ข้ามไปยังเนื้อหา
โดย TumWebSME
132 views
12 นาที

เมื่อโปรแกรมเมอร์รับมัดจำแล้วหายตัวไป บทเรียนจาก 7 กระทู้พันทิปจริง และวิธีป้องกันตัวเองก่อนจ่ายเงิน

สัญญาจ้างทำเว็บไซต์วางคู่แท็บเล็ต พร้อมคำถามที่ควรถามก่อนโอนเงินงวดแรก

ลองนึกภาพเจ้าของร้านอาหารเล็กๆ คนหนึ่งครับ ตัดสินใจต่อเติมครัวหลังร้านให้ใหญ่ขึ้น จ้างช่างที่คนรู้จักแนะนำมา คุยกันปากเปล่า ไม่ได้ทำสัญญาอะไรจริงจัง จ่ายมัดจำไปก้อนหนึ่ง ช่างทุบผนังเก่าออก เทพื้นใหม่ไปได้ครึ่งหนึ่ง แล้วก็หายไปเฉยๆ โทรไม่รับ ทักไลน์ไม่ตอบ สุดท้ายเจ้าของร้านต้องไปตามหาช่างคนใหม่มาดูหน้างาน ข่าวดีคือช่างคนใหม่บอกว่าพอไหวครับ พื้นที่เทไปแล้วยังใช้ต่อได้ แค่รื้อบางจุดที่ทำไม่ได้มาตรฐาน แล้วทำต่อจนจบ

เรื่องนี้ไม่ได้อยากชวนให้กลัวช่างเลยครับ ผมแค่อยากชี้จุดหนึ่งที่ต่างกันมากระหว่างงานก่อสร้างกับงานเขียนเว็บหรือระบบ งานก่อสร้างต่อให้ช่างทิ้งงานไปกลางคัน ของที่ทำไปแล้วยังจับต้องได้ ยังมองด้วยตาออกว่าตรงไหนใช้ได้ตรงไหนต้องรื้อ โค้ดโปรแกรมไม่เป็นแบบนั้นครับ มันมองไม่เห็น เจ้าของธุรกิจคนหนึ่งที่โดนโปรแกรมเมอร์ทิ้งงานเขียนไว้ในกระทู้พันทิปว่างานที่จ่ายเงินไปแล้วเอามาใช้อะไรไม่ได้เลย แล้วปิดท้ายด้วยประโยคที่ผมว่าเป็นหัวใจของเรื่องทั้งหมดนี้

คนอื่นก็ทำต่อไม่ได้ ต้องทิ้งอย่างเดียว (ถ้าเป็นงานก่อสร้างตึก ยังพอแก้ไขได้...)

(ที่มา: กระทู้พันทิป "จ้างโปรแกรมเมอร์เขียนโปรแกรม ตอนนี้เขาทิ้งงาน เราทำอะไรได้บ้างครับ?")

บทความนี้ผมอยากพาไปดูกระทู้จริงแบบนี้อีกหกกระทู้ ที่เจ้าของธุรกิจไทยเล่าประสบการณ์จ้างคนเขียนเว็บหรือระบบแล้วงานหยุดเดินกลางทาง เพื่อดูว่ารูปแบบมันซ้ำกันตรงไหน แล้วมีอะไรบ้างที่ผู้ว่าจ้างวางไว้ล่วงหน้าได้ ก่อนจะจ่ายเงินงวดแรกให้ใครก็ตาม รวมถึงจ่ายให้เราเองด้วยครับ

ลองเช็คสามข้อนี้ก่อนโอนเงินงวดต่อไป

ก่อนไปดูกระทู้ต่างๆ ลองถามคนที่กำลังจะรับงานคุณสามข้อนี้ดูก่อนครับ คำถามไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลย แต่คนที่ตอบไม่ได้ชัดเจนตั้งแต่ต้น มักจะเป็นคนที่ตามงานยากที่สุดตอนหลัง

