Skip to content
By TumWebSME
122 views
12 min

จ้างทำระบบแล้วใครดูแลต่อ? คำถามเรื่องโค้ดและการดูแลหลังส่งมอบที่ต้องถามก่อนเซ็นสัญญา

ภาพปก จ้างทำระบบแล้วใครถืออะไรหลังส่งมอบ — รายการสี่ข้อที่ต้องขอเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเซ็นสัญญา

ผมชอบคำถามหนึ่งที่มีคนถามไว้ใน Pantip หัวข้อชื่อว่า "พอดีผมจะจ้างคนเขียนโปรแกรม ระบบร้าน (ธุรกิจที่ผมทำอยู่) จะนำมาดูแลต่อยังไง" และในเนื้อกระทู้ เจ้าของเขียนต่อว่า "ผมจะจ้างคนเขียนโปรแกรม ระบบร้านของผม และพอคนเขียนทำเสร็จ ผมอยากนำมาดูแลเองและพัฒนาต่อ" (Pantip topic/40985233, 18 ก.ย. 2564)

ประโยคสั้นๆ สองประโยค แต่ในนั้นมีความกลัวครบชุด ระบบที่จะสร้างขึ้นมันเป็นของใคร พอจ่ายเงินจบ รับของจบ แล้วกุญแจอยู่ในมือใคร ถ้าวันหนึ่งทีมที่ทำให้ไม่อยู่แล้ว ระบบที่รันธุรกิจทั้งตัวจะเดินต่อได้ไหม หรือต้องเริ่มจ่ายใหม่ตั้งแต่ศูนย์

เรื่องนี้หนักกว่าในฝั่งระบบเสมอ เว็บไซต์พังหรือโดนข้ามไปสักพัก ธุรกิจยังขายของทางอื่นได้ แต่ระบบที่รันการขาย การจอง การคลัง การจัดการข้อมูลลูกค้า พังทีเดียวงานหลักของบริษัทหยุดตาม ยิ่งระบบฝังลึกในการทำงานประจำวันเท่าไหร่ คำถามเรื่องความเป็นเจ้าของยิ่งไม่ใช่เรื่องที่เก็บไว้ถามทีหลังได้

ลองนึกภาพการส่งมอบบ้านครับ บ้านที่ส่งมอบดีจะไม่ได้แค่กุญแจ แต่ได้แบบบ้านด้วย รู้ว่าท่อน้ำวิ่งเส้นไหน ไฟฟ้ายกเมนไหน เพราะวันที่ต้องขุดซ่อม แบบบ้านคือสิ่งที่ทำให้ช่างคนใหม่ทำงานได้ทันที ไม่ต้องทุบกำแพงหา ระบบซอฟต์แวร์ก็เหมือนกันแบบนั้นเป๊ะ ความต่างอยู่ตรงที่บ้านเป็นของแข็ง ขูดดูได้ แต่ระบบอยู่บนเครื่องคนอื่น ถ้าไม่มีอะไรเป็นลายลักษณ์อักษรรองรับ สิ่งที่คุณถืออยู่จริงๆ อาจมีแค่หน้าจอใช้งาน

แปลกที่ความกลัวขนาดนี้ แทบไม่มีใครเขียนเป็นบทความให้เจ้าของธุรกิจไทยอ่านเลย ของที่มีอยู่เต็มตลาดคือเรื่องราคา เรื่องเลือกบริษัทยังไง เรื่องเว็บไซต์กับเว็บสำเร็จรูป แต่เรื่อง "พอส่งมอบแล้ว ใครถืออะไร" ยังเป็นช่องว่างเปล่า วันนี้ผมขอเขียนให้ตรงจุดนั้นครับ

ความกลัวนี้ไม่ได้อยู่แค่ในกระทู้เก่า

ถ้าจะบอกว่ากระทู้ปี 2564 เป็นเรื่องล้าหลัง ผมมีตัวเลขจากงานของเราเองให้ดู ในชีตบันทึกการติดต่อของทีมขายเดือนสิงหาคมปีนี้ มี 5 จาก 11 แถวที่พูดถึงความอยากทำระบบให้ธุรกิจ นั่นแปลว่าเกือบครึ่งของคนที่ทักมาหาเราเดือนนั้น กำลังคิดเรื่องเดียวกับเจ้าของกระทู้นั้น

