ลองนึกถึงตลาดนัดใหญ่ช่วงปลายปีครับ ประตูทางเข้ามีคนเดินเข้ามาเป็นทิวแถว เจ้าของตลาดโปรโมทงานเอง ติดป้ายไฟ จัดรถรับส่ง คุณแค่เช่าแผงหนึ่งแผง วางของให้สวย แล้วลูกค้าก็เดินมาถึงหน้าแผงเอง
ตลาดนัดแห่งนี้มีกติกาของเขานะครับ ไม่ได้ซ่อน ติดไว้ที่ป้ายหน้าตลาดเลย ข้อหนึ่งคือแผงไม่ควรแจกนามบัตรชวนลูกค้าไปซื้อกันนอกตลาด อีกข้อคือสมุดที่อยู่ที่ลูกค้าเขียนไว้เพื่อให้ส่งของถึงบ้าน ให้ใช้ส่งของเท่านั้น จะเอาไปส่งโปรโมชันทีหลังโดยที่ลูกค้าไม่ได้ยินยอมไม่ได้
Shopee ก็คือตลาดนัดแบบนั้นครับ และกติกาที่เล่าไปเมื่อกี้ ผมไปเปิดอ่านจากหน้า Seller Centre ของ Shopee Thailand มาด้วยตัวเอง ไม่ได้เล่าต่อจากบล็อกของใคร บทความนี้เลยจะพาไปดูทีละข้อว่านโยบายเขียนไว้ว่าอะไร ยังไม่ได้เขียนถึงอะไร แล้วร้านที่อยากมีฐานลูกค้าของตัวเองไว้ก่อนวัน Black Friday ที่ 27 พฤศจิกายน 2569 ยังเหลือทางไหนให้เดิน
ขอบอกขอบเขตไว้ตั้งแต่ต้นครับ บทความนี้พูดถึง Shopee เท่านั้น ส่วนกติกาของ Lazada Thailand ผมพยายามเปิดอ่านต้นฉบับแล้วเปิดไม่ได้ จึงไม่เขียนอะไรแทนเขา ร้านที่ขายสองแพลตฟอร์มควรเปิดหน้านโยบายผู้ขายของ Lazada อ่านเองอีกรอบ
ลองเช็กกับร้านของคุณก่อน ใช้เวลาไม่ถึงห้านาที
ลองย้อนดูแชท Shopee ของร้านในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา มีข้อความไหนที่แอดมินพิมพ์ชื่อ LINE เบอร์โทร หรือชื่อเพจให้ลูกค้าบ้างไหมครับ แล้วลองเปิดไฟล์รายชื่อลูกค้าที่ดึงจากออเดอร์ ดูว่าเคยถูกเอาไปส่งข้อความโปรโมชันทางไหนบ้าง SMS LINE หรืออีเมล จากนั้นลองนึกถึงลูกค้ากลุ่มที่รู้จักร้านเรามาจากที่อื่นก่อน ไม่ได้เจอร้านเราบน Shopee เป็นที่แรก เช่น หน้าร้านจริง เพจ หรือคนแนะนำ
สองเรื่องแรกคือจุดที่นโยบายของ Shopee พูดถึงตรง ๆ ส่วนเรื่องสุดท้ายคือจุดที่ร้านยังเดินต่อได้อย่างสบายใจ ที่เหลือของบทความนี้ก็วนอยู่กับสามเรื่องนี้แหละครับ
Shopee เขียนอะไรไว้ในสองหน้าที่เกี่ยวกับเรื่องนี้
หน้าการละเมิดนโยบายการแชท