  • มีผลงานจริงที่ยังรันอยู่ให้ดูไหม และมีเอกสารสัญญาหรือใบเสนอราคาที่เขียนขอบเขตงานไว้ชัดหรือเปล่า

  • การจ่ายเงินแบ่งเป็นงวดตามความคืบหน้าที่มองเห็นได้จริงหรือเปล่า

  • ถ้าเขาหายไปกลางทาง มีใครดูแลต่อได้ไหม และคุณจะเข้าถึงข้อมูล โค้ด กับโดเมนของตัวเองได้หรือเปล่า

สามข้อนี้ตอบไม่ได้ข้อไหน นั่นคือสัญญาณเตือนแล้วครับ ไม่ว่าจะจ้างฟรีแลนซ์ บริษัทเล็ก หรือบริษัทใหญ่ รวมถึงจ้างเราด้วย

รูปแบบที่ซ้ำกันในเจ็ดกระทู้พันทิป

ผมอ่านกระทู้พันทิปเจ็ดกระทู้ที่เจ้าของธุรกิจไทยเล่าเรื่องจ้างเขียนเว็บหรือระบบแล้วมีปัญหา กระทู้เก่าสุดในกลุ่มนี้เล่าไว้ว่าเซ็นสัญญากันตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2558 กระทู้ใหม่กว่านั้นก็ยังคุยเรื่องเดิมอยู่ นี่คือรูปแบบที่เกิดซ้ำต่อเนื่องมาหลายปีครับ

หยุดตอนที่งานเริ่มซับซ้อนกว่าที่คุยกันไว้

เจ้าของธุรกิจเทรดดิ้งรายหนึ่งอยากเปลี่ยนจากการจดออเดอร์ในเอ็กเซลกับกระดาษ มาเป็นระบบบนเว็บที่เก็บข้อมูลบนคลาวด์ จ้างโปรแกรมเมอร์ที่รู้จักกันจากการมาใช้บริการที่ร้าน งานเดินช้ามาตั้งแต่ต้น กว่าจะเริ่มใช้งานจริงได้ก็ปาไปราวปีกว่า ระหว่างทางโปรแกรมเมอร์อธิบายว่าทีมที่เคยช่วยทำทิ้งงานไปก่อน เลยต้องลงมือทำเองคนเดียว พอระบบไปถึง 80-90% เธอเริ่มเจอจุดที่ต้องแก้ไข แต่เพราะทำอยู่คนเดียว งานก็ยิ่งช้าลงไปอีก คำถามที่เธอถามไว้ในกระทู้ตรงกับสิ่งที่บทความนี้อยากชวนคิดพอดี

ข้อมูลและโค้ดต่างๆจะสามารถดึงออกมาจากเว็บที่เราใช้ปัจจุบันได้มั้ยคะ เราจะต่อโดเมมน ย้ายโดเมนอะไรยังงัยได้มั้ยคะ (ที่มา: กระทู้พันทิป "จ้างโปรแกรมเมอร์เขียนระบบ จ่ายหมดแล้วตามงานยากมาก อยากร้องไห้")

เคสนี้ยังไม่ถึงขั้นถูกทิ้งงาน แต่คำถามที่เธอถามคือคำถามที่ควรถามไว้ตั้งแต่วันแรกครับ

