับสร้างบ้านต้องเน้นให้ลูกค้าเปรียบเทียบแบบบ้านได้ง่ายก่อนนัดคุยกับทีมงาน เราจึงเริ่มทุกโครงการด้วยการฟังก่อนว่าลูกค้าธุรกิจของเราขายอะไร ขายให้ใคร แล้วออกแบบระบบให้ตอบโจทย์นั้นโดยเฉพาะ ไม่ใช่หยิบเทมเพลตเดิมมาเปลี่ยนแค่โลโก้และสี

YOO Phuket คือ Marketplace อสังหาริมทรัพย์ที่รวบรวมประกาศซื้อ ขาย เช่า ทั่วทั้งเกาะภูเก็ตไว้ในที่เดียว เปิดให้นายหน้าลงประกาศได้เองอย่างเป็นระบบผ่านหน้าจัดการที่ไม่ต้องรู้ภาษาโปรแกรม พร้อมระบบค้นหาที่เจาะลึกทำเลในพื้นที่ ช่วยให้คนหาบ้านหรือคอนโดในภูเก็ตเจอทรัพย์ที่ต้องการได้เร็วขึ้น โดยวางโครงสร้าง SEO ให้เจาะกลุ่มคำค้นหาเฉพาะทางของตลาดภูเก็ตไปพร้อมกัน

Elegant Dream Estate เอเจนซี่อสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ต ได้เว็บไซต์ที่มีระบบจัดการทรัพย์สินละเอียด จัดหมวดหมู่ได้ชัดเจนและง่ายต่อการค้นหา พร้อมตัวกรองค้นหาบ้าน วิลล่า และคอนโด แสดงผลได้ดีทุกอุปกรณ์ และรองรับทั้งลูกค้าไทยและต่างชาติ Managing Director ของ Elegant Dream Estate ให้ความเห็นไว้บนหน้าผลงานว่าประทับใจการทำงานที่เป็นระบบและมีขั้นตอนชัดเจน

9Progress Property ที่ปรึกษาและตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ตที่ให้บริการรับฝากขาย เช่า จำนอง และงานช่างรีโนเวทแบบครบวงจร ได้เว็บไซต์ที่เป็นศูนย์กลางทรัพย์ (Property Hub) พร้อมระบบค้นหาแยกตามประเภทซื้อ-เช่า-ขายและทำเลที่ตั้งอย่างละเอียด และมีฟังก์ชันคำนวณสินเชื่อเบื้องต้นบนหน้าเว็บช่วยลูกค้าวางแผนทางการเงินก่อนตัดสินใจซื้อ

โครงการพูลวิลล่าระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรีริมชายหาดดงตาล พัทยา ได้เว็บไซต์แนว Landing Page ที่เน้นนำเสนอวิดีโอเปิดตัวโครงการและภาพถ่ายความละเอียดสูงอย่างลื่นไหล ดีไซน์หรูหราไร้กาลเวลาที่สื่อถึงความเป็นส่วนตัวของโครงการ พร้อมระบบลงทะเบียนรับข้อมูลระดับ Exclusive สำหรับกลุ่มลูกค้าระดับบน

Future Home Thailand ศูนย์รับสร้างบ้านในราชบุรีและพื้นที่ภาคตะวันตก ได้เว็บไซต์ที่จัดหมวดหมู่แบบบ้านมาตรฐานพร้อมข้อมูลพื้นที่ใช้สอยและผลงานก่อสร้างจริงไว้เป็นระบบ ดูเป็นมืออาชีพและน่าเชื่อถือ ช่วยให้ลูกค้าเลือกแบบบ้านที่ตรงใจและตรวจสอบมาตรฐานการทำงานได้ง่ายขึ้นก่อนตัดสินใจ

ราคาแพ็กเกจรับทำเว็บไซต์

Standard

รับทำเว็บไซต์องค์กร รองรับ SEO และ AI Search

เหมาะกับเว็บไซต์ธุรกิจส่วนใหญ่ ราคาเป็นแพ็กเกจเดียวกันทุกพื้นที่และทุกอุตสาหกรรม ส่วนราคาสุดท้ายประเมินตามขอบเขตงาน และประเมินให้ฟรี

