Skip to content
By TumWebSME
109 views
9 min

เว็บไซต์ร้านอาหาร ไม่ต้องเก่งไอทีก็ทำได้ สิ่งที่เจ้าของร้านต้องรู้ก่อนตัดสินใจ

ภาพหน้าปกบทความ เจ้าของร้านอาหารไทยนั่งดูแล็ปท็อปที่แสดงเว็บไซต์ร้านอาหาร พร้อมการ์ดสถิติแสดงร้านอาหารทั่วประเทศ 680,000+ ร้าน เพิ่มขึ้น 13.6% จากปีก่อน อ้างอิงศูนย์วิจัยกสิกรไทย

ตอนที่ลูกค้าร้านหนึ่งของเราต่อเติมครัวใหม่เพื่อรองรับออเดอร์เดลิเวอรี่ที่เพิ่มขึ้นทุกเดือน เจ้าของร้านไม่เคยถามผู้รับเหมาสักคำว่าท่อแก๊สต้องเดินสายยังไง ปลั๊กไฟกันน้ำต้องใช้ยี่ห้อไหน หรือคานที่ยื่นออกมารับน้ำหนักเตาได้กี่กิโล สิ่งที่เขาทำมีแค่บอกว่าอยากได้ครัวเปิดที่ลูกค้ามองเห็นได้ อยากให้เคาน์เตอร์รับออเดอร์อยู่ตรงไหน แล้วปล่อยให้ทีมช่างจัดการเรื่องเทคนิคทั้งหมดที่เหลือ 3 สัปดาห์ต่อมาครัวใหม่ก็ใช้งานได้จริง โดยที่เขาไม่เคยต้องรู้เรื่องแรงดันแก๊สเลยสักครั้งเดียว

เว็บไซต์ของร้านก็ไม่ต่างกันครับ สิ่งที่ทำให้ร้านหนึ่งมีเว็บไซต์แล้ว กับอีกร้านยังไม่มี ไม่ใช่เพราะร้านแรกมีเจ้าของที่เก่งคอมพิวเตอร์กว่า แต่เป็นเพราะร้านแรกรู้ว่าตัวเองต้องตัดสินใจแค่ไหน แล้วปล่อยส่วนที่เหลือให้คนที่ทำเรื่องนี้เป็นอาชีพ

ลองเช็คร้านตัวเองสัก 3 นาทีก่อนอ่านต่อ

หยิบมือถือขึ้นมาแล้วเปิด Google ตอนนี้เลยครับ พิมพ์ชื่อร้านของคุณลงไปตรงๆ แล้วดูว่าเกิดอะไรขึ้น

ถ้าสิ่งที่ขึ้นมามีแค่หมุดใน Google Maps กับเพจ Facebook เก่าที่โพสต์ล่าสุดเมื่อหลายเดือนก่อน ลองนึกภาพลูกค้าคนหนึ่งที่ไม่เคยมาร้านคุณเลย เขาเจอชื่อร้านจากเพื่อนแนะนำ แล้วมาเสิร์ชต่อเพื่อเช็คว่าร้านยังเปิดอยู่ไหม เมนูมีอะไรบ้าง ราคาประมาณไหน ถ้าสิ่งที่เขาเจอตอบคำถามพวกนี้ไม่ครบ เขาก็มีสองทางเลือก คือปิดแอปแล้วลืมร้านคุณไปเลย หรือทักไปถามในแชทแล้วรอคำตอบ ซึ่งถ้าเป็นช่วงเวลาที่คุณกำลังยุ่งอยู่ในครัว คำตอบนั้นอาจมาช้าไปหนึ่งมื้อพอดี

นี่แหละครับคือช่องว่างที่เว็บไซต์เข้ามาเติมเต็ม ไม่ใช่เพราะเพจหรือไลน์ของคุณใช้ไม่ได้ แต่เพราะมันไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ตอบคำถามพื้นฐานของคนที่ไม่รู้จักร้านคุณมาก่อนได้ครบในที่เดียว

เว็บไซต์เกิดขึ้นได้ยังไง แล้วใครทำอะไรบ้าง

หลายคนเข้าใจว่าการทำเว็บไซต์คือการนั่งเขียนโค้ดหน้าจอสีดำเต็มไปด้วยตัวอักษรวิ่ง แล้วก็เลิกคิดเรื่องนี้ไปตั้งแต่ต้น ความจริงคืองานทั้งหมดแบ่งเป็น 2 ฝั่งชัดเจน และฝั่งที่คุณต้องรับผิดชอบมีแค่ฝั่งเดียว