อีกกระทู้หนึ่งเรียกตัวเองว่าเป็นภาคต่อของกระทู้ก่อนหน้า จ้างเขียนโปรแกรมที่ตกลงกันว่าใช้เวลาสองอาทิตย์ แต่พอถึงกำหนดกลับเลยมาเกือบสองเดือน โปรแกรมเมอร์อ้างว่าน้ำท่วมบ้านบ้าง คอมพังบ้าง เจ้าของกระทู้ให้เวลาต่ออีกรอบ แล้วสุดท้ายก็หายเงียบไปเลย เจ้าของกระทู้บรรยายไว้ว่าหายยยยยยเงียบบบบบบ ไม่อ่านไลน์ ไม่รับโทรศัพท์ เหมือนโดนลักพาตัว จนต้องไปสืบหาว่าโปรแกรมเมอร์คนนี้ทำงานประจำอยู่ที่ไหน แล้วโทรตามไปที่ทำงานโดยตรงถึงจะได้คำตอบ (ที่มา: กระทู้พันทิป "จ้างเขียนโปรแกรม 2 อาทิตย์ 2เดือนก็ยังไม่เสร็จ") อ่านตอนนี้อาจดูตลกร้าย แต่ตอนที่เจ้าของกระทู้ต้องนั่งสืบแบบนี้จริงๆ คงไม่มีใครรู้สึกขำเลยครับ

สิ่งที่หายไประหว่างทาง

อีกกระทู้หนึ่งจ้างฟรีแลนซ์เขียนระบบโดยตกลงกันด้วยปากเปล่าว่าแก้ไขได้ไม่จำกัด จ่ายเงินให้ครบ 100 เปอร์เซ็นต์ไปแล้ว แต่งานที่เหลืออีก 5-10 เปอร์เซ็นต์เพื่อให้ระบบสมบูรณ์กลับไม่มีใครทำต่อให้ ฟรีแลนซ์อ้างว่าดีไซน์เปลี่ยนไปเรื่อยๆ จนงานบานปลาย เจ้าของกระทู้เขียนไว้ว่าเหมือนฟรีแลนซ์จะทิ้งงานแต่ก็ไม่เชิง (ที่มา: กระทู้พันทิป "จ้างฟรีแลนซ์พัฒนาระบบ แล้วทิ้งงาน") สภาพนี้อึดอัดกว่าถูกทิ้งงานตรงๆ เสียอีก เพราะไม่มีจุดที่บอกได้ชัดว่าจบแล้วหรือยัง

อีกกรณีหนึ่งมีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรจริง กำหนดส่งงานปลายปี 2562 โดยเจ้าของกระทู้ระบุไว้ว่า 45 วัน มีค่าปรับล่าช้าเขียนไว้ในสัญญาชัดเจนที่ร้อยละ 3 ของค่าจ้างต่อวัน แต่งานก็ยังหลุดกำหนดจนล่วงเลยไปกว่าสองเดือน เจ้าของกระทู้สรุปตัวเลขไว้ว่าเงินจ่ายไป 50% แต่ปริมาณงานแค่ประมาณ 30% (ที่มา: กระทู้พันทิป "ฟรีแลนซ์ ทิ้งงาน จะฟ้องเรียกค่าเสียหายยังไงดีครับ") เคสนี้น่าสนใจตรงที่ต่อให้มีสัญญาจริงและมีค่าปรับเขียนไว้แล้ว งานก็ยังหลุดกำหนดได้ สิ่งที่สัญญาช่วยไว้คือทำให้เจ้าของกระทู้พูดตัวเลขความเสียหายออกมาได้ชัดว่าจ่ายไปเท่าไหร่ ได้งานคืนมาเท่าไหร่

อีกกระทู้หนึ่งจ้างเขียนโปรแกรมปรับแต่ง Odoo ราคา 30,000 บาท กำหนดเสร็จ 60 วันตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2558 พอถึงปลายเดือนสิงหาคมปีเดียวกัน โปรแกรมเมอร์แจ้งว่าเสร็จ 90% แล้ว แต่สิ่งที่ส่งมอบยังห่างไกลจากที่ตกลงกันไว้มาก ทั้งฟังก์ชันที่ไม่ได้ปรับแต่งจริงและหน้าจอที่ยังไม่ได้แปลเป็นภาษาไทยตามที่ขอ เจ้าของกระทู้เขียนไว้ว่าต้องเป็นคนทวงถามความคืบหน้าทุกครั้ง ติดขัดอะไรไม่เคยจะแจ้ง (ที่มา: กระทู้พันทิป "จ้างโปรแกรมเมอร์ที่ขาดความรับผิดชอบ") เคสนี้เสียมากกว่าเงินมัดจำ คือเจ็ดเดือนเต็มที่ธุรกิจรอระบบใหม่โดยไม่มีอะไรมาแทนของเดิมได้เลย