และความกลัวในแบบที่ร้ายที่สุดก็เคยเกิดจริง มีกระทู้ Pantip อีกกระทู้หนึ่งที่ชื่อพูดตรงๆ ว่า "จ้างฟรีแลนซ์พัฒนาระบบ แล้วทิ้งงาน" (Pantip topic/38530423, 6 ก.พ. 2562) เจ้าของกระทู้จ่ายเงินไปครบแล้ว งานยังไม่เสร็จสมบูรณ์ และการตกลงกันทั้งหมดเป็นการพูด ไม่มีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร ผมไม่ขอเล่าเป็นเรื่องผีให้ฟังนะครับ เพราะเป้าหมายของบทความนี้ไม่ใช่ทำให้กลัวจนไม่กล้าจ้างใคร ทุกระดับผู้รับจ้างก็มีทั้งคนทำงานดีและไม่ดี แต่กระทู้แบบนี้ตอบคำถามสำคัญเรื่องเดียว เรื่องนี้เกิดขึ้นได้จริง จึงควรตั้งรับไว้ตั้งแต่แรก ด้วยคำถาม ไม่ใช่ด้วยความหวัง

สามคำถามที่ควรได้คำตอบเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเซ็น

ก่อนไปทีละคำถาม ขอวางกติกาก่อนครับ สิ่งที่ได้มาจากการพูดคุยล้วนๆ ไม่มีอยู่จริงเมื่อโครงการจบ ทีมคนเดิมอาจย้ายไปแล้ว ความจำของคุณกับเขาอาจจำไม่ตรงกัน ทุกอย่างที่คุณอยากให้เหลืออยู่หลังส่งมอบ ต้องอยู่ในข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร สามคำถามนี้ครอบคลุมหัวข้อหลักที่คุณต้องกดให้ชัด ไม่ใช่รายการทางกฎหมายที่จบทุกกรณี และเรื่องสิทธิตามกฎหมายโดยตรงนั้นเป็นหน้าที่ของที่ปรึกษากฎหมาย บทความนี้พูดในฐานะเจ้าของธุรกิจที่ต้องขอเอกสารให้ได้เท่านั้น

คำถามที่ 1 — โค้ดเป็นของใครหลังส่งมอบ

อันนี้คือคำถามหลัก และมีชั้นซ้อนอยู่ข้างในสองชั้น ชั้นแรกคือคุณใช้ระบบได้ไหม ชั้นที่สองคือคุณเป็นเจ้าของมันไหม สองชั้นนี้ต่างกันเยอะ เหมือนเช่าบ้านกับเป็นเจ้าของบ้าน ทั้งสองกรณีอยู่บ้านได้ แต่สิทธิ์ที่จะรื้อทำใหม่ ต่อเติม หรือย้ายออกไปไหน ต่างกันคนละเรื่อง

คำถามที่ควรถามผู้รับจ้างตรงๆ คือ โค้ดที่เขียนให้ผม เป็นการเขียนขึ้นใหม่สำหรับธุรกิจของผมเท่านั้น หรือเป็นระบบที่ท่านมีอยู่แล้วแล้วมาปรับให้ และถ้าส่งมอบแล้ว สิ่งที่ผมถือคืออะไรกันแน่ สิทธิ์ใช้งานเฉยๆ หรือตัวซอร์สโค้ดจริง ถามแบบนี้ไม่ได้แปลว่าไม่ไว้ใจครับ มันคือแบบฝึกหัดเดียวกับการถามช่างว่าแบบบ้านส่งให้ผมไหม ช่างดีไม่ว่าอะไรเลย ตรงกันข้าม ช่างที่พร้อมตอบคำถามนี้ชัดเจน คือคนที่ตั้งใจให้งานอยู่กับคุณได้ยาว

ความต่างระหว่างสองสิ่งนั้นเห็นชัดเมื่อเวลาผ่านไป ถ้าคุณถือแค่สิทธิ์ใช้งาน คุณรันระบบได้ตามปกติ แต่พออยากเพิ่มฟีเจอร์ แก้จุดที่ใช้แล้วไม่ถนัดมือ หรือเอาข้อมูลไปต่อกับเครื่องมืออื่น ทุกอย่างต้องกลับไปหาเจ้าเดิมเสมอ คำถามคือโค้ดเก็บอยู่ที่ไหน ใครถือสำเนา และถ้าสิทธิ์มีระยะเวลา สิ้นสุดเมื่อไหร่และแล้วระบบเป็นอย่างไร ให้เขาตอบเป็นข้อความในเอกสารเสนอราคาหรือข้อตกลง ไม่ใช่แค่คำตอบในแชท

