ข้ามไปยังเนื้อหา
โดย TumWebSME
113 views
10 นาที

เครื่องหมาย DBD Registered คืออะไร สำคัญกับเว็บไซต์ขายของไหม? (2569)

ทีมทำเว็บกับเจ้าของร้านนั่งข้างกันที่โต๊ะทำงาน คนหนึ่งทำงานบนแล็ปท็อป อีกคนตรวจหน้าเว็บบนมือถือ พร้อมข้อควรระวังจากคู่มือของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าในการติดเครื่องหมาย DBD Registered บนเว็บ ได้แก่ โค้ดต้องไม่มีการแก้ไขใด ๆ ทั้งสิ้น วางได้เฉพาะบนโดเมนที่จดทะเบียนไว้ และอย่าวางไว้ในแท็ก script

ถ้าเคยเดินเข้าร้านทองหรือร้านขายส่งเก่าแก่ ลองนึกดูครับว่าที่ผนังหลังเคาน์เตอร์มักมีอะไรแขวนอยู่ ส่วนใหญ่คือกรอบรูปใส่ใบทะเบียนพาณิชย์ ชื่อร้าน เลขทะเบียน วางอยู่ตรงที่ลูกค้ามองเห็น

แทบไม่มีลูกค้าคนไหนเดินไปอ่านใบนั้นทีละบรรทัด แต่แค่เหลือบไปเห็นก็พอรู้สึกว่าร้านนี้มีตัวตนจริง มีชื่อ มีที่อยู่ ถ้ามีปัญหาก็ตามหาได้

พอร้านย้ายมาขายบนเว็บไซต์ ผนังหลังเคาน์เตอร์ก็หายไปด้วย ลูกค้าที่เปิดเว็บคุณครั้งแรกไม่เห็นหน้าร้าน ไม่เห็นคนขาย เห็นแค่รูปสินค้ากับเลขบัญชีให้โอน เครื่องหมาย DBD Registered คือกรอบรูปใบนั้นในโลกออนไลน์ครับ

แต่ก็ต้องพูดตรง ๆ ก่อนว่า ร้านออนไลน์จำนวนมากไม่มีเครื่องหมายนี้ก็ขายดีได้จริง ผมไม่ได้จะบอกว่าร้านที่ไม่มีคือร้านที่ไม่น่าเชื่อถือ บทความนี้จะเล่าว่าเครื่องหมายนี้ยืนยันอะไรให้ลูกค้าบ้าง ขอยังไง และต้องติดบนเว็บแบบไหนถึงจะมีประโยชน์จริง

เพราะกรอบรูปที่แขวนไว้แต่ไม่มีใครตรวจได้ ก็เป็นแค่รูปภาพรูปหนึ่ง

เช็ก 3 ข้อ เว็บคุณควรคิดเรื่องเครื่องหมายนี้หรือยัง

ลองตอบคำถามสามข้อนี้กับร้านของตัวเองดูครับ

  1. ลูกค้าต้องโอนเงินหรือจ่ายเงินผ่านเว็บ ก่อนได้รับสินค้าหรือบริการใช่ไหม

  2. ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนที่ไม่เคยรู้จักร้านมาก่อน มาจากการค้นหาหรือโฆษณา ไม่ได้มาจากการบอกต่อของคนรู้จัก

  3. เคยมีลูกค้าทักมาถามว่า "ร้านมีหน้าร้านไหม" "เป็นบริษัทจริงหรือเปล่า" หรือขอดูหลักฐานก่อนโอน

ถ้าตอบ "ใช่" ตั้งแต่สองข้อขึ้นไป เครื่องหมายนี้ช่วยตอบคำถามที่ลูกค้าคิดอยู่ในใจได้ตรงจุด ถ้าตอบ "ใช่" แค่ข้อเดียวหรือไม่มีเลย เช่น ร้านที่ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นขาประจำ หรือเว็บที่ใช้แค่ให้ข้อมูลแล้วให้ลูกค้าโทรคุย เรื่องนี้ยังไม่ใช่เรื่องเร่งครับ

