ลองนึกถึงคนที่ซื้อคอนโดสักห้องครับ โฉนดห้องเป็นชื่อเขา ใครจะมาบอกว่าห้องนี้ไม่ใช่ของเขาไม่ได้ แต่เขาไม่ต้องรู้ว่าปั๊มน้ำของตึกอยู่ชั้นไหน ไม่ต้องจ้างช่างมาดูลิฟต์ ไม่ต้องนัดคนมาล้างถังน้ำบนดาดฟ้า เพราะมีนิติบุคคลดูแลส่วนกลางให้ เขาจ่ายค่าส่วนกลางแล้วก็ใช้ชีวิตในห้องของตัวเองได้เลย
ส่วนอีกคนซื้อบ้านเดี่ยว เขาได้ทั้งที่ดินและตัวบ้าน ได้แบบแปลนมาทั้งชุด พร้อมจะดูแลทุกอย่างเอง ถ้าเขามีช่างประจำและมีเวลา บ้านเดี่ยวก็เป็นทางเลือกที่ดีมาก แต่ถ้าเขาเป็นเจ้าของร้านที่ตื่นมาก็ต้องเปิดร้านทุกเช้า บางทีห้องที่มีคนดูแลส่วนกลางให้ ก็เหมาะกับชีวิตเขามากกว่า
เรื่องระบบที่จ้างพัฒนาก็เป็นแบบเดียวกันเลยครับ วันนี้ผมอยากเล่าให้ฟังว่า ทำไมเราถึงอยากช่วยธุรกิจ SME ที่ไม่มีทีม IT และไม่มีเซิร์ฟเวอร์ของตัวเอง ด้วยการให้ส่วนลด 50,000 บาท (ไม่รวม VAT) ถ้าคุณไม่จำเป็นต้องรับมอบซอร์สโค้ดไปถือเอง
ก่อนอื่น ตอบคำถามที่ค้างอยู่ในใจก่อนครับ
ระบบที่ทีมเราพัฒนาให้ เป็นของคุณ 100% (แบบ One Stop Service ทีมเราเก็บโค้ดให้ ขอรับมอบโค้ดได้ทุกเมื่อโดยชำระส่วนที่ลดคืน) ทั้งตัวระบบและข้อมูลทั้งหมดในนั้น ไม่ว่าคุณจะเลือกแบบไหนที่จะเล่าต่อจากนี้ ข้อนี้ไม่เปลี่ยนเลย และไม่มีค่าลิขสิทธิ์รายปี ใครที่ยังกังวลเรื่องกรรมสิทธิ์เป็นพิเศษ ผมเขียนเรื่องนั้นแยกไว้อย่างละเอียดแล้วในบทความ จ้างทำระบบแล้วใครดูแลต่อ ซึ่งพูดถึงคำถามที่ควรได้คำตอบเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเซ็นสัญญา
บทความนี้ตอบคำถามอีกข้อหนึ่งครับ คือเมื่อระบบเป็นของคุณแน่ๆ แล้ว คุณควรเลือก ให้เราดูแลโค้ดกับเซิร์ฟเวอร์แทน หรือ รับโค้ดทั้งชุดไปถือเอง และทำไมสองทางนี้ถึงราคาต่างกัน 50,000 บาท (ไม่รวม VAT)
ส่วนลดนี้มาจากอะไร
ผมขอเล่าตรงๆ นะครับว่า ส่วนลดนี้มีที่มาชัดเจน มันคือต้นทุนของงานที่เราไม่ต้องทำให้คุณ
การรับมอบซอร์สโค้ดจริงๆ ไม่ใช่แค่ส่งไฟล์ให้ครับ ต้องมีงานส่งมอบ 4 อย่างตามมา อย่างแรกคือจัดเตรียมชุดโค้ดและ export ฐานข้อมูลให้อยู่ในรูปที่ทีมอื่นเปิดอ่านและใช้งานต่อได้ อย่างที่สองคือทำคู่มือโครงสร้างโค้ด ว่าแต่ละส่วนของระบบทำอะไร วางโครงสร้างไว้ยังไง (ส่วนคู่มือและอบรมการใช้งานสำหรับผู้ใช้ระบบรวมอยู่ในทุกราคาอยู่แล้ว) อย่างที่สามคืออบรมทีม IT ของคุณให้เข้าใจระบบ และอย่างที่สี่คือซัพพอร์ตตอนติดตั้ง ถ้าติดตั้งไม่สำเร็จหรือติดปัญหา เราต้องอยู่ช่วยจนใช้งานได้
