ข้ามไปยังเนื้อหา
โดย TumWebSME
119 views
9 นาที

ธุรกิจคุณโตเกิน Excel กับ LINE แล้วหรือยัง? เช็กสัญญาณก่อนตัดสินใจทำระบบหลังบ้าน

ธุรกิจคุณโตเกิน Excel กับ LINE แล้วหรือยัง? เช็กสัญญาณก่อนตัดสินใจทำระบบหลังบ้าน

ผมนึกถึงสมุดเล่มบางๆ เล่มหนึ่งที่ร้านค้าหลายร้านยังใช้อยู่ทุกวันนี้ครับ วางอยู่ข้างเครื่องคิดเลข ไม่ได้เป็นสมุดบัญชีแบบเป็นทางการอะไร แค่จดออเดอร์ทุกอย่างที่เข้ามา ไม่ว่าลูกค้าจะเดินเข้าร้าน โทรมาสั่ง หรือทักมาทาง LINE ตอนร้านมีแค่เจ้าของกับพนักงานอีกไม่กี่คน สมุดเล่มนั้นทำงานได้ดีมากครับ เพราะทุกอย่างผ่านมือคนแค่สองคน จำได้หมดว่าอะไรอยู่ตรงไหน ใครค้างเงินใคร ของชิ้นไหนเหลือกี่ชิ้น

ปัญหาไม่ได้เริ่มตอนร้านเล็กนะครับ ปัญหาเริ่มตอนร้านโต พนักงานเพิ่มเป็นห้าคน หกคน ออเดอร์เข้ามาพร้อมกันสามช่องทาง สมุดเล่มเดิมอยู่ได้แค่ที่เดียวบนโต๊ะ เอาติดตัวไปไหนไม่ได้ พนักงานคนหนึ่งเลยเปิด Excel ขึ้นมาอีกไฟล์ไว้เก็บสต๊อกแยกต่างหาก แล้วก็มีกลุ่ม LINE อีกกลุ่มไว้คุยกับลูกค้าประจำ สามอย่างนี้ไม่เคยคุยกันเองเลยครับ ทุกอย่างต้องอาศัยคนคอยพิมพ์ซ้ำจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งอยู่ตลอด

ถ้าคุณเป็นคนที่เคยต้องเปิดแชท LINE ย้อนหาออเดอร์ของลูกค้าคนหนึ่งเมื่อสามสัปดาห์ก่อน แล้วพิมพ์ตัวเลขนั้นลงไฟล์ Excel สต๊อกด้วยมืออีกรอบ ผมเดาว่าคุณกำลังอ่านบทความนี้อยู่ตรงจุดที่ใช่พอดีครับ

หรือถ้าคุณเป็นคนที่ต้องนั่งเปิดไฟล์เก่าค้นหาว่าลูกค้ารายนี้เคยสั่งอะไรไปบ้าง เพราะเขาโทรมาขอใบเสนอราคาใหม่อีกครั้ง แล้วสุดท้ายก็ต้องพิมพ์ใบเสนอราคาขึ้นมาใหม่ทั้งใบเหมือนไม่เคยคุยกันมาก่อนเลย นั่นก็เป็นจุดเดียวกัน และถ้าทุกสิ้นเดือนคุณต้องนั่งดึกสามคืนติดเพื่อไล่รวมยอดขายจากแชท LINE ไฟล์ Excel และใบเสร็จกระดาษที่กองอยู่ในลิ้นชัก ให้ตัวเลขมันลงตัวพอจะปิดบัญชีได้สักที นั่นก็เป็นสัญญาณเดียวกันอีกเช่นกัน

ลองเช็กตัวเองสักสามนาที

ก่อนจะไปถึงเรื่องระบบ ลองอ่านสัญญาณแปดข้อนี้ดูก่อนครับ ไม่ต้องตรงทุกข้อ ถ้าตรงตั้งแต่สามข้อขึ้นไป ผมถือว่าเป็นจังหวะที่ควรเริ่มคุยกันแล้วว่าเครื่องมือที่ใช้อยู่ตามธุรกิจของคุณทันหรือเปล่า