DBD Registered คืออะไร และยืนยันอะไรให้ร้านคุณ

DBD Registered คือเครื่องหมายรับรองที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ออกให้ร้านค้าออนไลน์ที่จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์แล้ว ระบบที่ใช้ขอและค้นหาเครื่องหมายอยู่ที่ เว็บไซต์ระบบออกเครื่องหมายรับรอง DBD Registered ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งระบุช่องทางติดต่อไว้ที่กองพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

ลูกค้ากดแล้วเห็นอะไร

จุดที่หลายคนไม่รู้คือ เครื่องหมายนี้ไม่ได้เป็นแค่รูปโลโก้ให้แปะ ตามคู่มือการติดตั้งของกรมฯ เมื่อลูกค้ากดที่เครื่องหมาย ระบบจะเชื่อมไปที่ฐานข้อมูลของกรม แล้วแสดงข้อมูลการจดทะเบียนและการได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายของร้านนั้น

นอกจากนี้ บนเว็บระบบของกรมฯ ยังมีหน้าค้นหาเครื่องหมาย ที่ค้นได้จากชื่อร้านค้าออนไลน์หรือ URL เลขทะเบียน ประเภทธุรกิจ และพื้นที่ ลูกค้าที่ระวังตัวมาก ๆ จึงตรวจย้อนได้เองอีกทาง และในระบบเดียวกันก็มีเมนูรับเรื่องร้องเรียนด้วย

การตรวจย้อนแบบนี้สำคัญกว่าที่คิดครับ ข่าวประชาสัมพันธ์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ฉบับที่ 222 เล่าว่าเคยมีมิจฉาชีพแอบอ้างว่ากรมฯ ออกหนังสือรับรองความน่าเชื่อถือในการประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ให้บริษัทหนึ่ง แล้วนำเอกสารไปเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดียเพื่อชวนคนมาร่วมลงทุน พอกรมฯ ตรวจสอบ กลับพบว่าบริษัทนั้นไม่ได้ยื่นขอเครื่องหมาย DBD Registered หรือ DBD Verified เลย รูปเอกสารหรือโลโก้ที่แปะไว้เฉย ๆ จึงพิสูจน์อะไรไม่ได้ ถ้าไม่ได้กดหรือค้นย้อนไปที่ระบบของกรมฯ

มองจากฝั่งเจ้าของร้าน เรื่องนี้เป็นข้อดีครับ ถ้าคนอื่นแอบอ้างเครื่องหมายได้ง่าย สิ่งที่ทำให้ร้านของคุณต่างออกไปคือเครื่องหมายที่กดแล้วพาไปเจอข้อมูลจริงจากระบบของกรมฯ ได้ทันที ซึ่งเป็นเหตุผลที่หัวข้อเรื่องวิธีติดเครื่องหมายด้านล่างสำคัญกว่าตัวเครื่องหมายเอง

สิ่งที่เครื่องหมายนี้ไม่ได้บอก

ตรงนี้สำคัญครับ เครื่องหมาย DBD Registered ยืนยันเรื่อง "ใครเป็นคนขาย" คือร้านนี้จดทะเบียนไว้กับรัฐ มีข้อมูลตัวตนให้ตามได้ แต่ไม่ได้รับรองว่าสินค้าดี ส่งตรงเวลา หรือบริการหลังการขายจะเป็นอย่างไร

ถ้าเขียนบนเว็บว่า "ได้รับการรับรองจากกระทรวงพาณิชย์ มั่นใจได้ทุกออเดอร์" ก็กำลังพูดเกินกว่าที่เครื่องหมายยืนยันไว้ ประโยคที่ตรงกว่าคือบอกลูกค้าว่าร้านจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์แล้ว และเชิญให้กดเครื่องหมายตรวจสอบเองได้

แล้ว DBD Verified คืออะไร

กรมพัฒนาธุรกิจการค้ายังมีเครื่องหมายอีกประเภทชื่อ DBD Verified คู่มือการติดตั้งของกรมฯ ใช้ขั้นตอนเดียวกันสำหรับทั้งสองเครื่องหมาย และมีอีเมลติดต่อแยกสำหรับ Verified ไว้ต่างหาก