หน้า การละเมิดนโยบายการแชท ในศูนย์เรียนรู้ผู้ขายของ Shopee Thailand ระบุวันที่ของหน้าไว้ว่า 25 กรกฎาคม 2568 ในรายการพฤติกรรมที่ถือว่าละเมิดนโยบายมีสองข้อที่เกี่ยวกับเราโดยตรง ข้อแรกคือการโฆษณาหรือโปรโมทช่องทางติดต่ออื่นที่ไม่ใช่ช่องทางของ Shopee ข้อที่สองคือการชักชวนหรือแจ้งให้ผู้ซื้อหรือผู้ขายไปทำธุรกรรมซื้อขายนอกช่องทาง Shopee
ท่อนที่บอกวิธีหลีกเลี่ยงก็ชัดดี ผู้ขายควรระวังไม่ส่งข้อความที่มีข้อมูลติดต่อช่องทางอื่นเพื่อเชิญชวนให้ไปซื้อขายที่ช่องทางนั้น หน้าเดียวกันยังพูดถึงมาตรการ คือผู้ขายอาจได้รับคะแนนความประพฤติ และมีนิยามของการระงับบัญชีทั้งแบบชั่วคราว ซึ่งยังเข้าบัญชีเพื่อแชทได้แต่ซื้อขายไม่ได้ กับแบบถาวรที่เข้าสู่ระบบไม่ได้เลย
หน้านโยบายเกี่ยวกับการใช้ข้อมูลผู้ซื้อในทางที่ผิด
อีกหน้าคือ นโยบายเกี่ยวกับการใช้ข้อมูลผู้ซื้อในทางที่ผิด ระบุวันที่ของหน้าไว้ว่า 17 กุมภาพันธ์ 2568 หน้านี้เริ่มจากเหตุผลก่อนครับ ชื่อ ที่อยู่ และข้อมูลติดต่อของผู้ซื้อถูกแชร์ให้ผู้ขายเพื่อใช้จัดส่งสินค้าเท่านั้น แล้วค่อยไล่ตัวอย่างการใช้ในทางที่ผิด มีทั้งการแชร์ข้อมูลบนโซเชียลมีเดีย การแชร์หรือขายให้บุคคลที่สาม การใช้ข้อมูลไปติดตามหรือคุกคามผู้ซื้อ และข้อที่ตรงกับเรื่องของเราที่สุดคือ การใช้ข้อมูลเพื่อส่งสื่อทางการตลาดถึงผู้ซื้อนอก Shopee โดยไม่ได้รับความยินยอม ช่องทางที่หน้านี้ยกเป็นตัวอย่างคือ SMS, LINE และอีเมล
หน้านี้บอกด้วยว่ารายการที่ยกมาเป็นเพียงตัวอย่าง อาจมีกรณีอื่นที่เข้าข่ายอีก ส่วนบทลงโทษ ผู้ขายที่ใช้ข้อมูลผู้ซื้อในทางที่ผิดอาจได้รับคะแนนความประพฤติหรือถูกระงับบัญชี ขึ้นกับความร้ายแรง และ Shopee สงวนสิทธิ์ดำเนินการทางกฎหมายตามที่จำเป็น
สิ่งที่สองหน้านี้ไม่ได้พูดถึง
ตรงนี้ผมอยากพูดตรง ๆ ครับ เพราะเป็นจุดที่ร้านส่วนใหญ่อยากรู้ที่สุด และเป็นจุดที่ผมตอบแทน Shopee ไม่ได้ หน้าที่ผมอ่านไม่ได้พูดถึงกรณีที่ลูกค้าเป็นฝ่ายขอ LINE ของร้านเองก่อน ไม่ได้พูดถึงการ์ดหรือใบปลิวที่ใส่ไปในกล่องพัสดุ และไม่ได้อธิบายว่าถ้าจะขอความยินยอมจากผู้ซื้อ Shopee ควรขอด้วยวิธีไหน
เมื่อหน้าไหนไม่ได้เขียน ผมก็ไม่เขียนแทนครับ ว่าทำได้หรือทำไม่ได้ ทางที่ถูกคือถามตรงไปที่ Shopee ซึ่งในแผนของบทความนี้เตรียมคำถามสามข้อให้เอาไปถามไว้แล้ว อยู่ในขั้นที่สี่ของแผน