  • ออเดอร์เดียวถูกพิมพ์มากกว่าหนึ่งที่ ลูกค้าสั่งของทาง LINE แล้วต้องเปิด Excel มาคัดลอกยอดลงสต๊อกอีกรอบด้วยมือ

  • ใบเสนอราคาต้องเขียนใหม่ทุกครั้ง แม้เป็นลูกค้าเดิมที่เคยเสนอราคาไปแล้วเมื่อหลายเดือนก่อน เพราะไฟล์เก่าหาไม่เจอ หรือจำไม่ได้แล้วว่าตกลงราคากันไว้เท่าไหร่

  • มีคนคนเดียวที่รู้ว่าไฟล์อยู่ตรงไหน ถ้าคนนั้นลาป่วยหรือลาออกไป งานบางส่วนของร้านหยุดชะงักทันที

  • ไฟล์ Excel มีมากกว่าหนึ่งเวอร์ชันที่ใช้งานจริงพร้อมกัน พนักงานคนละคนแก้ไขคนละไฟล์ แล้วต้องมานั่งเทียบทีหลังว่าไฟล์ไหนคือของจริง

  • ปิดยอดสิ้นเดือนกินเวลาหลายคืน เพราะต้องไล่รวมตัวเลขจาก LINE, Excel และใบเสร็จกระดาษ มากองไว้ที่เดียวกันเอง

  • สต๊อกในไฟล์กับสต๊อกจริงในร้านไม่ตรงกัน เพราะมีช่วงเวลาที่อัปเดตไม่ทันการขายจริงเสมอ

  • จ้างคนเพิ่มมาพิมพ์ข้อมูลซ้ำ ไม่ได้มาดูแลลูกค้าเพิ่ม ธุรกิจโตขึ้นก็จริง แต่งานที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่กลับเป็นงานคีย์ข้อมูลซ้ำ

  • เจ้าของต้องเป็นคนกลางไล่เช็กทุกช่องทางเอง เพราะไม่มีที่ไหนเห็นภาพรวมทั้งร้านในหน้าเดียว

ถ้าเช็กแล้วตรงหลายข้อ ลองส่งลิสต์นี้ให้หุ้นส่วนหรือผู้จัดการร้านอ่านดูครับ บางทีสิ่งที่คุณคิดว่าเป็นแค่ "งานยุ่งช่วงนี้" อาจเป็นสิ่งที่ทุกคนในทีมรู้สึกเหมือนกันมานานแล้ว เพียงแต่ไม่มีใครพูดออกมาก่อน

ทำไมยิ่งร้านโต งานหลังบ้านยิ่งฝืด

ผมอยากพูดให้ชัดตรงนี้ก่อนครับ Excel กับ LINE เป็นเครื่องมือที่ดีมากสำหรับช่วงที่ผ่านมา ราคาถูก ใช้งานง่าย ไม่ต้องเทรนพนักงานนาน สองอย่างนี้พาธุรกิจของคุณมาถึงจุดนี้ได้จริง เจ้าของธุรกิจแทบทุกคนที่ผมคุยด้วยเริ่มต้นจากสองเครื่องมือนี้เหมือนกันหมด ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่ตัวเครื่องมือ แต่อยู่ที่งานที่มันต้องรับผิดชอบเปลี่ยนไปมากกว่าที่มันถูกออกแบบมาให้ทำตั้งแต่แรก