ข่าวประชาสัมพันธ์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ฉบับที่ 222 ลงวันที่ 24 ตุลาคม 2567 อธิบายว่า DBD Registered คือเครื่องหมายที่รับรองว่าผู้ประกอบการ ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ยืนยันการมีตัวตนอยู่จริง ส่วน DBD Verified คือเครื่องหมายรับรองความน่าเชื่อถือ ที่ออกให้ผู้ประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่จดทะเบียนและมีคุณสมบัติครบตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด บ่งบอกว่าเว็บไซต์นั้นผ่านเกณฑ์ประเมินตามมาตรฐานคุณภาพธุรกิจ e-Commerce ของกรมฯ และข่าวฉบับเดียวกันระบุว่าเครื่องหมายนี้มีอายุ 1 ปี

ข่าวเดียวกันให้ตัวเลข ณ วันที่ 18 ตุลาคม 2567 ว่ามีร้านค้าและนิติบุคคลยื่นขอรับเครื่องหมาย DBD Registered รวม 115,471 ร้านค้าออนไลน์ และยื่นขอรับเครื่องหมาย DBD Verified 177 เว็บไซต์ ผมยังไม่เจอตัวเลขที่ใหม่กว่านี้ แต่แค่นี้ก็พอเห็นว่า Verified เป็นเครื่องหมายที่มีคนยื่นขอน้อยกว่า Registered มาก

ส่วนหลักเกณฑ์ละเอียดว่าต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้างถึงจะขอ Verified ได้ ผมยังหาเอกสารฉบับปัจจุบันไม่เจอครับ ถ้าร้านคุณสนใจ Verified ให้สอบถามกองพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์โดยตรงตามช่องทางที่ให้ไว้ในบทความนี้ จะได้คำตอบที่ตรงกับปีนี้

"ขายดีอยู่แล้ว ไม่มีก็ได้มั้ง"

ได้จริงครับ ผมไม่เถียงเลย ร้านที่มีลูกค้าประจำ มีรีวิวจริงให้ดู หรือขายผ่านคนรู้จักเป็นหลัก ลูกค้าเชื่อใจร้านจากประสบการณ์ที่เคยซื้อมาแล้ว ไม่ได้เชื่อเพราะโลโก้

เครื่องหมายนี้จะมีน้ำหนักกับลูกค้ากลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะ คือคนที่ยังไม่รู้จักร้าน เจอเว็บครั้งแรกจากการค้นหา แล้วกำลังชั่งใจว่าจะโอนเงินดีไหม คนกลุ่มนี้ไม่มีประวัติกับร้านให้ใช้ตัดสินใจ สิ่งที่ช่วยเขาได้คือหลักฐานที่ตรวจสอบได้จากคนกลาง

อีกคำถามที่มักตามมาคือ "ร้านเรามีหน้าที่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์หรือเปล่า" คำถามนี้ขึ้นกับรูปแบบธุรกิจของแต่ละร้าน และเป็นเรื่องตามกฎหมายทะเบียนพาณิชย์ ผมไม่ใช่ผู้ที่ควรตอบแทนครับ ให้ถามกรมพัฒนาธุรกิจการค้าโดยตรง ที่กองพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ โทร 02-547-5958 ถึง 60 หรืออีเมล e-commerce@dbd.go.th ตามข้อมูลบนเว็บระบบของกรมฯ

ขอเครื่องหมายยังไง

ตามอินโฟกราฟิกขั้นตอนการสมัครที่กรมฯ เผยแพร่ไว้ในหน้า หลักเกณฑ์การขอเครื่องหมาย ซึ่งอัปเดตล่าสุดเมื่อพฤศจิกายน 2568 เส้นทางจะต่างกันตามประเภทของผู้ขายครับ

ถ้าขายในนามบุคคลธรรมดา

  1. ยื่นขอจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือสำนักงานเขตของกรุงเทพมหานคร ตามสถานที่ตั้งของสำนักงานใหญ่

  2. รอการอนุมัติเครื่องหมายทางอีเมล

ถ้าขายในนามนิติบุคคล

  1. เข้าระบบออกเครื่องหมายด้วยเลขทะเบียนนิติบุคคลและรหัสผ่านชุดเดียวกับที่ใช้ยื่นงบการเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (DBD e-Filing) ถ้าลืมรหัสผ่าน ในระบบมีเมนูให้ขอตั้งใหม่ผ่านอีเมล