ทั้งสี่อย่างนี้ใช้เวลาของโปรแกรมเมอร์และคนที่ทำเอกสารจริงๆ ครับ เหมือนตอนส่งมอบบ้านที่ช่างต้องเตรียมแบบแปลนทั้งชุด เดินอธิบายระบบไฟระบบน้ำให้เจ้าของบ้านฟัง และอยู่ช่วยแก้ถ้าอะไรไม่เรียบร้อยในวันแรกที่ย้ายเข้า แต่ถ้าคนซื้อบอกว่า ผมจะให้นิติบุคคลดูแลทั้งหมด ไม่ต้องแบกแบบแปลนกลับไปก็ได้ ช่างก็ไม่ต้องทำงานส่วนนั้น และราคาก็ลดลงตามจริง
ผมจึงตั้งใจแสดงราคาเริ่มต้นของเราเป็น ราคา One Stop Service ครับ เพราะธุรกิจ SME ส่วนใหญ่ไม่มีทีม IT และไม่มีเซิร์ฟเวอร์ของตัวเอง ถ้าเราตั้งราคาเต็มรวมงานส่งมอบไว้ให้ทุกคน คนที่ไม่เคยตั้งใจจะเอาโค้ดไปไหนก็ต้องจ่ายค่างานที่ไม่ได้ใช้ ซึ่งผมไม่อยากให้เป็นแบบนั้น
ลองดูตัวเลขจริงๆ ทีละขั้น
ขอยกตัวอย่างให้เห็นภาพนะครับ ตัวเลขข้างล่างนี้เป็นตัวอย่างสมมติเพื่ออธิบายเท่านั้น ไม่ใช่ราคาของโปรเจกต์ใดโปรเจกต์หนึ่ง และเป็นตัวเลขที่ไม่รวม VAT ทุกตัว
สมมติว่าระบบที่คุณต้องการ ราคาเต็มคือ 299,000 บาท (ไม่รวม VAT) ถ้าคุณเลือกรับมอบซอร์สโค้ด คุณจ่ายราคาเต็มนี้ ซึ่งรวมงานส่งมอบทั้ง 4 อย่างไว้แล้ว แต่ถ้าคุณเลือก One Stop Service ให้เราเก็บโค้ดและดูแลเซิร์ฟเวอร์ให้ คุณจ่าย 249,000 บาท (ไม่รวม VAT) ส่วนต่างตรงกลางคือค่างานส่งมอบที่เราไม่ต้องทำให้
จุดที่ผมอยากให้สังเกตคือเรื่องการเปลี่ยนใจครับ ถ้าวันหนึ่งธุรกิจโตขึ้น คุณจ้างทีม IT ของตัวเองแล้ว และอยากถือโค้ดไว้เอง คุณไม่ต้องเริ่มต้นใหม่ แจ้งความประสงค์มาที่เรา แล้วชำระส่วนที่เคยได้ลดไป ซึ่งในตัวอย่างนี้คือ 50,000 บาท (ไม่รวม VAT) รวมกับที่จ่ายมาแล้ว ยอดทั้งหมดก็เท่ากับราคาเต็มของแบบรับมอบพอดี คือ 249,000 บวก 50,000 ได้ 299,000 บาท (ไม่รวม VAT) และไม่มีค่าลิขสิทธิ์รายปี
พูดอีกแบบคือ การเลือก One Stop Service ไม่ใช่การตัดสินใจครั้งเดียวที่ย้อนกลับไม่ได้ครับ มันคือการเลื่อนจ่ายค่างานส่งมอบไปไว้ในวันที่คุณต้องการใช้มันจริงๆ เลือกได้ตั้งแต่ตอนทำสัญญา หรือเปลี่ยนมารับมอบภายหลังก็ได้
One Stop Service ดูแลอะไรให้คุณบ้าง
ชื่อก็บอกตรงตัวครับ คือบริการจุดเดียวจบ ธุรกิจที่ไม่มีทีม IT มักเจอปัญหาว่า เรื่องเทคนิคกระจัดกระจายอยู่หลายที่ โดเมนซื้อจากที่หนึ่ง โฮสติ้งอยู่อีกที่ คนทำระบบเป็นอีกคน พอมีอะไรพังก็ไม่รู้จะโทรหาใคร ที่ TumWebSME เราเก็บทุกอย่างนี้ไว้ในมือทีมเดียว