Excel กับ LINE ไม่ได้ถูกสร้างมาให้เป็น "ที่เดียว" ของข้อมูล

Excel เก่งเรื่องคำนวณตัวเลขครับ แต่ไฟล์ที่เก็บไว้ในเครื่องหรือส่งต่อกันทาง LINE ไม่มีตัวกลางคอยรวมการแก้ไขให้ พอสองคนแก้คนละไฟล์ในเวลาเดียวกัน สุดท้ายก็ต้องมานั่งเทียบว่าไฟล์ไหนคือของจริง ส่วน LINE ก็เป็นเครื่องมือแชท ไม่ได้ออกแบบมาให้ค้นหาย้อนหลังเป็นระบบ หรือดึงตัวเลขออกมาคำนวณต่อได้ พอธุรกิจมีแค่ช่องทางเดียวและคนไม่กี่คน ข้อจำกัดพวกนี้ยังไม่ทันแสดงตัว แต่พอมีสามช่องทางขายพร้อมกัน มีพนักงานหลายคนต้องเข้าถึงข้อมูลเดียวกันในเวลาเดียวกัน ข้อจำกัดที่ซ่อนอยู่ก็เริ่มโผล่ออกมาทีละจุด

ถ้าร้านของคุณใช้ LINE OA เป็นช่องทางหลักอยู่แล้ว ลองเช็กดูด้วยว่าแพ็กเกจที่ใช้อยู่ตอนนี้เหมาะกับปริมาณข้อความจริงหรือยัง มีรายละเอียดราคาและสูตรคำนวณโควตาอยู่ที่ LINE OA ราคาแพ็กเกจ 2569 เท่าไหร่ พร้อมสูตรคำนวณโควตาข้อความ

เมื่อออเดอร์มาจากหลายทางพร้อมกัน แต่ไม่เคยมาเจอกันเลย

ร้านที่โตขึ้นมักไม่ได้ขายอยู่ช่องทางเดียวแล้วครับ มีทั้งลูกค้าเดินเข้าร้าน มีเพจ Facebook มี LINE OA บางร้านเริ่มขายผ่านมาร์เก็ตเพลสด้วย แต่ละช่องทางก็มีวิธีบันทึกออเดอร์ของตัวเอง เพจก็มีกล่องข้อความของเพจ มาร์เก็ตเพลสก็มีระบบออเดอร์ของแพลตฟอร์มเอง ไม่มีช่องทางไหนคุยกับอีกช่องทางหนึ่งเลย สุดท้ายคนที่ต้องมานั่งไล่รวมทุกอย่างให้เป็นภาพเดียวกัน ก็คือพนักงานที่นั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวในร้าน คอยทำด้วยมือทุกครั้งไป

เมื่อความรู้ทั้งหมดไปกองอยู่ที่คนคนเดียว

ผมได้ยินเรื่องนี้บ่อยมากครับ ร้านที่มีพนักงานคนหนึ่งที่ "รู้ทุกอย่าง" รู้ว่าไฟล์ราคาต้นทุนอยู่ที่ไหน รู้สูตรคำนวณส่วนลดที่ตกลงไว้กับลูกค้าแต่ละราย รู้ว่าออเดอร์ค้างของเดือนที่แล้วอยู่ในแชทไหน คนคนนั้นทำงานได้ดีมาตลอด จนถึงวันหนึ่งที่เขาลาป่วยยาว หรือย้ายไปทำงานที่อื่น แล้วทุกคนในร้านก็รู้ตัวพร้อมกันว่าไม่มีใครอีกคนต่องานตรงนั้นได้ เรื่องนี้ไม่ได้เป็นความผิดของพนักงานคนนั้นเลยครับ เขาแค่กลายเป็นที่เก็บข้อมูลของทั้งร้านไปโดยไม่มีใครตั้งใจให้เป็นแบบนั้น