ผมเห็นคำค้นนี้แล้วเข้าใจเลยว่าทำไมร้านถึงสงสัย
ตอนไปสำรวจว่าเจ้าของร้านพิมพ์ค้นหาอะไรเวลาขายบน Shopee มีวลีหนึ่งที่โผล่ขึ้นมาในช่องค้นหาของ Google คือประโยคประมาณว่า ขายของใน Shopee ลูกค้าให้แอดไลน์ แปลว่าเรื่องนี้ไม่ได้เป็นแค่คำถามในหัวผม มีคนพิมพ์ถามจริง ผมบอกไม่ได้ว่ามีกี่คน เพราะข้อมูลแบบนี้ไม่มีตัวเลขปริมาณการค้นกำกับ และผมไม่อยากใส่ตัวเลขที่ไม่มีแหล่งให้ใครเปิดดูได้
ความสงสัยนี้สมเหตุสมผลครับ ร้านที่ขายผ่านแพลตฟอร์มมาหลายปีรู้ดีว่าลูกค้าคนหนึ่งซื้อจากร้านเรากี่รอบ แต่พอซื้อเสร็จ ร้านไม่มีช่องทางไหนที่เป็นของตัวเองไปหาเขาต่อ ทุกอย่างอยู่ในบ้านของคนอื่น
"ร้านอื่นเขาก็ให้ลูกค้าแอดไลน์กันทั้งนั้น"
ข้อนี้ผมไม่เถียงเลยครับ ผมเองก็เชื่อว่าบางร้านทำอยู่จริง และเชื่อด้วยว่าหลายร้านทำเพราะหวังดี อยากดูแลลูกค้าให้ดีกว่านี้ ไม่ได้คิดร้ายกับใคร
แต่ร้านอื่นทำอยู่ กับ นโยบายอนุญาต เป็นสองเรื่องที่ไม่ได้ไปด้วยกันเสมอไปครับ ร้านที่ยังไม่โดนอะไร ไม่ได้แปลว่าข้อความนั้นอยู่ในกรอบ ผมไม่มีทางรู้ว่าร้านอื่นได้อะไรหรือเสียอะไรไปบ้าง สิ่งที่ผมอ่านได้ มีแค่ตัวหนังสือในสองหน้าด้านบน และตัวหนังสือนั้นพูดถึงคะแนนความประพฤติกับการระงับบัญชี สำหรับร้านที่ยอดขายหลักไหลผ่านบัญชีเดียว การระงับบัญชีไม่ใช่เรื่องเล็ก
ทำไมการเริ่มสร้างฐานของตัวเองก่อนช่วงแคมเปญถึงได้เปรียบ
ปฏิทินปลายปีนี้มีวันสำคัญเรียงกันครับ 11.11 ตรงกับวันพุธที่ 11 พฤศจิกายน 2569 และ Black Friday ตรงกับวันที่ 27 พฤศจิกายน 2569 ช่วงแบบนี้คนที่ไม่เคยรู้จักร้านเรามาก่อนเดินเข้ามาเป็นจำนวนมากครับ ถ้าคุณเตรียมพื้นที่ของตัวเองให้ลูกค้าที่รู้จักร้านผ่านช่องทางอื่นได้ใช้งานไว้ก่อน ช่วงแคมเปญก็จะไม่ใช่ช่วงที่ร้านต้องคิดอะไรใหม่ทั้งหมดพร้อมกัน
ฐานลูกค้าของตัวเองโตจากคนที่เดินมาหาร้านเอง ซึ่งไม่ได้เกิดในวันเดียวครับ ยิ่งเริ่มวางป้ายให้คนหาเจอเร็ว ก็ยิ่งมีเวลาให้ป้ายนั้นสะสมคนไปเรื่อย ๆ ผมไม่ได้บอกว่าต้องทำให้เสร็จก่อนวันไหน แค่บอกว่าวันที่เริ่มเป็นวันที่ฐานเริ่มนับ
เวอร์ชันเล็กที่สุดที่ร้านเริ่มได้เลย