  2. กรอกข้อมูลร้านค้าให้ครบถ้วน

  3. รอการอนุมัติทางอีเมล

มีเรื่องเล็ก ๆ ที่ช่วยให้ขั้นแรกของนิติบุคคลไม่สะดุดครับ รหัสผ่านที่ใช้เข้าระบบคือรหัสเดียวกับที่ใช้ยื่นงบการเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ ถ้าบริษัทให้สำนักงานบัญชีเป็นคนยื่นงบให้ทุกปี เจ้าของอาจไม่เคยเห็นรหัสนี้เลย ก่อนเริ่มขอเครื่องหมาย ลองถามผู้ทำบัญชีของบริษัทก่อนว่าใครถือรหัสชุดนี้อยู่ จะได้ไม่ต้องไปกดลืมรหัสผ่านโดยไม่จำเป็น และอีเมลที่ใช้ในระบบควรเป็นอีเมลที่บริษัทเปิดอ่านจริง เพราะทั้งผลการอนุมัติและโค้ดของเครื่องหมายจะส่งมาทางอีเมล

ติดเครื่องหมายบนเว็บยังไงให้ลูกค้ากดตรวจได้จริง

ส่วนนี้คืองานที่หลายร้านทำไม่ครบ แล้วเครื่องหมายกลายเป็นรูปภาพเฉย ๆ ที่กดแล้วไม่ไปไหน คู่มือการติดตั้งของกรมฯ อธิบายไว้ค่อนข้างชัด ผมสรุปให้ตามนี้ครับ

โค้ดมาทางอีเมล และห้ามแก้

เมื่ออนุมัติแล้ว กรมฯ จะส่ง Source Code ของเครื่องหมายมาทางอีเมลเป็นไฟล์ข้อความ ร้านนำโค้ดนี้ไปวางในไฟล์หน้าเว็บตรงตำแหน่งที่ต้องการ คู่มือเขียนไว้ชัดว่าโค้ดที่ส่งมาต้องไม่มีการแก้ไขใด ๆ ทั้งสิ้น

นี่คือจุดที่พลาดกันบ่อยครับ บางเว็บเซฟแค่รูปโลโก้ไปแปะ หรือทำลิงก์ครอบรูปเอง พอลูกค้ากดก็ไม่มีข้อมูลขึ้น คู่มือของกรมฯ ระบุเองด้วยว่า ถ้ากดแล้วไม่มีรายละเอียด อาจเกิดจากการทำลิงก์เองของเว็บไซต์นั้น

วางได้เฉพาะบนโดเมนที่จดทะเบียนไว้

โค้ดต้องวางอยู่ภายใต้ URL ที่จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไว้เท่านั้น ตัวอย่างในคู่มือคือ ถ้าจดทะเบียนไว้ที่ www.abc.com ก็ต้องวางที่ www.abc.com เท่านั้น

อย่าวางไว้ในแท็ก script

อีกข้อที่ทีมทำเว็บต้องรู้ คู่มือห้ามนำโค้ดไปวางไว้ภายใต้แท็ก <script> ถ้าวางแล้วหน้าเว็บทำงานผิดปกติ เครื่องหมายแสดงไม่ครบ หรือกดแล้วไม่มีข้อมูล คำแนะนำของกรมฯ คือให้คงโค้ดไว้บนเว็บก่อน แล้วติดต่อเจ้าหน้าที่ให้ช่วยตรวจ

วางตรงไหนดี

คู่มือของกรมฯ ให้ร้านเลือกตำแหน่งได้เอง ไม่ได้บังคับจุด ผมแนะนำสองจุด จุดแรกคือส่วนท้ายของทุกหน้า เพราะเป็นที่ที่คนมองหาข้อมูลตัวตนของร้านอยู่แล้ว อีกจุดคือใกล้ปุ่มชำระเงินหรือหน้ายืนยันคำสั่งซื้อ เพราะเป็นวินาทีที่ลูกค้าลังเลที่สุด ข้างเครื่องหมายควรมีประโยคสั้น ๆ บอกว่ากดเพื่อตรวจสอบข้อมูลการจดทะเบียนได้ เพราะลูกค้าหลายคนอาจไม่รู้ว่าโลโก้นี้กดได้