สิ่งที่คุณต้องตัดสินใจ เพราะมีแค่คุณเท่านั้นที่รู้

เมนูเด่นของร้านคืออะไร ราคาปัจจุบันเท่าไหร่ เปิดกี่โมงปิดกี่โมง วันไหนหยุด ที่ตั้งร้านอยู่ตรงไหน อยากให้ลูกค้าติดต่อทางไหนเป็นหลัก โทร ไลน์ หรือกดจองโต๊ะตรงๆ และอยากให้บรรยากาศของเว็บออกมาแนวไหน อบอุ่นแบบร้านครอบครัว หรือเรียบหรูแบบร้านไฟน์ไดนิ่ง คำตอบพวกนี้อยู่ในหัวคุณอยู่แล้วทั้งหมด ไม่ต้องไปหาที่ไหน

สิ่งที่ทีมงานลงมือทำ เพราะเป็นงานที่ฝึกมาโดยเฉพาะ

การจัดวางหน้าเว็บให้ดูเป็นมืออาชีพ การเขียนโค้ดเบื้องหลังให้เว็บโหลดเร็ว การทำให้ Google อ่านเว็บของคุณเข้าใจแล้วจัดอันดับให้ขึ้นมาเวลาคนค้นหา หรือที่เรียกกันว่า SEO การเชื่อมระบบจองโต๊ะหรือปุ่มแชทเข้ากับ LINE OA ของร้าน ไปจนถึงการดูแลเซิร์ฟเวอร์ไม่ให้เว็บล่มตอนคนเข้าเยอะ ทั้งหมดนี้เป็นงานของทีมที่ทำเว็บให้คุณ คุณไม่ต้องรู้จักคำเหล่านี้มาก่อนแม้แต่คำเดียวก็ทำงานร่วมกันได้

พูดให้เห็นภาพง่ายที่สุด คุณแค่ต้องเก่งเรื่องร้านของตัวเอง ซึ่งคุณเก่งอยู่แล้วตั้งแต่วันแรกที่เปิดร้าน

ทำไมเจ้าของร้านเกือบทุกคนถึงลังเลเรื่องเดียวกันหมด

ถ้าคุณรู้สึกไม่มั่นใจเรื่องนี้อยู่ ขอบอกตรงๆ ว่าคุณไม่ได้คิดคนเดียวครับ ผลสำรวจการขับเคลื่อนดิจิทัลของ SME ไทยประจำปี 2568 โดยสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ซึ่งสอบถามผู้ประกอบการถึง 2,704 รายทั่ว 6 ภูมิภาคระหว่างวันที่ 20-28 กุมภาพันธ์ปีนั้น พบว่า SME ไทยร้อยละ 81 เริ่มใช้เทคโนโลยีดิจิทัลด้านบริการและการตลาดแล้ว แต่สิ่งที่ยังฉุดรั้งผู้ประกอบการส่วนใหญ่ไว้ไม่ใช่แค่เรื่องงบประมาณอย่างเดียว แต่รวมถึงความยุ่งยากในการใช้งานและการขาดบุคลากรที่มีความรู้ด้านเทคโนโลยีด้วย ตามรายงานของ MGR Online ที่อ้างอิงข้อมูลชุดนี้โดยตรง

พูดอีกแบบคือ ความกังวลที่คุณมีอยู่ตอนนี้ เป็นความกังวลร่วมของผู้ประกอบการไทยเกือบทุกวงการ ไม่ใช่จุดอ่อนเฉพาะของคนทำร้านอาหาร และไม่ใช่สัญญาณว่าคุณไม่เหมาะกับการมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง

ตลาดร้านอาหารตอนนี้แข่งกันดุเดือดแค่ไหน

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยรายงานว่า ปี 2566 ไทยมีร้านอาหารเปิดกิจการอยู่ราว 680,000 ร้านทั่วประเทศ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 13.6% และเมื่อเทียบความหนาแน่นกับต่างประเทศ ไทยมีร้านอาหารเฉลี่ย 9.6 ร้านต่อประชากร 1,000 คน สูงกว่าญี่ปุ่นซึ่งเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องวัฒนธรรมการกินนอกบ้านเสียอีก ซึ่งอยู่ที่ 7.5 ร้านต่อประชากร 1,000 คนเท่านั้น (ที่มา: ไทยรัฐ อ้างอิงข้อมูลศูนย์วิจัยกสิกรไทย)