แม้แต่บริษัทที่มีสัญญาก็ยังต้องเช็คงวดงาน

มีกระทู้หนึ่งที่เจ้าของกระทู้โดนทิ้งงานมาแล้วสองรอบติดกัน รอบแรกจ้างฟรีแลนซ์สองคนเขียนระบบรถเช่า ราคา 90,000 บาท มัดจำ 15,000 บาท ให้เวลาหนึ่งเดือน สุดท้ายทิ้งงานพร้อมเชิดเงินมัดจำไปเลย รอบที่สองเปลี่ยนมาจ้างเป็นบริษัทแทน มีสัญญาจ้างงานชัดเจน ราคา 150,000 บาท ให้เวลาสี่เดือน มัดจำ 35% แต่พอถึงกำหนดส่งกลับไม่มีความคืบหน้าเป็นชิ้นเป็นอันเหมือนเดิม (ที่มา: กระทู้พันทิป "ปรึกษาเรื่องการหาผู้รับทำระบบ web application ครับ") เคสนี้ชี้ให้เห็นว่าการมีสัญญาอย่างเดียวไม่ได้การันตีอะไร ถ้าสัญญานั้นไม่ได้ผูกการจ่ายเงินไว้กับงานที่เห็นจริงเป็นงวดๆ

มีคนเข้ามาตอบกระทู้นี้ด้วยคำแนะนำเชิงเทคนิคที่น่าสนใจ เขาแนะนำให้แยกสัญญาเป็นสามส่วนคือสัญญาคุมงานโครงการ สัญญาส่วน frontend และสัญญาส่วน backend เพื่อไม่ต้องพึ่งคนเดียวทั้งหมด แล้วก่อนจ้างให้ลองถามคนรับงานว่าทำ CI/CD เป็นไหม เขามองว่าคำตอบเรื่องนี้ช่วยแยกคนที่ทำงานเป็นระบบออกมาได้ (ไม่ต้องเข้าใจศัพท์นี้ละเอียดก็ได้ครับ แค่รู้ว่าเป็นคำถามหนึ่งที่ใช้เช็คได้ คนที่ไม่ได้ใช้ก็ไม่ได้แปลว่าทำงานไม่ดี) เรื่องมัดจำเขาก็แนะนำไว้ในกระทู้เดียวกันว่า มัดจำ เรตก็ประมาณนี้แหละครับ 15 30 65 เป็นงวดๆ คือแบ่งจ่ายตามงานที่ทำเสร็จจริงเป็นเปอร์เซ็นต์ นี่เป็นคำแนะนำจากคนคนหนึ่งในกระทู้ ไม่ใช่มาตรฐานตายตัวของตลาด หลักการเบื้องหลังก็ยังใช้ได้กับทุกเจ้าที่คุณจะจ้างครับ

ฟรีแลนซ์ส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นแบบนี้

ผมอยากพูดตรงนี้ให้ชัดครับ เจ็ดกระทู้ที่ยกมาไม่ได้แปลว่าจ้างฟรีแลนซ์เสี่ยงกว่าจ้างบริษัท ฟรีแลนซ์ส่วนใหญ่ที่รับงานไปก็ส่งงานจนจบ ธุรกิจจำนวนมากในเมืองไทยก็เติบโตมาได้เพราะจ้างฟรีแลนซ์ฝีมือดีตั้งแต่วันแรก กระทู้ที่ยกมาข้างต้นก็มีทั้งฟรีแลนซ์และบริษัทที่มีสัญญาชัดเจนแล้วงานยังช้าอยู่ดี