คำถามที่ 2 — ส่งมอบอะไรกันบ้าง

คำว่าส่งมอบในแวดวงนี้ มีขอบเขตกว้างและแคบต่างกันมาก ขอให้คุณขอรายการเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเซ็น แล้วเช็กให้ครบกับสิ่งเหล่านี้

  • ซอร์สโค้ดฉบับเต็ม ไม่ใช่แค่ไฟล์ที่รันได้ แต่คือต้นฉบับที่ทีมอื่นอ่านต่อและแก้ต่อได้
  • ฐานข้อมูลและข้อมูลจริงของคุณ รวมถึงวิธีสำรองข้อมูล ข้อมูลลูกค้า ข้อมูลการขาย ทั้งหมดคือของธุรกิจคุณ
  • บัญชีสำหรับเข้าถึงระบบ โดเมนเนม โฮสติ้งหรือเซิร์ฟเวอร์ ทุกอย่างนี้ควรต่อทะเบียนอยู่ในชื่อคุณ ไม่ใช่ชื่อผู้รับจ้าง
  • เอกสารสรุประบบ แบบบ้านฉบับจริงนั่นแหละครับ โครงสร้างระบบวางไว้ยังไง ส่วนไหนคืออะไร ทีมใหม่ไม่ต้องเดา

ผมจะไม่บอกว่ารายการนี้ครบทุกกรณีนะครับ เพราะแต่ละระบบมีส่วนประกอบต่างกัน แต่ถ้ารายการส่งมอบที่ผู้รับจ้างเขียนให้ไม่มีของสี่หมวดนี้เลย นั่นคือสัญญาณที่ควรถามต่ออีกหนึ่งรอบ

มีสองหมวดที่ผมมักเห็นคนละเลย เหตุผลที่ต้องถือเอง บัญชีเข้าถึงระบบไม่ใช่เรื่องเทคนิคเลย โดเมนเนมคือที่อยู่ของธุรกิจคุณ ถ้าต่อทะเบียนอยู่ในชื่อคนอื่น วันที่ความสัมพันธ์เปลี่ยน การย้ายที่อยู่กลายเป็นเรื่องใหญ่ ส่วนฐานข้อมูล ข้อมูลขายและข้อมูลลูกค้าคือสมบัติที่สะสมทุกวันตั้งแต่วันแรกที่ระบบเปิดใช้ ขอแค่มีสำเนาที่คุณเปิดดูเองได้อยู่บนบัญชีของคุณเอง ทุกอย่างที่เหลือจะง่ายขึ้นทันที

คำถามที่ 3 — ถ้าทีมที่ทำให้หายไป ระบบเอาไปต่อที่อื่นได้ไหม

อันนี้คือคำถามที่เจ้าของกระทู้ถามจริงในแบบที่สั้นที่สุด คำตอบที่ดีมีเงื่อนไขเดียว ระบบจะต่อที่อื่นได้ก็ต่อเมื่อคุณถือของจากคำถามที่ 2 ครบ ซอร์สโค้ด ฐานข้อมูล เอกสาร บัญชีเข้าถึง เมื่อของครบ ทีมใหม่ที่มีฝีมือเข้ามาอ่านแล้วทำต่อได้ เทียบง่ายๆ กับรถ ถ้าคุณถือรถ เอกสาร และสมุดบันทึกการซ่อม ศูนย์ไหนก็รับงานต่อได้ แต่ถ้าคุณถือแค่กุญแจรถ แล้วกุญแจเข้ากันแบบเฉพาะศูนย์เดียว ตราบใดที่ศูนย์นั้นยังเปิดอยู่ก็ไม่เป็นไร คำถามมีอยู่แค่คำถามเดียว ว่าคุณโอเคไหมที่จะทิ้งความเป็นไปได้นั้นไว้กับอีกฝ่าย