ถ้าอยากได้ตัวอย่างประโยคสั้น ๆ ไว้วางข้างเครื่องหมาย ลองใช้แนวนี้ได้ครับ "ร้านนี้จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าแล้ว กดที่เครื่องหมายเพื่อดูข้อมูลการจดทะเบียน" ประโยคแบบนี้บอกแค่สิ่งที่เครื่องหมายยืนยันจริง ไม่ได้สัญญาอะไรเกินกว่านั้น

ถ้าเว็บสร้างจากระบบสำเร็จรูป

คู่มือของกรมฯ เขียนขั้นตอนไว้แบบเปิดไฟล์ HTML, PHP หรือ ASP ของเว็บด้วยโปรแกรมแก้ไขข้อความ แล้ววางโค้ดลงไป ซึ่งเหมาะกับเว็บที่มีทีมดูแลโค้ดเอง ถ้าเว็บของคุณสร้างจากระบบสำเร็จรูปหรือระบบจัดการเนื้อหา สิ่งที่ต้องหาคือช่องที่รับโค้ด HTML ได้ตรง ๆ โดยไม่ถูกระบบแปลงหรือตัดทิ้ง และไม่อยู่ในส่วนที่ครอบด้วยแท็ก script ตามข้อห้ามข้างบน ถ้าไม่แน่ใจว่าระบบที่ใช้อยู่ทำแบบนี้ได้ไหม ให้ถามผู้ให้บริการระบบนั้นก่อนขอเครื่องหมาย

ถ้ามีทีมดูแลเว็บ ให้ขอให้เขาวางโค้ดไว้ในส่วนท้ายที่ใช้ร่วมกันทุกหน้า แทนการวางทีละหน้า เวลาแก้หรือย้ายตำแหน่งจะได้ทำที่เดียว

พอติดตั้งเสร็จ ให้เปิดเว็บจากมือถือแล้วลองกดเองสักครั้งครับ ถ้าเห็นข้อมูลร้านของตัวเองขึ้นจากระบบของกรมฯ ถือว่าใช้ได้ ถ้ากดแล้วไม่ไปไหน แปลว่ากรอบรูปยังแขวนอยู่ แต่ใบข้างในยังว่าง

ตัวอย่างจริง: เว็บร้านนายอินทร์

ถ้าอยากเห็นของจริง ลองเข้า เว็บร้านนายอินทร์ แล้วเลื่อนลงไปที่ส่วนล่างของหน้าแรก จะเจอเครื่องหมาย DBD Registered ที่ลิงก์ไปยังระบบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าโดยตรง ไม่ได้เป็นรูปที่กดแล้วไม่ไปไหน

เมื่อกดเครื่องหมาย จะขึ้นหน้าข้อมูลจากระบบของกรมฯ ที่บอกชื่อผู้ประกอบการ ชื่อร้าน เลขทะเบียน URL ของร้าน ประเภทธุรกิจ ที่อยู่ สถานะของเครื่องหมาย วันที่ได้รับเครื่องหมาย และวันหมดอายุ ตอนที่ผมเปิดดูเมื่อ 25 กันยายน 2569 หน้านี้แสดงว่าร้านได้รับเครื่องหมายตั้งแต่ 3 สิงหาคม 2547 และเครื่องหมายหมดอายุวันที่ 23 พฤษภาคม 2573 นี่คือหน้าแบบเดียวกับที่ลูกค้าของคุณจะเห็นเมื่อกดเครื่องหมายบนเว็บคุณ