เริ่มจากที่เดียวก็พอครับ คือที่ที่ลูกค้าจะหาร้านเราเจอ โดยไม่ต้องผ่านแชทของ Shopee ไม่ว่าจะเป็นเพจ เว็บไซต์ หรือ LINE OA ขอให้ใช้ชื่อร้านเดียวกับที่ใช้บน Shopee เพื่อให้คนที่พิมพ์ชื่อร้านใน Google เจอเรา ถ้าอยากรู้ว่า LINE OA คืออะไรและต่างจาก LINE ส่วนตัวตรงไหน มีบทความ LINE OA คืออะไร ต่างจาก LINE ส่วนตัวยังไง อธิบายไว้ละเอียดแล้ว
ถ้าร้านเปิด LINE OA แล้วอยากรู้วิธีส่งข้อความให้ลูกค้าอ่านต่อโดยไม่โดนบล็อก ลองอ่าน บรอดแคสต์ LINE OA ยังไงให้คนอ่านต่อ ไม่กดบล็อก ต่อได้ครับ ส่วนเรื่องการขอความยินยอมจากคนที่เข้ามาติดต่อเราเองผ่านฟอร์มหรือหน้าเว็บ บทความ PDPA กับเว็บไซต์ธุรกิจ ฟอร์มติดต่อของคุณขอความยินยอมถูกต้องหรือยัง เล่าไว้ให้แล้ว
ระหว่างนี้ ในบ้านของ Shopee เองยังมีเครื่องมือให้คุยกับลูกค้า
ถ้าลองเปิดเมนูของศูนย์เรียนรู้ผู้ขาย จะเห็นหมวดที่ Shopee จัดไว้ให้ร้านคุยกับลูกค้าอยู่ในแชทเดิม ไม่ว่าจะเป็น ฟีเจอร์แชทบรอดแคสต์ เสนอโปรโมชั่นผ่านช่องทางแชท และสร้างโค้ดส่วนลดของฉัน หน้าการละเมิดนโยบายการแชทก็พูดถึงตัวช่วยตอบแชท ตัวช่วยจัดการ FAQ แชทบรอดแคสต์ และ Open API ว่าเป็นเครื่องมือที่ Shopee รองรับสำหรับการส่งข้อความ
ผมยังไม่ได้เปิดอ่านเงื่อนไขรายละเอียดของแต่ละเมนูนะครับ จึงยังไม่บอกว่าใช้ได้ผลแค่ไหน แค่ชี้ให้เห็นว่าร้านไม่ได้ถูกปล่อยให้ไม่มีทางคุยกับลูกค้าเลย ร้านที่อยากทำความรู้จักลูกค้าให้มากขึ้นโดยอยู่ในกรอบ เริ่มจากเมนูเหล่านี้ได้ก่อน
แบรนด์ที่สร้างช่องทางของตัวเองจนเป็นรายได้หลัก
ถ้าอยากเห็นภาพว่าฐานลูกค้าของตัวเองใหญ่ขึ้นได้แค่ไหน มีเคส Dr.PONG ที่เราถอดไว้ในบทความ ค่า GP กินกำไรไปเท่าไหร่ ถอดเคส Dr.PONG ซึ่งพูดเรื่องต้นทุนค่าธรรมเนียมและการเลือกช่องทางของตัวเองไว้ละเอียด ผมจึงไม่เล่าซ้ำตรงนี้ บทความนี้ตั้งใจให้เป็นคู่กับชิ้นนั้นครับ ชิ้นนั้นตอบว่าแพงแค่ไหนและควรมีช่องทางของตัวเองไหม ชิ้นนี้ตอบว่าลูกค้าที่อยู่ใน Shopee แล้ว ร้านเอื้อมไปถึงเขาได้แค่ไหน
ส่วนร้านที่ขายผ่านแชทอยู่ก่อนแล้วและกำลังคิดว่าตะกร้าสินค้าของตัวเองคุ้มไหม อ่านต่อได้ที่ ขายผ่านแชทอย่างเดียว ไม่เสีย GP แล้วตะกร้าสินค้ายังคุ้มไหม
แผนหกขั้นสำหรับสองสัปดาห์ข้างหน้า