ที่นี้มาถึงจุดที่โครงสร้างของระบบมีผลตรงๆ ครับ ระบบที่เขียนขึ้นใหม่เฉพาะธุรกิจของคุณ โค้ดทั้งหมดเกิดจากงานของคุณ การส่งมอบครบจึงเป็นเรื่องที่ทำได้เต็มที่ เป็นเรื่องของข้อตกลงในเอกสารและค่าใช้จ่ายส่วนที่แยกต่างหาก ไม่ใช่ข้อจำกัดทางเทคนิค ไม่มีส่วนไหนผูกกับลูกค้ารายอื่น ต่างจากระบบสำเร็จรูปที่เช่าลิขสิทธิ์รายปี ซึ่งการต่อหรือย้ายอยู่กับเงื่อนไขของผู้ขายเป็นหลัก ไม่มีข้อไหนผิดหรือถูกครับ อย่างวันหนึ่งที่คุณตัดสินใจเลือกทางไหนแล้ว ผมเคยเขียนบทความเปรียบเทียบสองแบบนี้ไว้ละเอียด ถ้าคุณยังอยู่จุดตัดสินใจ อ่านเรื่อง จ้างเขียนระบบเอง vs ซื้อลิขสิทธิ์รายปี ก่อนแล้วกลับมาที่นี่ บทความนั้นช่วยตัดสินใจ บทความนี้ใช้ตอนที่ตัดสินใจเสร็จแล้ว

ทดสอบสามนาทีที่ทำได้ก่อนเซ็นสัญญา

มีวิธีทดสอบง่ายๆ ที่ผมใช้บอกเพื่อนเจ้าของธุรกิจบ่อย ก่อนตกลงราคา ส่งข้อความหนึ่งข้อความไปหาผู้รับจ้าง ว่า "ขอรายการสิ่งที่จะส่งมอบหลังโครงการจบ เป็นลายลักษณ์อักษรหน่อยครับ รวมถึงว่าโค้ดกับฐานข้อมูลจะอยู่กับผมหรือเปล่า"

คำตอบที่ได้มีค่าเท่ากับราคาที่ได้เสนอมาเลยครับ ถ้าเขาส่งรายการมาชัดเจน อธิบายได้ว่าอะไรอยู่กับคุณ อะไรอยู่กับเขา เงื่อนไขแต่ละอันคืออะไร นั่นคือทีมที่คุยเรื่องนี้เป็น และมักจะเป็นทีมที่คุยเรื่องอื่นก็ราบรื่นตามไปด้วย ถ้าได้คำตอบกล้ำๆ ว่าค่อยคุยกันตอนส่งมอบ ก็ไม่ได้แปลว่าต้องเดินออกทันทีหรอกครับ แค่ควรถามซ้ำอีกรอบแบบเป็นทางการกว่านั้น เพราะคำตอบที่ "เดี๋ยวว่ากันตอนหลัง" คือคำตอบที่เมื่อถึงตอนหลังจริง คุณไม่มีเอกสารอะไรให้ยื่นกลับไปหาเขาได้

เล็กๆ น้อยๆ ที่ช่วยให้การทดสอบนี้มีคุณค่าขึ้นไปอีก คือถามทุกที่ที่คุณเปรียบเทียบอยู่ด้วยข้อความชุดเดียวกัน เมื่อคำถามเหมือนกันหมด คำตอบจึงเอามาวางเทียบกันได้ตรงๆ จะเห็นทันทีว่าที่ไหนตอบครบ ที่ไหนตอบหลบ และอีกอย่าง คำตอบที่ดีไม่ต้องใช้ภาษากฎหมายเลยครับ เขียนด้วยภาษาพูดธรรมดาก็ชัดได้ สิ่งที่สำคัญคือมันมีอยู่จริงในเอกสาร ไม่ใช่อยู่ในความรู้สึกดีๆ วันตอบแชท

อีกจุดที่สังเกตได้ตอนทดสอบนี้ คือคำตอบแบบไหนที่เรียกว่าชัดเจน มันไม่ต้องยาวครับ แต่ต้องเฉพาะเจาะจง คำตอบที่ใช้วางใจได้จะบอกได้ว่าซอร์สโค้ดส่งมอบในรูปไหน เป็นไฟล์ที่คุณเก็บเองได้ หรืออยู่ในบัญชี repository ที่คุณเป็นเจ้าของบัญชี ฐานข้อมูลอยู่ที่ไหน ใครมีสิทธิ์เข้าถึง และเอกสารระบบมีกี่ฉบับ ครอบคลุมส่วนไหน คำตอบลักษณะนี้เขียนเป็นเอกสารต่อได้ทันที ตรงข้ามกับคำตอบที่วนกลับมาที่ "อย่าห่วง เราทำกันมาหลายที่แล้ว" ซึ่งเป็นคำชมตัวเองที่ไม่ได้บอกคุณอะไรเลย ขอให้กลับไปที่คำถามเดิมอีกรอบครับ เอกสารคือสิ่งเดียวที่อยู่กับคุณได้จริง