เริ่มต้น ราคาเต็ม ฿169,000

฿119,000

ราคา One Stop Service (ประหยัด ฿50,000)

ราคายังไม่รวม VAT 7%

สิ่งที่ได้ในแพ็กเกจนี้

  • เว็บไซต์6 หน้า
  • ภาษา2 ภาษา
  • ฟรี ดูแลหลังการขาย6 เดือน
  • ฟรีบทความ SEO2 บทความ
  • ฟรี รายงานการเข้าชมเว็บ6 เดือน

ไม่รวมอะไร

ที่ไม่รวม ก็บอกกันชัด ๆ: ค่าโฮสติ้ง Cloud+ รายเดือนถ้าเลือก One Stop Service (ถ้ารับโค้ดไปดูแลเอง ค่าเซิร์ฟเวอร์เป็นของคุณ) ค่าโดเมนหลังหมดช่วงฟรีตามแพ็กเกจและข้อตกลง และฟีเจอร์นอกขอบเขตงาน หากอยากเพิ่มเมื่อไหร่ เราตีราคาให้ดูก่อนเสมอ

จ่ายเป็นงวด

แบ่งจ่ายเป็นงวดตามงานที่เห็นจริง งานเดินหน้าไปเท่าไหร่ ก็ค่อยจ่ายไปเท่านั้น

ประเมินราคา & ปรึกษาฟรี

ทุกเว็บไซต์ไม่เหมือนกัน ราคาก็เช่นกัน เล่าโจทย์มาก่อน แล้วเราประเมินให้ฟรี

ดูรายละเอียดทุกแพ็กเกจ

คำถามที่พบบ่อย

คำถามที่ลูกค้าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ถามเราบ่อย

เว็บไซต์อสังหาริมทรัพย์ต่างจากเว็บธุรกิจทั่วไปยังไง

เว็บอสังหาฯ ต้องมีระบบจัดการ listing ที่ทีมขายแก้ข้อมูลเองได้ทุกวัน ไม่ใช่แค่หน้าโชว์รูปสวยๆ เพราะราคา สถานะ และจำนวนทรัพย์เปลี่ยนบ่อยกว่าธุรกิจทั่วไปมาก ทีมขายต้องเพิ่มประกาศใหม่ อัปเดตราคา หรือเปลี่ยนสถานะเป็น "ขายแล้ว" ได้ภายในไม่กี่นาที การมีระบบหลังบ้านที่ใช้งานง่ายจึงสำคัญกว่าความสวยของหน้าเว็บเสียอีก เพราะข้อมูลที่ล้าสมัยทำให้ลูกค้าเลิกเชื่อทั้งเว็บ

ถ้ามี listing เดิมอยู่แล้วหลายร้อยรายการ ย้ายมาเว็บใหม่ยากไหม

ไม่ต้องกรอกข้อมูลใหม่ทั้งหมด ทีมเราช่วย import ข้อมูลประกาศเดิมเข้าสู่ระบบใหม่ให้ ขั้นตอนนี้อยู่ในกระบวนการทำงานตั้งแต่ต้น เพื่อให้เปลี่ยนเว็บโดยไม่เสียข้อมูลที่สะสมมา และถ้าย้ายมาจากเว็บเดิมที่มี URL อยู่แล้ว เราตั้ง redirect จาก URL เก่าไปยังหน้าใหม่ เพื่อให้ลิงก์เดิมและอันดับที่สะสมไว้ไม่หายไปพร้อมกับการเปลี่ยนเว็บ