เริ่มจาก Hosting และเซิร์ฟเวอร์ เราจัดเตรียมและดูแลที่รันระบบของคุณให้ เพื่อให้ระบบเปิดใช้งานได้ตามปกติ คุณไม่ต้องเรียนรู้ว่าเซิร์ฟเวอร์คืออะไร ถัดมาคือ Domain เรื่องการจดและต่ออายุชื่อเว็บไซต์ ซึ่งเป็นเรื่องเล็กที่ลืมแล้วกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้เสมอ แล้วก็บริการดูแลและแก้บัค เมื่อพบจุดที่ระบบทำงานไม่ถูกต้อง ทีมที่เขียนระบบนั้นมากับมือคือคนที่แก้ให้ ไม่ต้องเริ่มอธิบายใหม่กับคนแปลกหน้า
อีกเรื่องที่หลายคนไม่ทันนึกถึงตอนเซ็นสัญญา คือเรื่องต่อยอด ธุรกิจเปลี่ยนไปทุกปีครับ วันนี้อาจต้องการแค่ระบบรับออเดอร์ อีกหกเดือนอยากได้หน้าสรุปยอดขาย ปีหน้าอยากเชื่อมกับระบบอื่น เราต่อยอดจากระบบเดิมที่เรารู้จักดีอยู่แล้วให้ได้ ซึ่งเร็วกว่าให้ทีมใหม่มานั่งสำรวจโครงสร้างตั้งแต่ศูนย์ ขอบเขตและเงื่อนไขของแต่ละบริการ ควรขอให้ระบุไว้ในใบเสนอราคาให้ชัดก่อนเซ็นครับ
ลองนึกถึงร้านสมมติสองร้าน
เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น ผมขอสมมติเจ้าของธุรกิจสองคนนะครับ สองคนนี้เป็นตัวอย่างที่ผมแต่งขึ้นเพื่ออธิบาย ไม่ใช่ลูกค้าจริงของเรา
คุณแอนเปิดร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้างที่โพธาราม ราชบุรี มีพนักงานแปดคน ทุกเช้าเธอเช็กสต็อกกับรับออเดอร์จากช่างรับเหมา เธอต้องการระบบจัดการสต็อกและใบเสนอราคาที่ใช้งานง่าย เธอไม่มีทีม IT และไม่มีแผนจะจ้างในสองสามปีนี้ ถ้าวันหนึ่งระบบช้าหรือมีปุ่มที่กดแล้วไม่ทำงาน เธออยากมีเบอร์โทรเบอร์เดียวที่ติดต่อได้ แบบนี้ One Stop Service ตอบโจทย์เธอได้ตรงๆ ส่วนต่างที่ประหยัดได้ เธอเอาไปเติมสต็อกสินค้าได้เลย
อีกคนคือคุณบอย เจ้าของโรงงานผลิตชิ้นส่วนที่สมุทรสาคร ซึ่งมีทีม IT ของตัวเองสามคน และมีนโยบายภายในว่าซอฟต์แวร์ที่ใช้ในโรงงานต้องรันบนเซิร์ฟเวอร์ของบริษัทเท่านั้น สำหรับเขา การรับมอบซอร์สโค้ดในราคาเต็มคือทางที่เหมาะสมที่สุด เพราะทีมของเขาพร้อมรับช่วงต่ออยู่แล้ว และงานส่งมอบทั้งสี่อย่างจะช่วยให้ทีมเข้าใจระบบได้เร็ว
สองคนนี้ไม่มีใครเลือกผิดครับ ต่างกันที่หน้าตาของธุรกิจเท่านั้น และนั่นคือเหตุผลที่เราทำให้ทั้งสองทางอยู่ในใบเสนอราคาเดียวกัน ให้คุณเห็นแล้วเลือกเองตามความเป็นจริง