ถ้าเว็บของคุณติดเครื่องหมายไว้นานแล้ว ลองกดดูอีกครั้งว่าลิงก์ยังพาไปที่ระบบ dbdregistered.dbd.go.th อยู่หรือไม่ ระหว่างหาตัวอย่าง ผมเจอเว็บร้านค้าบางแห่งที่โค้ดเครื่องหมายยังชี้ไปที่โดเมน trustmarkthai.com และในวันที่ตรวจ ทั้งรูปเครื่องหมายและลิงก์ตรวจสอบบนโดเมนนั้นเปิดไม่ขึ้น ถ้าเว็บคุณเป็นแบบนี้ ให้สอบถามกองพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ว่าต้องทำอย่างไรต่อ

ก่อนขอเครื่องหมาย เว็บควรพร้อมเรื่องอะไรบ้าง

เครื่องหมายช่วยได้ก็ต่อเมื่อหน้าเว็บที่ลูกค้าเห็นพร้อมแล้ว ถ้าลูกค้ากดเครื่องหมายแล้วเห็นชื่อร้านจดทะเบียนไม่ตรงกับชื่อบนเว็บ หรือหาเบอร์โทรในเว็บไม่เจอ ความน่าเชื่อถือจะลดลงแทนที่จะเพิ่มขึ้น

สิ่งที่ควรเช็กก่อนคือ ชื่อร้านและข้อมูลติดต่อบนเว็บตรงกับที่จะใช้จดทะเบียน มีหน้านโยบายการคืนสินค้าและการจัดส่งที่ลูกค้าหาเจอ และถ้ามีฟอร์มให้ลูกค้ากรอกข้อมูลส่วนตัว ฟอร์มนั้นขอความยินยอมถูกต้องแล้ว เรื่องหลังนี้ผมเคยเขียนรายละเอียดไว้ใน เช็กลิสต์ PDPA สำหรับฟอร์มบนเว็บไซต์ธุรกิจ ครับ

ถ้ายังลังเลว่าร้านควรมีเว็บของตัวเองหรือขายบนแพลตฟอร์มอย่างเดียวพอ ลองอ่าน ข้อดีข้อเสียของการมีเว็บขายของเป็นของตัวเอง ก่อน ส่วนร้านที่กำลังจะทำเว็บขายของครั้งแรกและอยากรู้ว่าฟีเจอร์ไหนจำเป็นจริง มีสรุปไว้ใน บทความเลือกฟีเจอร์เว็บ E-Commerce ครั้งแรก ครับ

กลับมาที่กรอบรูปหลังเคาน์เตอร์

ใบทะเบียนพาณิชย์ที่แขวนในร้านทองไม่ได้ทำให้ทองแท้ขึ้น แต่ทำให้ลูกค้าที่เพิ่งเดินเข้ามาครั้งแรกกล้าคุยต่อ เพราะรู้ว่ากำลังซื้อจากใคร เครื่องหมาย DBD Registered ทำหน้าที่เดียวกันบนเว็บ ถ้าติดครบตามคู่มือจนลูกค้ากดตรวจได้จริง มันก็คือกรอบรูปที่ลูกค้าเดินไปอ่านเองได้ทุกเมื่อ

ส่วนคำถามทางกฎหมายว่าร้านไหนต้องจดทะเบียน หรือเงื่อนไขของ DBD Verified ให้เชื่อคำตอบจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเป็นหลักนะครับ

ถ้ากำลังวางแผนทำเว็บขายของ แล้วอยากให้ทีมที่ทำเว็บช่วยเตรียมโครงหน้าเว็บให้พร้อมติดเครื่องหมายตั้งแต่แรก ดูบริการและขอบเขตงานได้ที่ หน้าแพ็กเกจของ TumWebSME แล้วทักมาเล่าเรื่องร้านให้ฟังได้เลยครับ

ช่องทางการติดตาม TumWebSME

ติดตามสาระความรู้เรื่องการทำเว็บไซต์และการตลาดออนไลน์ได้ที่:

ติดต่องานและสอบถามบริการ

  • 088-983-9386 (คุณพลอย)

  • 099-856-3198 (คุณแสนนาน)

คำค้นหา:

เครื่องหมาย dbd registered
dbd registered
จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
เว็บไซต์ขายของ