ทำไมต้องมีเว็บสองภาษาถ้าลูกค้าไทยก็มีอยู่แล้ว

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ท่องเที่ยวอย่างภูเก็ตและพัทยามีลูกค้าต่างชาติเป็นสัดส่วนสำคัญ การมีเว็บสองภาษาที่ Google แยกแต่ละภาษาถูกต้องด้วย hreflang ช่วยให้ลูกค้าต่างชาติที่ค้นหาเป็นภาษาอังกฤษเจอเว็บของคุณตั้งแต่แรก ไม่ใช่แค่แปลด้วยปลั๊กอินที่ Google มองไม่เห็นความแตกต่าง และเนื้อหาควรเขียนให้ครบทั้งสองฝั่ง ไม่ใช่แปลตรงคำต่อคำ

listing เยอะแล้วเว็บจะช้าไหม

ขึ้นอยู่กับว่าระบบค้นหาและฐานข้อมูลถูกออกแบบมารองรับปริมาณข้อมูลจริงหรือเปล่า เว็บที่ต่อปลั๊กอินหลายตัวมาปะกันมักจะช้าลงเมื่อทรัพย์เพิ่มขึ้น ส่วนเว็บที่เขียนโค้ดเฉพาะออกแบบมาให้รองรับการกรองหลายเงื่อนไขได้ตั้งแต่ต้น จะยังเร็วอยู่แม้ listing โตขึ้นมาก แกลเลอรีรูปจำนวนมากก็ออกแบบให้ยังโหลดเร็ว และเว็บเป็น mobile-first เพราะลูกค้าจำนวนมากดูทรัพย์จากมือถือ

ทำเว็บอสังหาริมทรัพย์ใช้เวลานานแค่ไหน

โดยทั่วไปประมาณ 4–8 สัปดาห์ แต่ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของระบบ listing ที่ธุรกิจคุณต้องการ เช่น จำนวน field ที่ต้องใช้ ขั้นตอนอนุมัติประกาศ และจำนวนภาษาที่ต้องรองรับ ทีมเราจะเก็บ requirement ให้ครบก่อนเริ่มงาน เพื่อประเมินระยะเวลาที่แม่นยำสำหรับธุรกิจของคุณโดยเฉพาะ และหลังคุยกันเรามีบริการประเมินขอบเขตงานเบื้องต้นให้ฟรี

ถ้าอนาคตอยากเพิ่มฟีเจอร์ใหม่เข้าไปในเว็บ ทำได้ไหม

ได้ เพราะเป็นโค้ดที่เขียนเฉพาะสำหรับธุรกิจคุณ ไม่ได้ผูกกับปลั๊กอินสำเร็จรูปที่มีข้อจำกัดตายตัว การเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ในอนาคตจึงทำได้โดยไม่ต้องรื้อระบบเดิมทั้งหมด เช่น ถ้าวันหนึ่งอยากเพิ่มระบบคำนวณสินเชื่อ หรือระบบจองชมโครงการแบบเลือกช่วงเวลาได้เอง ก็ต่อยอดจากระบบเดิมได้ ฟีเจอร์ที่อยู่นอกขอบเขตที่ตกลงไว้เราจะแจ้งราคาให้ก่อนเริ่มงาน

มีทรัพย์อยู่ในหลายทำเล เว็บเดียวรองรับได้ไหม

ได้ ระบบค้นหาที่กรองตามทำเลและประเภททรัพย์รองรับการมีทรัพย์กระจายอยู่หลายพื้นที่ได้อยู่แล้วในตัว ไม่ต้องแยกทำเว็บใหม่ทุกครั้งที่ขยายไปทำเลใหม่ สิ่งที่ต้องคุยกันแต่ต้นคือโครงสร้างหมวดหมู่ทำเลที่ธุรกิจคุณใช้จริง เพื่อให้ระบบจัดกลุ่มได้ตรงตั้งแต่วันแรก ลูกค้าจะกรองตามราคา ทำเล จำนวนห้องนอน และพื้นที่ใช้สอยพร้อมกันได้