ถ้าส่งมอบไปแล้ว แต่ของในมือยังไม่ครบ

บางคนอ่านถึงตรงนี้แล้วเริ่มนับถอยหลังระบบเก่าของตัวเอง ตอนจ้างไม่ได้ถามอะไรไว้เลย ตอนนี้จะทำอย่างไร ขอพูดความจริงอย่างเปิดเผยครับ สิ่งที่หายไปสร้างกลับมาได้เกือบทั้งหมด แต่ต้องแลกด้วยเวลาและต้นทุน นี่ไม่ใช่ประโยคคลายกังวล แต่เป็นสิ่งที่ทีมซึ่งรับช่วงระบบต่อเจอเป็นปกติ

เมื่อทีมใหม่เข้ามารับงานที่ไม่มีเอกสาร ไม่มีใครทำงานจากศูนย์เลย แรกเริ่มเขาจะสำรวจสิ่งที่คุณมีอยู่ อ่านโค้ดที่หาได้ สำรวจโครงสร้างฐานข้อมูลจากข้อมูลที่รันอยู่จริง แล้วทดลองใช้ระบบจนเข้าใจว่ามันทำอะไรได้ กระบวนการนี้เรียกว่า reverse engineering ใช้เวลาเท่าไหร่ขึ้นกับสองอย่าง ความซับซ้อนของระบบ และความเรียบร้อยของสิ่งที่ส่งมอบไปแล้ว ระบบที่ซับซ้อนสูงและไม่มีเอกสาร อาจใช้เวลาสำรวจหลายสัปดาห์ก่อนทีมใหม่จะกล้าแตะต้องมัน ค่าใช้จ่ายตรงนี้คือค่าเวลาของทีมใหม่ล้วนๆ มันไม่ใช่ค่าปรับให้ใคร แต่คือค่ากลับมาของสิ่งที่ไม่ได้ขอไว้แต่แรก

วิธีเลือกทีมที่รับต่อจึงมีแนวทางชัดๆ อยู่ ให้ทีมใหม่สำรวจของที่มีอยู่ก่อนแล้วค่อยเสนอแนวทางกับค่าใช้จ่าย ทีมที่ดูของก่อนคุยราคา กับทีมที่ตอบราคาทันทีโดยยังไม่ได้เปิดอะไรเลย ตอบต่างกันเสมอ อันหลังตัวเลขเร็วแต่มักเปลี่ยนระหว่างทาง อันแรกใช้เวลาสองสามวัน แต่ตัวเลขที่ออกมาใช้จริงได้มากกว่า ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องที่ผมแต่งขึ้นมาเตือนใจ มันคือลำดับงานปกติของการรับช่วงระบบ

สิ่งที่คุณทำเองได้ตั้งแต่วันนี้ ไม่ว่าระบบของคุณจะเก่าแค่ไหน ก็คือตรวจสามอย่าง หนึ่ง ตรวจว่ามีสำเนาฐานข้อมูลที่คุณเปิดอ่านได้จริงหรือยัง สอง ตรวจว่าคุณล็อกอินเข้าระบบด้วยบัญชีของคุณเองได้ และบัญชีที่สำคัญต่อทะเบียนอยู่ในชื่อคุณ สาม เก็บไฟล์ทุกอย่างที่เคยได้รับตอนส่งมอบไว้ที่เดียว แล้วเขียนโน้ตสิ่งที่คุณจำได้เรื่องระบบ รวมถึงชื่อหรือช่องทางติดต่อของทีมเดิมไว้ด้วย เพราะการที่ทีมใหม่ถามคนเดิมได้สักสองสามข้อ ช่วยย่นเวลาสำรวจได้มากกว่าที่คิด