ตัวเลขนี้แปลตรงๆ ได้ว่า ลูกค้าหนึ่งคนมีร้านให้เลือกมากกว่าที่เคยเป็นมาในทุกย่าน และร้านที่ไม่มีที่ทางของตัวเองบนโลกออนไลน์เลย ก็เสี่ยงที่จะถูกกลืนหายไปในตัวเลือกที่เยอะขึ้นเรื่อยๆ นี้ พฤติกรรมลูกค้าที่เริ่มพึ่งการค้นหาออนไลน์ก่อนตัดสินใจเดินเข้าร้านมากขึ้นเรื่อยๆ ก็ยิ่งตอกย้ำว่าการมีที่ทางของตัวเองบนโลกออนไลน์สำคัญขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน

"ร้านผมไม่มีเวลาดูแลเว็บหรอก" คำถามที่เข้าใจได้มาก

คำถามนี้มีเหตุผลมากครับ ผมไม่เถียงเลย คนทำร้านอาหารแทบไม่มีเวลาว่างจริงๆ ตั้งแต่เตรียมของตอนเช้าไปจนถึงปิดร้านตอนดึก การเพิ่มงานอีกหนึ่งอย่างเข้ามาในตารางที่แน่นอยู่แล้วฟังดูเป็นภาระที่ไม่อยากแบกรับเพิ่ม

ความจริงคือเว็บไซต์ที่วางระบบมาดีตั้งแต่แรก ไม่ต้องเข้าไปแตะทุกวัน สิ่งที่อาจต้องอัปเดตเป็นครั้งคราวมีแค่เมนูใหม่ ราคาที่เปลี่ยน หรือโปรโมชั่นตามเทศกาล และงานเหล่านี้ทีมที่ดูแลเว็บให้คุณช่วยอัปเดตให้ได้โดยที่คุณส่งข้อความมาบอกแค่ประโยคเดียวก็พอ ไม่ต้องเปิดโปรแกรมอะไรเองทั้งสิ้น สิ่งที่คุณต้องทำจริงๆ มีแค่ตอบว่าอยากเปลี่ยนอะไร ซึ่งใช้เวลาไม่ถึง 5 นาทีต่อครั้ง

ทำไมยิ่งเริ่มเร็ว ยิ่งคุ้มขึ้นเรื่อยๆ

ต้นทุนของเว็บไซต์เป็นของตัวเองมีธรรมชาติตรงข้ามกับค่าเช่าแพลตฟอร์มโดยสิ้นเชิงครับ ค่าคอมมิชชันของแอปเดลิเวอรี่หรือค่าโฆษณาบนโซเชียลมีแต่จะขยับขึ้นตามเวลา ในขณะที่เว็บไซต์จ่ายครั้งเดียวแล้วต้นทุนต่อลูกค้าจะยิ่งถูกลงเรื่อยๆ เมื่อมีลูกค้าประจำกลับมาหาข้อมูลซ้ำผ่านช่องทางของคุณเองมากขึ้น เราเคยคำนวณจุดคุ้มทุนระหว่างค่าคอมมิชชันแพลตฟอร์มกับการมีเว็บไซต์เป็นของตัวเองไว้ละเอียดในจ่ายค่าคอมมิชชันเดือนละเท่าไหร่ ถึงคุ้มกว่ามีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง ถ้าร้านคุณขายผ่านแอปส่งอาหารอยู่แล้ว ลองเข้าไปดูตัวเลขจริงของร้านตัวเองเทียบได้เลยครับ

อีกมุมหนึ่งที่มักถูกมองข้ามคือเรื่องอันดับการค้นหาบน Google เว็บไซต์ที่เปิดมานานและมีเนื้อหาสม่ำเสมอ มักได้เปรียบกว่าเว็บที่เพิ่งเริ่มต้น เพราะ Google ให้น้ำหนักกับความน่าเชื่อถือที่สะสมมาตามเวลา นั่นแปลว่าร้านที่เริ่มทำเว็บวันนี้ กับร้านที่รอไปอีก 2 ปี แม้จะจ้างทีมเดียวกันทำเว็บให้เหมือนกันเป๊ะ ร้านที่เริ่มก่อนก็มีโอกาสติดหน้าแรกของ Google ได้เร็วกว่าอยู่ดี