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับบทความนี้

รวมคำถามและคำตอบที่ช่วยให้คุณเข้าใจเนื้อหาในบทความนี้ได้ดียิ่งขึ้น

เอกสารหลักเกณฑ์และขั้นตอนการสมัครที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเผยแพร่ไว้บนระบบ DBD Registered ไม่ได้ระบุอายุของเครื่องหมายหรือค่าธรรมเนียมไว้เป็นกฎทั่วไปครับ แต่เมื่อได้เครื่องหมายแล้ว หน้าข้อมูลของร้านที่ขึ้นเมื่อกดเครื่องหมายจะแสดงวันหมดอายุของเครื่องหมายร้านนั้นไว้ เจ้าของร้านจึงดูวันหมดอายุของตัวเองได้จากหน้านี้ ถ้าต้องรู้เรื่องอายุหรือค่าธรรมเนียมก่อนยื่น ให้ถามกองพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์โดยตรงที่ โทร 02-547-5958 ถึง 60 หรืออีเมล e-commerce@dbd.go.th

ควรสอบถามกรมฯ ก่อนย้ายครับ เพราะคู่มือการติดตั้งของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าระบุว่าโค้ดของเครื่องหมายต้องวางอยู่ภายใต้ URL ที่จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไว้เท่านั้น ถ้าย้ายไปโดเมนใหม่โดยยกโค้ดเดิมไปวาง เครื่องหมายจะไม่ตรงกับข้อมูลที่จดไว้ ควรสอบถามกองพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ว่าต้องแก้ไขการจดทะเบียนหรือขอเครื่องหมายใหม่อย่างไร

ส่งไฟล์ Source Code ที่กรมฯ ส่งมาทางอีเมลให้ทีมทำเว็บทั้งไฟล์ครับ พร้อมบอกข้อห้ามจากคู่มือของกรมฯ สามข้อ คือห้ามแก้ไขโค้ด ห้ามวางไว้ใต้แท็ก script และต้องวางบนโดเมนที่จดทะเบียนไว้เท่านั้น เมื่อติดเสร็จ ให้ลองกดเครื่องหมายเองจากมือถือ ถ้าเห็นข้อมูลการจดทะเบียนของร้านขึ้นมาจากระบบของกรมฯ ถือว่าใช้ได้

ผมยังไม่เจอเอกสารของ Google หรือของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าที่บอกว่าเครื่องหมายนี้ช่วยให้อันดับการค้นหาดีขึ้นครับ จึงไม่แนะนำให้ขอเครื่องหมายด้วยเหตุผลเรื่อง SEO ประโยชน์ที่ตรงกว่าคือช่วยลูกค้าที่ยังไม่รู้จักร้านตรวจสอบได้ว่ากำลังซื้อจากใคร ก่อนตัดสินใจจ่ายเงิน

บนเว็บระบบออกเครื่องหมายรับรอง DBD Registered ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้ามีเมนูร้องเรียนและค้นหาเรื่องร้องเรียนอยู่ในระบบเดียวกันครับ ลูกค้าเข้าไปที่ dbdregistered.dbd.go.th แล้วเลือกเมนูร้องเรียนได้เลย หรือติดต่อกองพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ทางอีเมล e-commerce@dbd.go.th

ขั้นตอนการสมัครที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเผยแพร่ไว้บอกเพียงว่าให้รอการอนุมัติทางอีเมล ไม่ได้ระบุจำนวนวันครับ ระหว่างรอ ให้คอยเช็กอีเมลที่ใช้สมัครรวมถึงกล่องจดหมายขยะด้วย เพราะทั้งผลการอนุมัติและโค้ดของเครื่องหมายจะส่งมาทางอีเมล ถ้ารอนานผิดปกติ สอบถามได้ที่กองพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ อีเมล e-commerce@dbd.go.th

ปรึกษาฟรี

เรายินดีให้คำปรึกษา บริการทำเว็บไซต์และระบบเพื่อเป็นเครื่องมือในการต่อยอดธุรกิจของคุณ

ที่อยู่ : บริษัท ซูเปอร์เดฟจำกัด 89 รามคำแหง 82 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ 10240 กทม.

เวลาทำการ : 09:00 - 21:00 (เปิดทุกวัน)

หรือติดตามเรา

FacebookInstagram
TikTok

ให้เราติดต่อหาคุณ