ต้นทุนที่ไม่โผล่ในบัญชี แต่โผล่ในเวลาของคุณ

ลองคิดดูครับ เวลาที่เสียไปกับการคัดลอกออเดอร์จาก LINE ลง Excel วันละสิบนาที ยี่สิบนาที ดูเหมือนน้อย แต่คูณด้วยจำนวนออเดอร์ต่อวัน คูณด้วยจำนวนวันทำงานต่อเดือน ตัวเลขที่ได้มักมากกว่าที่คิดไว้เสมอ เวลานี้ไม่เคยขึ้นบัญชีค่าใช้จ่ายที่ไหนเลย เพราะมันถูกซ่อนอยู่ในชั่วโมงทำงานปกติของพนักงาน ที่ควรจะเอาเวลานั้นไปดูแลลูกค้าหรือขายของเพิ่มแทน

ธุรกิจที่ปัญหาหลักคือใบเสนอราคาที่ช้าจนลูกค้าใหม่หายไปก่อนได้คำตอบ โดยเฉพาะฝั่งโรงงานที่ต้องเสนอราคาให้ลูกค้าองค์กร มีบทความเจาะเรื่องนี้ไว้โดยเฉพาะที่ ทำไมเว็บโรงงานหาลูกค้าใหม่ไม่ได้? คู่มือระบบขอใบเสนอราคา

"ตอนนี้ก็ยังพอไหวอยู่นะ"

ผมไม่เถียงเลยครับ ถ้าร้านของคุณจัดการแบบนี้มาได้หลายปีแล้วและยังอยู่รอด นั่นคือฝีมือจริงของทีมคุณล้วนๆ หลายร้านที่ผมคุยด้วยก็บริหารแบบนี้มาตั้งแต่วันแรก จนถึงวันที่เปิดสาขาที่สองแล้วด้วยซ้ำ

สิ่งที่อยากชวนคิดต่อไม่ใช่ว่าวิธีนี้ใช้ไม่ได้ผล แต่คือมันเริ่มมีต้นทุนแฝงที่มองไม่ค่อยเห็นในตอนนี้ ทุกคืนที่ต้องปิดยอดถึงดึก ทุกครั้งที่ต้องเสียเวลาไล่หาไฟล์เก่า ทุกครั้งที่ลูกค้าต้องรอใบเสนอราคานานกว่าที่ควร สิ่งเหล่านี้ไม่ทำให้ร้านปิดตัวพรุ่งนี้หรอกครับ แต่มันค่อยๆ ดึงเวลาและพลังงานของคุณออกไปทีละนิด จากจุดที่ควรเอาไปใช้ขยายร้านหรือดูแลลูกค้าแทน

ที่น่ากลัวกว่านั้นคือบางครั้งต้นทุนแฝงนี้โผล่มาเป็นความเสียหายจริงโดยไม่ทันตั้งตัว ผมเคยได้ยินเจ้าของร้านเล่าให้ฟังว่าเกือบเสียลูกค้ารายใหญ่ไปเพราะพนักงานที่รับผิดชอบไฟล์ราคาลาป่วยกะทันหัน แล้วไม่มีใครในร้านรู้ว่าตกลงส่วนลดกับลูกค้ารายนั้นไว้เท่าไหร่ ต้องเสนอราคาใหม่ทั้งหมดแบบเดา จนลูกค้าเริ่มหันไปคุยกับเจ้าอื่น เรื่องแบบนี้ไม่ได้เกิดเพราะทีมงานไม่เก่ง แต่เกิดเพราะไม่มีที่ไหนเก็บข้อมูลนั้นไว้ให้คนอื่นหยิบมาใช้ต่อได้ทันที

ยิ่งปล่อยไว้ ยิ่งย้ายยากขึ้นเรื่อยๆ

เรื่องนี้มีธรรมชาติแปลกอยู่อย่างหนึ่งครับ ปัญหาแบบนี้ไม่ได้คงที่ มันโตตามธุรกิจ ลองสมมติเล่นๆ ครับ ถ้าตอนนี้ออเดอร์วันละสิบรายการ การคีย์ซ้ำอาจไม่รู้สึกอะไรมาก แต่วันที่โตขึ้นเป็นวันละห้าสิบรายการ งานคีย์ซ้ำชุดเดิมก็มากขึ้นตามจำนวนออเดอร์ไปด้วย แถมข้อมูลที่สะสมอยู่ในไฟล์กระจัดกระจายหลายที่ก็ยิ่งพอกพูนขึ้นทุกเดือนที่ผ่านไป