แล้วควรเลือกแบบไหน ลองถามตัวเอง 4 ข้อ
ผมไม่อยากให้คุณเลือกเพราะราคาอย่างเดียวนะครับ เพราะแต่ละแบบเหมาะกับธุรกิจคนละแบบ ลองตอบสี่ข้อนี้ตามความจริง
ตอนนี้ในบริษัทมีคนที่ดูแลเซิร์ฟเวอร์ ฐานข้อมูล และอัปเดตระบบเป็นประจำหรือไม่ ถ้าไม่มี แปลว่าโค้ดที่ส่งมอบไปจะนอนอยู่เฉยๆ จนกว่าจะมีคนมารับช่วง
ในอีกหนึ่งถึงสองปีข้างหน้า คุณมีแผนจ้างทีม IT ของตัวเองหรือยัง ถ้ายัง ส่วนต่างที่ประหยัดได้ก็เก็บไว้ก่อนได้
ถ้าระบบมีปัญหาตอนเช้าวันจันทร์ คุณอยากมีเบอร์เดียวที่โทรแล้วมีคนรับผิดชอบ หรืออยากมีทีมของตัวเองคอยแก้
ธุรกิจของคุณมีข้อกำหนดภายในเรื่องข้อมูลที่ต้องเก็บไว้บนเซิร์ฟเวอร์ของบริษัทเองหรือไม่ ถ้ามี ให้เลือกแบบรับมอบซอร์สโค้ดได้เลยครับ
ถ้าสามข้อแรกตอบว่า ไม่มี ยังไม่มีแผน และอยากมีเบอร์เดียว One Stop Service มักเป็นทางที่เหมาะกว่า ในทางกลับกัน ถ้าบริษัทมีทีม IT อยู่แล้ว หรือมีนโยบายต้องถือโค้ดเอง แบบรับมอบซอร์สโค้ดในราคาเต็มคือคำตอบ และเราจะส่งมอบให้ครบทั้ง 4 อย่างที่เล่าไว้ข้างบน ทั้งสองทางเป็นทางที่ดีครับ ผมไม่ได้มองว่าทางไหนดีกว่ากัน
คำถามที่หลายคนอยากถามแต่เกรงใจ
บางคนอ่านมาถึงตรงนี้แล้วอาจคิดว่า ถ้าให้คุณเก็บโค้ดไว้ แล้ววันหนึ่งผมไม่อยากทำงานกับคุณแล้วล่ะ จะทำยังไง
คำถามนี้ยุติธรรมมากครับ และผมไม่เถียงเลยว่าคนที่ถามแบบนี้คือคนที่คิดรอบคอบ คำตอบคือ ทางออกมีอยู่ตั้งแต่วันเซ็นสัญญา คุณแจ้งความประสงค์ขอรับมอบได้ทุกเมื่อ ชำระส่วนที่ได้ลดไป เราก็จัดเตรียมชุดโค้ด export ฐานข้อมูล ทำคู่มือ และอบรมทีมของคุณให้ จากนั้นคุณจะให้ทีมไหนต่อยอดระบบในอนาคตก็ได้ ไม่ต้องกลับมาหาเราอีก ไม่มีค่าลิขสิทธิ์รายปีมาผูกไว้
สิ่งที่ผมแนะนำคือ ให้เขียนเงื่อนไขข้อนี้ลงในใบเสนอราคาหรือสัญญาตั้งแต่ต้นครับ ไม่ใช่เพราะไม่ไว้ใจใคร แต่เพราะข้อตกลงที่อยู่ในเอกสาร เป็นสิ่งเดียวที่ยังอยู่ตรงนั้นในวันที่ความจำของทุกฝ่ายเลือนไปแล้ว เรื่องนี้ผมเขียนถึงไว้แล้วในบทความ เมื่อโปรแกรมเมอร์รับมัดจำแล้วหายตัวไป ซึ่งเล่าวิธีป้องกันตัวก่อนจ่ายเงินจากกระทู้จริง และใช้กับทีมไหนก็ได้ รวมถึงทีมเราด้วย
ถ้าคุณมีระบบเดิมอยู่แล้ว ก็ต่อยอดได้