สิ่งที่ทำให้แต่ละเคสพลาดมักเป็นสถานการณ์เฉพาะหน้ามากกว่าตัวคนรับงานเอง เคสหนึ่งทีมที่ช่วยทำทิ้งงานไปกลางทางจนต้องลงมือทำคนเดียว เคสหนึ่งดีไซน์เปลี่ยนไปเรื่อยๆ โดยไม่มีการปรับราคาหรือกำหนดเวลาใหม่ตามงานที่เพิ่มขึ้น เคสหนึ่งรับงานที่ซับซ้อนเกินกำลังคนเดียวจะรับไหว ถ้าอยากอ่านมุมเทียบระหว่างจ้างฟรีแลนซ์รายชิ้นกับจ้างบริษัทที่มีทีมรองรับ ผมเคยเขียนไว้ละเอียดกว่านี้ที่ ฟรีแลนซ์ทำเว็บไซต์ VS บริษัทรับทำเว็บไซต์ เลือกแบบไหนให้เหมาะกับธุรกิจคุณ

แม้แต่เจ้าของกระทู้ที่หงุดหงิดที่สุดในเจ็ดกระทู้นี้ ก็ยังไม่ได้ปิดประตูใส่ฟรีแลนซ์ทั้งวงการ เจ้าของกระทู้ปรับแต่ง Odoo ที่ผมยกมาก่อนหน้านี้ ปิดท้ายกระทู้ของตัวเองด้วยประโยคว่าท่านใดอยากเสนอตัวรับงานผมก็เชิญติดต่อมาได้ครับ เขาโกรธที่งานไม่จบ ไม่ได้โกรธฟรีแลนซ์ทั้งอาชีพ

สามสิ่งที่ควรรู้ว่าอยู่ในมือใคร ก่อนจ่ายเงินก้อนแรก

นอกจากงวดเงินที่พูดถึงไปแล้ว อีกสองอย่างที่ควรรู้คำตอบตั้งแต่ก่อนเซ็นสัญญาคือ โดเมนของเว็บจดในชื่อใคร กับซอร์สโค้ดอยู่ที่ไหนระหว่างที่งานยังไม่เสร็จ สองข้อนี้ฟังดูเป็นรายละเอียดเล็กๆ แต่เป็นตัวบอกว่าถ้าอีกฝ่ายหายไปกลางทางจริงๆ คุณจะยังเดินหน้าต่อได้ หรือต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ทั้งหมด ถ้าอยากได้เช็คลิสต์แบบละเอียดกว่านี้ก่อนเลือกเจ้าไหนก็ตาม ผมเคยรวบรวมไว้ที่ เลือกบริษัทรับทำเว็บไซต์อย่างไร? 7 ข้อที่ต้องดูก่อนจ้าง

ถ้าเกิดปัญหาจริง คนในกระทู้เหล่านี้ทำอะไรกันบ้าง

ผมต้องบอกตรงๆ ก่อนครับว่าเราเป็นทีมทำเว็บ ไม่ใช่สำนักงานกฎหมาย สิ่งที่เขียนต่อไปนี้ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย แต่เป็นสิ่งที่เจ้าของกระทู้เหล่านี้เล่าว่าตัวเองทำหรือกำลังจะทำ

กระทู้แรกที่ยกมาเปิดบทความ เจ้าของกระทู้ถามในกระทู้ว่าถ้าต้องแจ้งความต้องแจ้งที่ไหน ตำรวจจะรับแจ้งไหม โดยมีหลักฐานเป็นอีเมลสนทนา ใบราคา และหลักฐานการโอนเงินแต่ละงวด กระทู้ที่มีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรและมีค่าปรับเขียนไว้ชัดเจน เจ้าของกระทู้วางแผนจะฟ้องเรียกค่าเสียหาย เรียกค่าปรับตามสัญญา และสอบถามว่าฟ้องฐานฉ้อโกงได้หรือไม่ ส่วนกระทู้ปรับแต่ง Odoo เจ้าของกระทู้เขียนไว้ว่าคาดว่าสิ้นเดือนนั้นคงต้องแจ้งยกเลิกสัญญา ซึ่งเบากว่าอีกสองกระทู้ข้างต้น