เว็บที่ทำให้ใครเป็นเจ้าของ และหลังเปิดใช้ใครดูแลระบบ

ลิขสิทธิ์เป็นของคุณทั้งสองแบบ ตัวเลือกแรกคือ One Stop Service ที่เราเก็บโค้ดและโฮสต์ให้ มีค่า Cloud+ รายเดือนและไม่มีค่าลิขสิทธิ์ ตัวเลือกที่สองคือซื้อขาด คุณรับระบบและซอร์สโค้ดไปเอง ทีมขายของคุณเพิ่มประกาศ แก้ราคา และเปลี่ยนสถานะทรัพย์ได้เองจากระบบหลังบ้านตลอด ค่าโดเมนเรียกเก็บเป็นรายปี และฟีเจอร์ที่อยู่นอกขอบเขตที่ตกลงไว้จะแจ้งราคาก่อนทำเสมอ

ทำไม One Stop Service ถึงถูกกว่าราคาเต็ม ฿50,000

ราคา One Stop Service ต่ำกว่าราคาเต็ม ฿50,000 เพราะเราตัดงานส่งมอบ source code ออกไป ในแบบนี้เว็บไซต์ของคุณอยู่บนระบบของเรา เราเก็บโค้ดและดูแลเซิร์ฟเวอร์ ความปลอดภัย และการอัปเดตให้ต่อเนื่อง คุณจึงไม่ต้องมีทีม IT ของตัวเอง และไม่ต้องจ่ายค่าดำเนินการย้ายโค้ดออกไปรันที่อื่น ส่วนที่ยังคิดเป็นรายเดือนคือค่าโฮสติ้ง Cloud+ ซึ่งคิดแยกจากค่าทำเว็บ ลิขสิทธิ์ของเว็บเป็นของคุณทั้งสองแบบ และถ้าวันหนึ่งอยากรับ source code ไปดูแลเอง ก็จ่ายส่วนลดคืนแล้วรับได้ ส่วนราคาเต็มคือแบบที่รับ source code และระบบไปตั้งแต่วันส่งมอบ เหมาะกับธุรกิจที่มีทีม IT ของตัวเอง

ส่วนลด ฿50,000 ที่ได้ในแบบ One Stop Service คือค่าอะไรบ้าง

เงิน ฿50,000 ที่ลดไปคือค่าดำเนินการส่งมอบ source code ซึ่งครอบคลุมงานเก้าอย่าง ได้แก่ เตรียม source code ให้ทีมอื่นเปิดแล้วทำงานต่อได้ ส่งออกเนื้อหา รูปภาพ และฐานข้อมูลครบชุด จัดทำคู่มือและ tutorial อย่างละเอียด (วิธีติดตั้ง วิธี deploy และโครงสร้างระบบ) ประสานงานกับทีม IT ของคุณ ย้ายโดเมน DNS และ SSL โดยไม่ให้เว็บล่มระหว่างย้าย ส่งมอบรหัสผ่านและคีย์แล้วเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด ตรวจลิขสิทธิ์ฟอนต์ รูป และไลบรารี ตรวจรับร่วมกันก่อนปิดงาน และติดตามผลจนเว็บรันบนระบบของคุณได้จริง เมื่อเลือก One Stop Service เว็บยังอยู่กับเรา งานชุดนี้จึงไม่ถูกคิดเงิน ส่วนตัวเว็บที่ได้รับ ทั้งหน้า เนื้อหา และฟังก์ชัน เหมือนกันทุกอย่างกับราคาเต็ม

รับทำเว็บไซต์อสังหาริมทรัพย์ ระบบลงประกาศที่ทีมขายจัดการเองได้

ประเมินขอบเขตงานและราคาให้ฟรี ก่อนตัดสินใจ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูบทความทั้งหมด

ปรึกษาฟรี

เรายินดีให้คำปรึกษา บริการทำเว็บไซต์และระบบ เพื่อเป็นเครื่องมือในการต่อยอดธุรกิจของคุณ

ที่อยู่ : บริษัท ซูเปอร์เดฟจำกัด 89 รามคำแหง 82 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ 10240 กทม.

เวลาทำการ : 09:00 - 21:00 (เปิดทุกวัน)

หรือติดตามเรา

FacebookInstagram
TikTok

ให้เราติดต่อหาคุณ

กรอกชื่อ อีเมล และเบอร์โทรให้ครบ ติ๊กยินยอม และรอผลตรวจบอทก่อนกดส่ง