แล้วเรื่องดูแลต่อหลังส่งมอบล่ะ

ให้สังเกตนะครับ บทความนี้ผมตั้งใจไม่พูดเรื่องขอบเขตการดูแลรักษาระบบ ไม่พูดเรื่องราคาดูแล เพราะมันเป็นอีกเรื่องที่ลึกและยาวกว่านี้ มีเรื่องช่วงเวลาตอบกลับ ขอบเขตงานแก้ไข และเงื่อนไขที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจอีกชั้น เรามีบทความ บริการ Maintenance & Support สำคัญอย่างไร ที่จัดการเรื่องนั้นแบบเต็มอยู่แล้ว ส่วนเรื่องราคาต่อโมดูลหรือต่อส่วนของระบบ เราก็มีบทความ รับทำระบบราคาเท่าไหร่ รออยู่

ทว่าในมุมความเป็นเจ้าของ มีอีกครึ่งของคำตอบที่อยู่ตรงนี้ก่อนเรื่องดูแล คือคำถามว่าใครมีสิทธิ์แก้ระบบต่อ ถ้าซอร์สโค้ดอยู่กับคุณ คุณจะจ้างเจ้าเดิมแก้ต่อหรือใช้ทีมใหม่ก็ได้เหมือนกัน สิทธิ์เลือกอยู่กับคุณเต็มๆ นั่นแหละคือความต่างระหว่างความเป็นเจ้าของกับการผูกมัด

เหตุผลที่แยกสามเรื่องนี้ออกจากกัน เพราะมันเป็นสามคำถามในหัวของผู้ซื้อสามช่วงเวลา ตัดสินใจแบบไหน จ่ายเท่าไหร่ และหลังจากนั้นใครดูแล สับสนอยู่ในเอกสารฉบับเดียวมักจะไม่จบทั้งสามเรื่อง วันนี้เราจบเรื่องที่สามของความกลัวก่อน คือเรื่องความเป็นเจ้าของและการพกพาของระบบ

อ้อ อีกอย่างหนึ่ง คำถามเหล่านี้ใช้ได้กับทั้งฝั่งระบบและฝั่งเว็บไซต์ด้วยนะครับ ถ้าคุณกำลังคิดเรื่องเว็บไซต์อยู่ เรามีบทความ เช็กลิสต์ก่อนจ้างทำเว็บไซต์ SME ที่มีข้อถามเรื่องความเป็นเจ้าของโดเมนและซอร์สโค้ดอยู่ในนั้นด้วย ในระดับหลักๆ ใกล้เคียงกันมาก ส่วนรายละเอียดที่ต่างกันอยู่ที่ส่วนเบื้องหลังของแต่ละอย่าง และถ้ากำลังตัดสินใจอยู่ว่าจะทำเว็บใหม่หรือปรับเว็บเดิมดี เรามีบทความ ทำเว็บไซต์ใหม่ หรือ ปรับเว็บไซต์เดิม เช็ก 5 จุดก่อนตัดสินใจ รออยู่เหมือนกันครับ

ทางของเราเรื่องนี้

พออ่านมาถึงตรงนี้ บางคนอาจสงสัยว่าที่ TumWebSME จัดการเรื่องนี้ยังไง ขอพูดตรงๆ ครับ เรื่องนี้เราแยกเป็นสองส่วนชัดเจน เพราะเป็นสองเรื่องที่คนทั่วไปมักปนกัน คือกรรมสิทธิ์ กับการโอนออก ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

ส่วนแรกคือกรรมสิทธิ์ ระบบที่เราทำให้คุณคือโค้ดที่เขียนขึ้นใหม่สำหรับธุรกิจของคุณเท่านั้น ไม่ใช่สำเนาของระบบที่เราขายให้ลูกค้ารายอื่น ซอร์สโค้ดเป็นของคุณ ตกลงกันไว้ตั้งแต่ก่อนเซ็นสัญญาและระบุไว้ในใบเสนอราคา อยู่ในราคาปกติ ไม่มีค่าลิขสิทธิ์รายปี ไม่มีค่ารายเดือนต่อยูสเซอร์ เพราะระบบเกิดจากงานของคุณล้วนๆ