สิ่งที่ทั้งสามกระทู้มีเหมือนกันคือหลักฐานที่เก็บไว้ อีเมล แชท สลิปโอนเงิน และตัวสัญญาเอง สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ทำให้พวกเขามีทางเลือกตอนต้องตัดสินใจว่าจะเดินหน้าทางไหนต่อ ถ้าไม่ได้เก็บหลักฐานพวกนี้ไว้เลย ทางเลือกก็จะเหลือน้อยลงไปอีก

ถ้าจ้างกับเรา หน้าตาการป้องกันนี้เป็นอย่างไร

บทความนี้จะไม่ครบถ้วนถ้าผมพูดถึงแต่สิ่งที่ควรเช็คกับคนอื่น แล้วไม่พูดถึงตัวเองเลยครับ ผมเลยอยากบอกตรงๆ ว่าตอนจ้างเรา สามข้อที่ยกไว้ตอนต้นบทความ ตอบว่ายังไง

ซอร์สโค้ดทุกบรรทัดเป็นของลูกค้า 100% ส่งมอบให้ทั้งหมดเมื่อจบโปรเจกต์ อนาคตอยากให้ทีมไหนดูแลต่อหรือพัฒนาเพิ่มก็ทำได้ ไม่มีการผูกมัดให้ต้องกลับมาหาเราเท่านั้น การจ่ายเงินก็แบ่งเป็นงวดตามความคืบหน้าที่เห็นจริง แต่ละงวดมีเอกสารข้อกำหนดงานหรือ SRS เขียนขอบเขตไว้ตั้งแต่ก่อนเริ่ม ลูกค้าจ่ายเงินก็ต่อเมื่องานในเฟสนั้นถูกพัฒนาเสร็จและส่งมอบตามที่ตกลงไว้ในสัญญาจริงๆ ส่งมอบงานแล้วก็ยังมีประกันแก้บั๊กฟรีสามเดือน หลังจากนั้นถ้าต้องการให้เราดูแลต่อก็ทำเป็นสัญญาแยกได้ ไม่บังคับ

ส่วนเรื่องโดเมน แพ็กเกจของเรามีบริการจดโดเมนให้ฟรีในช่วงแรกของทุกแพ็กเกจ แต่ผมอยากพูดตรงๆ ว่าเรื่องโดเมนจดในชื่อใครกันแน่ เป็นคำถามที่ควรถามให้ชัดเป็นลายลักษณ์อักษรกับผู้ให้บริการทุกเจ้า รวมถึงเราด้วย อย่าปล่อยผ่านเพราะเกรงใจหรือรีบเริ่มงาน ถามตอนเซ็นสัญญาย่อมง่ายกว่าถามตอนอยากย้ายเจ้าทีหลังมากครับ

ราคาเริ่มต้นของเราอยู่ที่ 79,000 บาทสำหรับเว็บไซต์ และ 249,000 บาทสำหรับระบบที่พัฒนาเฉพาะทาง ขอบเขตงานที่ตกลงกันเขียนไว้ในเอกสารตั้งแต่ก่อนเริ่ม งานที่อยู่นอกขอบเขตนั้นคุยกันใหม่เป็นเรื่องๆ ตัวเลขนี้คือราคาตามที่ประกาศบนหน้าแพ็กเกจของเรา ตอนขอใบเสนอราคาจริง เช็คเงื่อนไขภาษีกับทีมงานอีกครั้งได้ครับ ถ้าอยากเห็นภาพรวมว่าราคาทำเว็บไซต์ในตลาดตอนนี้มีปัจจัยอะไรกำหนดบ้าง ผมเคยเขียนไว้ที่ รับทำเว็บไซต์ 2026 ราคาเท่าไหร่? เช็คปัจจัยกำหนดราคาและความคุ้มค่า