เท่าที่ผมเจอมา ธุรกิจที่เริ่มจัดระเบียบข้อมูลตั้งแต่ตอนยังไม่ใหญ่มาก มักย้ายไปสู่ระบบใหม่ได้ง่ายกว่าธุรกิจที่รอจนข้อมูลกระจายอยู่ในไฟล์เก่าหลายสิบไฟล์ เหตุผลหลักคือยิ่งรอนาน ข้อมูลที่ต้องตามเก็บเข้าระบบใหม่ก็ยิ่งเยอะและยิ่งสับสนตามไปด้วย

เรื่องนี้มีชื่อเรียก และสร้างขึ้นมาจริงได้

สิ่งที่ผมอธิบายมาทั้งหมดนี้ มีชื่อเรียกอยู่ในงานที่เราทำครับ เรียกกันว่า "ระบบหลังบ้าน" คือระบบที่ทำหน้าที่แทนสมุด แทน Excel และแทนความจำของคนคนเดียว ให้ทุกออเดอร์ ทุกใบเสนอราคา ทุกยอดสต๊อก ไหลมารวมกันอยู่ที่เดียว ให้ทุกคนในทีมเห็นตัวเลขชุดเดียวกัน และให้ระบบเป็นคนจำแทนคน ไม่ต้องให้คนคนหนึ่งแบกความจำของทั้งร้านไว้คนเดียวอีกต่อไป

ผมเขียนรายละเอียดไว้แล้วว่าระบบแบบนี้ประกอบด้วยอะไรบ้าง แต่ละส่วนมีผลต่อราคาแค่ไหน อ่านต่อได้ที่ ระบบหลังบ้านสำหรับ SME คืออะไร มีอะไรบ้าง และราคาเท่าไหร่ ส่วนใครที่กำลังชั่งใจระหว่างจ้างเขียนระบบขึ้นมาเฉพาะร้านของตัวเอง กับซื้อโปรแกรมสำเร็จรูปแบบจ่ายรายปี มีข้อเปรียบเทียบไว้ที่ จ้างเขียนระบบเอง vs ซื้อลิขสิทธิ์รายปี แบบไหนคุ้มกว่าสำหรับธุรกิจ

แผน 30 วันก่อนตัดสินใจ

ไม่ต้องรีบตัดสินใจทำระบบทันทีหลังอ่านบทความนี้จบครับ ผมแนะนำให้ลองสังเกตตัวเองอีกสักเดือนก่อน จะได้ตัวเลขจริงมาคุยกับทีม หรือกับผู้ให้บริการรายไหนก็ตามที่คุณเลือก

  • สัปดาห์แรก นับจำนวนครั้งที่คีย์ซ้ำ: ทุกครั้งที่ต้องคัดลอกออเดอร์หรือยอดจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งด้วยมือ ขีดตัวเลขไว้ในกระดาษแผ่นเดียวที่ติดไว้ข้างจอ

  • สัปดาห์ที่สอง จับเวลาใบเสนอราคา: ทุกครั้งที่ต้องเขียนใบเสนอราคาใหม่ทั้งที่เคยเสนอลูกค้ารายนั้นมาก่อน จดเวลาที่ใช้ไปตั้งแต่เริ่มจนกดส่ง

  • สัปดาห์ที่สาม สังเกตจุดที่พึ่งคนคนเดียว: ลองถามพนักงานแต่ละคนว่ามีงานส่วนไหนที่ถ้าตัวเองหยุดทำ จะไม่มีใครในร้านทำต่อได้ทันที