อีกกลุ่มหนึ่งที่ผมอยากพูดถึง คือคนที่มีระบบหรือเว็บไซต์อยู่แล้ว และอยากต่อยอดให้ใช้งานได้มากขึ้น เรารับต่อยอดจากระบบเดิมได้ครับ เริ่มจากการดูของที่มีอยู่ก่อน แล้วค่อยเสนอแนวทางและค่าใช้จ่ายให้ ตามลำดับงานปกติของการรับช่วงระบบ ทีมที่ดูของก่อนคุยราคา มักให้ตัวเลขที่ใช้ได้จริงกว่าทีมที่ตอบราคาทันทีโดยยังไม่ได้เปิดอะไรเลย
สำหรับเรื่องค่าใช้จ่ายของระบบแต่ละส่วน ว่ามีโมดูลอะไรบ้างและราคาต่างกันยังไง ผมเขียนแจกแจงไว้ในบทความ รับทำระบบราคาเท่าไหร่ ส่วนเรื่องการดูแลหลังส่งมอบ ว่าครอบคลุมอะไรและควรรู้เงื่อนไขอะไรก่อนตัดสินใจ มีบทความ บริการ Maintenance & Support สำคัญอย่างไร เล่าไว้ให้แล้วครับ
แผนสั้นๆ ถ้าคุณกำลังตัดสินใจอยู่
เขียนรายการสิ่งที่ธุรกิจคุณต้องการให้ระบบทำ ไม่ต้องเป็นภาษาเทคนิค เล่าเป็นภาษาของงานประจำวันก็พอ
ตอบสี่ข้อด้านบนตามความจริง แล้วดูว่าคุณเอียงไปทาง One Stop Service หรือการรับมอบซอร์สโค้ด
ขอใบเสนอราคาที่ระบุทั้งสองแบบ พร้อมเงื่อนไขการเปลี่ยนมารับมอบภายหลัง ให้ชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร
ถามเรื่องขอบเขตของ Hosting, Domain, การแก้บัค และการต่อยอด ว่าอะไรรวมอยู่แล้ว อะไรคิดแยก
เมื่อสี่ข้อนี้ชัด การตัดสินใจจะง่ายขึ้นมาก และต่อให้เลือกแล้วภายหลังเปลี่ยนใจ ก็ยังมีทางกลับ ซึ่งเป็นเหตุผลที่เราออกแบบข้อเสนอนี้ไว้แบบนี้ตั้งแต่ต้นครับ
กลับมาที่คอนโดกับบ้านเดี่ยว
ถ้าวันนี้คุณคือเจ้าของร้านที่ตื่นมาก็ต้องเปิดร้านทุกเช้า คุณไม่จำเป็นต้องแบกแบบแปลนบ้านทั้งชุดกลับไปครับ ห้องของคุณเป็นของคุณ 100% ข้อมูลทุกบรรทัดเป็นของคุณ และถ้าวันหนึ่งอยากย้ายไปอยู่บ้านเดี่ยว ประตูนั้นเปิดไว้ให้เสมอ เพียงแต่ในวันนี้ ส่วนลดที่ได้มีไว้ให้คุณเก็บเงินส่วนนั้นไปใช้กับธุรกิจก่อน ถ้าคุณอยากเล่าให้ฟังว่าวันนี้ธุรกิจรันงานอะไรอยู่ ติดตรงไหน ลองดูหน้า ระบบสำหรับธุรกิจของ TumWebSME ซึ่งรวมผลงานระบบที่เราทำและยังรันอยู่จริง ราคาเริ่มต้น และขั้นตอนการทำงานไว้ให้ดู หรือจะทักมาคุยกันก่อนก็ได้เลยครับ เล่าเรื่องธุรกิจของคุณให้ฟังสักนิด แล้วเราจะช่วยคิดด้วยกันว่าทางไหนเหมาะกับคุณที่สุด
ช่องทางการติดตาม TumWebSME
ติดตามสาระความรู้เรื่องการทำเว็บไซต์และการตลาดออนไลน์ได้ที่:
Facebook: TumWebSME รับทำเว็บไซต์ธุรกิจ
Instagram: @tumwebsme
TikTok: @tumwebsme
YouTube: TumWebSME
ติดต่องานและสอบถามบริการ
088-983-9386 (คุณพลอย)
099-856-3198 (คุณแสนนาน)