ถ้าคุณกำลังดูอยู่ว่าจะเริ่มเว็บไซต์ธุรกิจของตัวเองจากแพ็กเกจไหน รายละเอียดทั้งหมดอยู่ที่หน้า แพ็กเกจรับทำเว็บไซต์ของเรา

ทำไมเช็คตั้งแต่ต้นถึงคุ้มกว่าไปแก้ทีหลัง

เจ้าของกระทู้ปรับแต่ง Odoo ที่ผมยกมาหลายครั้งในบทความนี้ ใช้เวลาเจ็ดเดือนกว่าจะรู้ว่างานที่ได้ไม่ตรงสเปก เจ้าของธุรกิจเทรดดิ้งที่จ้างเขียนระบบเก็บสต็อกใช้เวลาราวปีกว่าจะเริ่มใช้งานได้ แล้วยังต้องมานั่งคิดเรื่องดึงข้อมูลกับย้ายโดเมนตอนที่ระบบรันอยู่แล้ว การถามคำถามพวกนี้ตอนเซ็นสัญญาใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง แต่การมารู้ทีหลังว่าตอบไม่ได้ ต้องแลกด้วยเวลาเป็นเดือนเป็นปีที่ธุรกิจรอระบบใหม่อยู่โดยไม่มีอะไรมาแทนของเดิม ยิ่งธุรกิจของคุณพึ่งระบบนั้นมากเท่าไหร่ ต้นทุนของการไม่ถามคำถามพวกนี้ตั้งแต่ต้นก็ยิ่งแพงขึ้นเท่านั้น

ก่อนโอนเงินงวดต่อไป อย่างน้อยเช็คสี่ข้อนี้

สามข้อแรกคือสามข้อที่ยกไว้ตอนต้นบทความ เขียนรวมกับอีกหนึ่งข้อเรื่องการเก็บหลักฐาน เป็นเช็คลิสต์ก่อนจ่ายเงินได้แบบนี้ครับ

  • ขอสัญญาหรือใบเสนอราคาที่เขียนขอบเขตงานเป็นลายลักษณ์อักษร ต่อให้เป็นคนรู้จักกันมานาน อีเมลหรือแชทที่สรุปขอบเขตงานไว้ชัดก็ยังดีกว่าคุยปากเปล่าเฉยๆ

  • ผูกการจ่ายเงินไว้กับงานที่มองเห็นได้จริงในแต่ละงวด เห็นงานคืบหน้าเท่าไหร่ค่อยจ่ายเท่านั้น

  • ถามให้ชัดเรื่องโดเมนกับซอร์สโค้ด ว่าอยู่ในมือใครระหว่างโปรเจกต์ยังไม่เสร็จ และจะได้อะไรกลับมาเมื่อถึงจุดที่ตกลงกันไว้

  • เก็บหลักฐานทุกอย่างไว้นอกช่องทางของอีกฝ่าย อีเมล แชท สลิปโอนเงิน เก็บสำเนาไว้ในที่ที่คุณเข้าถึงได้เอง ไม่ต้องพึ่งแอปหรือบัญชีของอีกฝ่าย