  • สัปดาห์ที่สี่ รวมตัวเลขทั้งหมด: เอาจำนวนครั้งคูณเวลาเฉลี่ยที่เสียไปในแต่ละสัปดาห์ จะได้ชั่วโมงต่อเดือนที่หายไปกับงานคีย์ซ้ำ แล้วค่อยตัดสินใจว่าถึงเวลาต้องคุยเรื่องระบบแล้วหรือยัง

วัดผลยังไงว่าถึงเวลาแล้วจริงๆ

ตัวเลขที่ผมอยากให้ทุกร้านลองเก็บไว้คือจำนวนชั่วโมงต่อเดือนที่เสียไปกับงานคีย์ซ้ำและตามหาไฟล์เก่า เทียบกับจำนวนชั่วโมงทำงานที่ทีมมีอยู่ทั้งหมด ถ้าตัวเลขนี้เริ่มแตะสองสามวันทำงานเต็มต่อเดือน นั่นคือสัญญาณที่ชัดเจนพอจะเริ่มคุยเรื่องระบบอย่างจริงจัง อีกตัวเลขหนึ่งที่ควรจับตาคู่กันคือความเร็วในการตอบลูกค้า ถ้าลูกค้าต้องรอใบเสนอราคานานขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเทียบกับปีก่อน ผมมักพบว่าต้นตออยู่ที่งานหลังบ้านที่ตามไม่ทัน มากกว่าที่ทีมขายจะทำงานช้าลง


ส่งท้าย

ผมอยากปิดท้ายด้วยเรื่องเดิมที่เปิดบทความมาครับ สมุดเล่มนั้น ไฟล์ Excel นั้น กลุ่ม LINE นั้น ไม่ได้ทำอะไรผิดเลยสักนิด มันแค่ทำงานของมันมาจนสุดความสามารถแล้ว การที่ธุรกิจของคุณโตจนเครื่องมือเดิมตามไม่ทัน คือสัญญาณว่าร้านของคุณเดินมาถูกทางต่างหาก

ถ้าเช็กลิสต์ด้านบนตรงกับร้านของคุณหลายข้อ และอยากรู้ว่าระบบหลังบ้านที่เหมาะกับธุรกิจแบบคุณหน้าตาเป็นยังไง หน้า /system ของเราเล่าไว้ว่าทีมช่วยอะไรได้บ้าง หรือจะทักมาเล่าให้เราฟังตรงๆ ก็ได้ครับ ว่าตอนนี้ร้านของคุณติดขัดตรงไหนอยู่ แล้วเราจะช่วยดูว่าจุดไหนควรเริ่มก่อน

ช่องทางการติดตาม TumWebSME

ติดตามสาระความรู้เรื่องการทำเว็บไซต์และการตลาดออนไลน์ได้ที่:

ติดต่องานและสอบถามบริการ

  • 088-983-9386 (คุณพลอย)

  • 099-856-3198 (คุณแสนนาน)

คำค้นหา:

ระบบหลังบ้าน SME
custom system SME
รับทำระบบ
Excel ธุรกิจ
LINE OA ออเดอร์
ระบบจัดการออเดอร์
back office system
custom software SME
ระบบเก็บสต๊อก
ระบบใบเสนอราคา

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับบทความนี้

รวมคำถามและคำตอบที่ช่วยให้คุณเข้าใจเนื้อหาในบทความนี้ได้ดียิ่งขึ้น

ปรึกษาฟรี

เรายินดีให้คำปรึกษา บริการทำเว็บไซต์และระบบเพื่อเป็นเครื่องมือในการต่อยอดธุรกิจของคุณ

ที่อยู่ : บริษัท ซูเปอร์เดฟจำกัด 89 รามคำแหง 82 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ 10240 กทม.

เวลาทำการ : 09:00 - 21:00 (เปิดทุกวัน)

หรือติดตามเรา

FacebookInstagram
TikTok

ให้เราติดต่อหาคุณ