ส่วนที่สองคือการโอนออก การเตรียมของจริงให้คุณเอาไปใช้ต่อที่อื่นได้ ตรงนี้เป็นงานที่มีต้นทุนจริง เราจึงคิดแยกต่างหากตามที่ตกลงกันไว้ในใบเสนอราคา ไม่ได้พ่วงเข้าไปในราคาเริ่มต้นให้ทุกคนอัตโนมัติ เหตุผลไม่ใช่เพราะอยากกั๊กอะไรไว้ครับ ตรงข้ามเลย ราคาเริ่มต้นของเราตั้งใจให้ไม่สูง เพราะลูกค้าจำนวนมากไม่ได้ตั้งใจเอาโค้ดออกไปพัฒนาต่อที่อื่น และไม่มีทีม IT ของตัวเองที่จะมารับงานนี้ต่อ ถ้าเราพ่วงค่าโอนออกเข้าไปในทุกใบเสนอราคาตั้งแต่แรก คนที่ไม่เคยต้องใช้ของส่วนนี้เลยก็ต้องจ่ายเพิ่มไปด้วยโดยไม่จำเป็น เราเลือกแยกออกมาแทน เพื่อให้คนที่ไม่ต้องการไม่ต้องแบกต้นทุนแทนคนอื่น

ถ้าวันหนึ่งคุณต้องการให้โอนออกจริง ทำได้ครับ ยื่นหนังสือคำร้องมาที่เรา แล้วมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตามที่ตกลงกันไว้ในใบเสนอราคา งานส่วนนี้ครอบคลุมการจัดเตรียมซอร์สโค้ด การ export ฐานข้อมูล การจัดทำเอกสารและคู่มือ และการเตรียมทีมเพื่ออบรมส่งต่อให้ทีม IT ของคุณ รายละเอียดของแต่ละโครงการไม่เท่ากัน ขึ้นกับความซับซ้อนของระบบตอนนั้น

เรื่องกรรมสิทธิ์และเรื่องการโอนออกจึงเป็นคำถามที่คุณถามเราได้เลยตั้งแต่ก่อนเซ็น ไม่ต้องรู้สึกเกรงใจแม้แต่น้อย และเรายินดีให้คำตอบของทั้งสองเรื่องนี้อยู่ในเอกสารก่อนคุณเซ็นอะไรก็ได้

สิ่งเดียวที่ผมขอเป็นทางเลือกให้คุณตัดสินใจเอง คือเวลา ถ้าคุณกำลังเปรียบเทียบอยู่หลายที่ ก็เชิญเปรียบเทียบครับ แล้วหยิบสามคำถามในบทความนี้ไปถามทุกที่เท่ากันหมด เป็นการได้ข้อมูลฟรีที่ดีที่สุดในตลาดนี้ และถ้าคำตอบของเราทำให้คุณอยากคุยต่อ หน้า ระบบสำหรับธุรกิจของ TumWebSME รวมผลงานระบบที่เราทำและยังรันอยู่จริง ราคาเริ่มต้น และขั้นตอนการทำงานไว้ให้ดู

หรือถ้าอยากเริ่มจากการเล่าเรื่องธุรกิจของคุณให้ฟังก่อน ว่าวันนี้รันงานอะไรอยู่ คอขวดอยู่ตรงไหน ทักมาเล่าให้ฟังได้เลยครับ บางทีการคุยสักหนึ่งรอบก็ช่วยให้เห็นแล้วว่าควรเริ่มจากอะไร หรือยังไม่ต้องเริ่มอะไรเลย อย่างนั้นก็ไม่เป็นไรครับ


ช่องทางการติดตาม TumWebSME

ติดตามสาระความรู้เรื่องการทำเว็บไซต์และการตลาดออนไลน์ได้ที่:

ติดต่องานและสอบถามบริการ

  • 088-983-9386 (คุณพลอย)

  • 099-856-3198 (คุณแสนนาน)

Keywords:

จ้างทำระบบ
รับทำระบบ
จ้างเขียนโปรแกรม
ซอร์สโค้ด
ส่งมอบระบบ
ระบบร้าน
ธุรกิจSME
back office
ลิขสิทธิ์รายปี
ดูแลระบบหลังส่งมอบ

No related items found

Sorry, we couldn't find what you're looking for. Please try selecting a different category.

Free Consultation

We are happy to provide consultation on website and system services to be a tool for growing your business.

Address : 89 Ramkhamhaeng 82 Alley, Ramkhamhaeng Road, Huamark Subdistrict, Bang Kapi District, Bangkok 10240, Thailand.

Business Hours : 09:00 - 21:00 (Open Daily)

Or follow us

FacebookInstagram
TikTok

Let us contact you