เวอร์ชันเริ่มต้นไม่ต้องใหญ่เท่าที่คิด

หลายคนไม่กล้าเริ่มเพราะจินตนาการว่าเว็บไซต์ต้องมีฟีเจอร์ครบทุกอย่างตั้งแต่วันแรก ทั้งระบบสมาชิก ระบบสั่งอาหารออนไลน์ ระบบสะสมแต้ม ทั้งที่จริงแล้วร้านส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องมีครบขนาดนั้นเลยในวันเปิดตัว

เวอร์ชันเริ่มต้นที่เพียงพอสำหรับร้านอาหารส่วนใหญ่ มีแค่หน้าแรกที่บอกตัวตนของร้านชัดเจน หน้าเมนูพร้อมราคาที่อัปเดตได้ง่าย แผนที่และเบอร์ติดต่อที่กดโทรได้จากมือถือทันที และปุ่มเชื่อมไปยัง LINE OA หรือช่องทางจองโต๊ะที่มีอยู่แล้ว แค่นี้ก็ตอบโจทย์ลูกค้าที่เพิ่งเจอร้านคุณครั้งแรกได้ครบถ้วนแล้วครับ ถ้าอยากเห็นภาพรวมว่าก่อนเริ่มทำเว็บธุรกิจสักหลัง ควรเตรียมตัวคิดเรื่องอะไรบ้างก่อนคุยกับทีมงาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่ รับทำเว็บไซต์ธุรกิจ 2026: สรุปสิ่งที่เจ้าของธุรกิจต้องรู้ก่อนเริ่มทำเว็บไซต์ ส่วนถ้าอยากดูขอบเขตงานและราคาแพ็กเกจจริงของเราเอง ดูได้ที่หน้า แพ็กเกจทำเว็บไซต์ TumWebSME ครับ

ตัวอย่างร้านที่ลงมือทำไปแล้วจริง ไม่ใช่แค่ทฤษฎี

PRYM Brunch & Bar คือหนึ่งในร้านที่เราดูแลเว็บไซต์ให้ เจ้าของร้านไม่ได้มีพื้นฐานไอทีมาก่อนเช่นกัน สิ่งที่เขาต้องทำมีแค่เล่าให้ทีมงานฟังว่าอยากให้คนที่เข้าเว็บรู้สึกถึงบรรยากาศบ้านเก่าสไตล์ Thai-Colonial อายุกว่าร้อยปีของร้านตั้งแต่วินาทีแรกที่คลิกเข้ามา ที่เหลือเป็นหน้าที่ของทีมงานทั้งหมด อ่านรายละเอียดเต็มๆ ว่าโจทย์ของร้านนี้คืออะไร และทีมงานแก้โจทย์นั้นยังไงได้ที่ รับทำเว็บไซต์ธุรกิจร้านอาหาร เคสความสำเร็จ PRYM Brunch & Bar

ตัวอย่างเว็บไซต์ร้านอาหาร

ในอีกฝั่งหนึ่ง ร้านอาหารและคาเฟ่หลายร้านในต่างจังหวัดก็เจอปัญหาคล้ายกันมาก คือลูกค้าโทรมาถามเมนูซ้ำๆ ทั้งวัน หรือระบบจองโต๊ะยังใช้สมุดจดที่บางทีก็ลืมบันทึก ปัญหาแบบนี้ไม่ได้เกี่ยวกับว่าเจ้าของร้านเก่งคอมพิวเตอร์แค่ไหน แต่เกี่ยวกับว่ามีช่องทางที่ตอบคำถามพื้นฐานแทนคุณได้ตลอด 24 ชั่วโมงหรือเปล่า อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับปัญหากลุ่มนี้ได้ที่ รับทำเว็บไซต์ร้านอาหารและคาเฟ่ราชบุรี

แผน 2 สัปดาห์ก่อนเริ่มมีเว็บของร้านตัวเอง

  • สัปดาห์แรก วันที่ 1-3 รวบรวมของที่มีอยู่แล้ว: รูปอาหารและบรรยากาศร้านที่เคยถ่ายไว้ เมนูพร้อมราคาปัจจุบัน และข้อมูลติดต่อทั้งหมด ไม่ต้องถ่ายใหม่หรือจ้างมืออาชีพ ใช้ของที่มีอยู่ในมือถือตอนนี้ไปก่อนได้เลย

  • สัปดาห์แรก วันที่ 4-7 ตัดสินใจแค่ 3 ข้อ: อยากให้ลูกค้าทำอะไรได้บ้างบนเว็บ แค่ดูข้อมูล หรืออยากให้จองโต๊ะได้ด้วย อยากให้บรรยากาศเว็บออกมาโทนไหน และงบประมาณที่พร้อมลงทุนอยู่ในช่วงเท่าไหร่