ระหว่างโปรเจกต์เดิน สัญญาณอะไรบอกว่ายังไปได้ดี

สิ่งที่ควรเห็นในแต่ละงวดคือของที่จับต้องได้ตามเฟสนั้นจริงๆ ครับ ช่วงแรกควรเห็นเอกสารสรุปความต้องการหรือหน้าตาคร่าวๆ ของระบบก่อนจะเริ่มเขียนโค้ดสักบรรทัด ช่วงกลางควรเห็นฟีเจอร์ที่ทดลองใช้ได้จริงแม้จะยังไม่ครบทุกส่วน ไม่ใช่แค่คำอธิบายว่าทำถึงกี่เปอร์เซ็นต์แล้ว ถ้าถึงจุดที่ควรได้เห็นอะไรแล้วแต่กลับได้แค่คำอธิบายว่ากำลังจะเสร็จ นั่นคือจังหวะที่ควรทวงถามให้ชัด ไม่ต้องรอจนเงียบหายไปทั้งเดือนแบบในกระทู้ที่ยกมา


ส่งท้าย

ผมเข้าใจว่าการเริ่มจ้างทีมใหม่ต้องใช้ความกล้าอยู่แล้ว โดยเฉพาะถ้าคุณเคยเจอเรื่องแบบในกระทู้เหล่านี้มาก่อน หรือแค่ได้ยินคนอื่นเล่ามาก็พอทำให้กังวลได้ สิ่งที่อยากฝากไว้คือคำถามสามสี่ข้อในบทความนี้ ถามได้กับทุกเจ้าที่คุณกำลังพิจารณาจ้าง ไม่ใช่แค่เรา ถ้าเขาตอบได้ชัดเจนตั้งแต่ต้น นั่นคือสัญญาณที่ดีครับ

กลับไปที่เรื่องต่อเติมครัวตอนต้นบทความ ช่างจะทิ้งงานหรือไม่ทิ้งงาน ไม่มีใครรู้ล่วงหน้าร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกครับ แต่ร้านอาหารร้านนั้นยังไปต่อได้ เพราะพื้นที่เทไว้ยังจับต้องได้ ช่างคนใหม่เข้ามาดูแล้วสานต่อได้เลย คำถามทั้งหมดในบทความนี้ก็มีไว้เพื่อให้โปรเจกต์เว็บหรือระบบของคุณอยู่ในสภาพแบบนั้นเหมือนกัน คือต่อให้เกิดอะไรขึ้นจริง คุณก็ยังมีทางเดินหน้าต่อได้

ถ้าคุณกำลังมีโปรเจกต์อยู่ในใจ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์หรือระบบหลังบ้าน ทักมาเล่าให้เราฟังได้เลยครับ ว่าตอนนี้ธุรกิจของคุณติดตรงไหน แล้วเราจะตอบคำถามพวกนี้ให้ชัดตั้งแต่คุยกันครั้งแรก ก่อนที่คุณจะต้องตัดสินใจจ่ายเงินสักบาทเดียว

ช่องทางการติดตาม TumWebSME

ติดตามสาระความรู้เรื่องการทำเว็บไซต์และการตลาดออนไลน์ได้ที่:

ติดต่องานและสอบถามบริการ

  • 088-983-9386 (คุณพลอย)

  • 099-856-3198 (คุณแสนนาน)

คำค้นหา:

จ้างทำเว็บไซต์โดนทิ้งงาน
จ้างโปรแกรมเมอร์
ฟรีแลนซ์ทิ้งงาน
รับทำเว็บไซต์
สัญญาจ้างทำเว็บ
มัดจำทำเว็บ
ระบบหลังบ้าน
ป้องกันโดนโกงจ้างทำเว็บ

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับบทความนี้

รวมคำถามและคำตอบที่ช่วยให้คุณเข้าใจเนื้อหาในบทความนี้ได้ดียิ่งขึ้น

ปรึกษาฟรี

เรายินดีให้คำปรึกษา บริการทำเว็บไซต์และระบบเพื่อเป็นเครื่องมือในการต่อยอดธุรกิจของคุณ

ที่อยู่ : บริษัท ซูเปอร์เดฟจำกัด 89 รามคำแหง 82 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ 10240 กทม.

เวลาทำการ : 09:00 - 21:00 (เปิดทุกวัน)

หรือติดตามเรา

FacebookInstagram
TikTok

ให้เราติดต่อหาคุณ