  • สัปดาห์ที่ 2 วันที่ 8-10 คุยกับทีมทำเว็บ: ส่งของที่เตรียมไว้พร้อมคำตอบ 3 ข้อด้านบนให้ทีมงาน แล้วให้เขาช่วยแนะนำว่าร้านของคุณควรเริ่มจากเวอร์ชันแบบไหน

  • สัปดาห์ที่ 2 วันที่ 11-14 ตรวจงานแบบเจ้าของร้าน ไม่ใช่แบบโปรแกรมเมอร์: ดูแค่ว่าข้อมูลถูกต้อง รูปสวย กดโทรจากมือถือได้จริง แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว ส่วนเรื่องเทคนิคเบื้องหลังเป็นหน้าที่ของทีมงาน

วัดผลยังไงว่าคุ้มจริง

หลังเว็บเปิดใช้งานแล้ว ตัวเลขง่ายๆ ที่ควรสังเกตทุกเดือนคือจำนวนลูกค้าใหม่ที่บอกว่าเจอร้านผ่านการค้นหาใน Google เทียบกับช่องทางอื่น ลองถามลูกค้าใหม่เป็นครั้งคราวว่ารู้จักร้านจากไหน คำตอบนี้บอกได้ตรงกว่าตัวเลขสถิติใดๆ เพราะเป็นข้อมูลจริงจากร้านคุณเอง ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยจากที่ไหน อีกจุดที่ควรดูคู่กันคือจำนวนครั้งที่ลูกค้าโทรมาถามคำถามซ้ำๆ อย่างเมนูหรือเวลาเปิดปิด ถ้าตัวเลขนี้ลดลงหลังมีเว็บ แปลว่าเว็บกำลังทำหน้าที่ตอบคำถามแทนคุณได้จริง


กลับไปที่เรื่องต่อเติมครัวอีกครั้งครับ เจ้าของร้านคนนั้นไม่เคยต้องเรียนรู้เรื่องแรงดันแก๊สหรือวงจรไฟฟ้าเลยสักวัน สิ่งที่เขาทำมีแค่รู้ว่าตัวเองอยากได้อะไร แล้วเชื่อใจให้คนที่ทำเรื่องนั้นเป็นอาชีพลงมือทำ เว็บไซต์ของร้านอาหารก็ทำงานด้วยหลักการเดียวกันทุกอย่างครับ คุณไม่ต้องรู้จัก SEO หรือเขียนโค้ดเป็นสักบรรทัด คุณแค่ต้องรู้จักร้านของตัวเองดีพอ ซึ่งคุณรู้อยู่แล้วตั้งแต่วันแรกที่เปิดร้าน

ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วอยากเริ่มคุยรายละเอียด ทักมาเล่าให้เราฟังได้เลยครับ ว่าร้านของคุณตอนนี้เป็นแบบไหน อยากให้ลูกค้าที่เจอเว็บครั้งแรกรู้สึกยังไง แล้วเราจะช่วยดูว่าเวอร์ชันเริ่มต้นที่เหมาะกับร้านคุณควรมีหน้าตาแบบไหน

ช่องทางการติดตาม TumWebSME

ติดตามสาระความรู้เรื่องการทำเว็บไซต์และการตลาดออนไลน์ได้ที่:

ติดต่องานและสอบถามบริการ

  • 088-983-9386 (คุณพลอย)

  • 099-856-3198 (คุณแสนนาน)

Keywords:

เว็บไซต์ร้านอาหาร
ทำเว็บไซต์ร้านอาหาร
รับทำเว็บไซต์ร้านอาหาร
ออกแบบเว็บไซต์ร้านอาหาร
เว็บไซต์คาเฟ่
SME ร้านอาหาร
รับทำเว็บไซต์ธุรกิจ
Why SMEs need a website
ระบบจองโต๊ะร้านอาหาร
เจ้าของร้านไม่มีความรู้ไอที

No related items found

Sorry, we couldn't find what you're looking for. Please try selecting a different category.

Free Consultation

We are happy to provide consultation on website and system services to be a tool for growing your business.

Address : 89 Ramkhamhaeng 82 Alley, Ramkhamhaeng Road, Huamark Subdistrict, Bang Kapi District, Bangkok 10240, Thailand.

Business Hours : 09:00 - 21:00 (Open Daily)

Or follow us

FacebookInstagram
TikTok

Let us contact you