- เปิดแชท Shopee ของร้านย้อนหลังหนึ่งสัปดาห์ ทำเครื่องหมายข้อความที่มีชื่อช่องทางอื่นหรือเบอร์โทรไว้ ไม่ต้องลบอะไร แค่ดูว่ามีแบบนี้บ่อยแค่ไหน
- ตรวจไฟล์รายชื่อที่ดึงจากออเดอร์ ว่าตอนนี้ถูกใช้ทำอะไรบ้าง ถ้าคำตอบมีการส่ง SMS LINE หรืออีเมลโปรโมชัน ให้จดไว้เพื่อเอาไปถามในขั้นที่สี่
- เปิดสองหน้านโยบายด้านบนอ่านเอง และจดวันที่ที่หน้าระบุไว้ เพราะนโยบายอาจเปลี่ยน ผมตรวจหน้าเหล่านี้เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 ถ้าคุณอ่านหลังจากนั้น ขอให้ดูวันที่บนหน้าอีกครั้ง
- เขียนคำถามสามเรื่องส่งถึง Shopee ผ่านช่อง ติดต่อเรา ที่ท้ายหน้าศูนย์เรียนรู้ผู้ขาย คือถ้าลูกค้าเป็นฝ่ายขอ LINE ของร้านก่อน ร้านตอบได้แค่ไหน, การ์ดที่ใส่ไปในกล่องพัสดุอยู่ในกรอบหรือไม่, และผู้ซื้อสามารถให้ความยินยอมให้ร้านติดต่อนอกแพลตฟอร์มได้ด้วยวิธีไหน
- ทำจุดที่ลูกค้าหาร้านเจอโดยไม่ผ่าน Shopee ให้ใช้ชื่อร้านเดียวกัน เพจ เว็บ หรือ LINE OA อย่างน้อยหนึ่งที่
- ตั้งป้ายนับง่าย ๆ ให้ทีมงานถามลูกค้าที่ทักเข้ามาในช่องทางของร้านเอง ว่ารู้จักร้านจากที่ไหน แล้วจดเป็นรายสัปดาห์
วัดผลอย่างไรว่าฐานของตัวเองเริ่มทำงาน
ตัวเลขแรกที่ดูได้คือจำนวนคนที่ทักเข้ามาในช่องทางของร้านเอง และตอบว่ารู้จักร้านผ่านที่อื่นก่อน ถ้าเดือนนี้มีมากกว่าเดือนก่อน ป้ายที่วางไว้กำลังทำงานแล้ว ตัวเลขที่สองคือออเดอร์ที่เข้ามาโดยตรง ไม่ผ่านแพลตฟอร์ม แม้จะเริ่มจากหลักหน่วยก็นับครับ
ผมไม่ตั้งเป้าตัวเลขให้เพราะไม่มีข้อมูลของร้านคุณ และไม่อยากเขียนเป้าที่ไม่มีที่มา ให้ร้านนับของตัวเองสองเดือนแล้วเปรียบกันเองจะน่าเชื่อกว่า
กลับมาที่แผงในตลาดนัด
ตลาดนัดปลายปีจะคึกคักแน่ครับ และแผงของคุณก็ควรได้ประโยชน์จากความคึกคักนั้น เจ้าของตลาดวางกติกาไว้เพื่อให้ทั้งตลาดอยู่ได้ เมื่อรู้กติกาแล้ว สิ่งที่ร้านทำได้คือทำให้ที่ตั้งของตัวเองนอกตลาดมีป้ายที่คนหาเจอ เป็นบ้านหลังเล็ก ๆ ที่ลูกค้ามาหาเองด้วยความเต็มใจ
ถ้าร้านของคุณอยากมีหน้าร้านและระบบสั่งซื้อของตัวเองรองรับลูกค้าที่มาหาเอง ดูรายละเอียดงานที่เราทำได้ที่ หน้าแพ็กเกจเว็บไซต์ของ TumWebSME หรือทักมาเล่าเรื่องร้านให้เราฟังก่อนก็ได้ครับ เราจะช่วยคิดว่าอะไรเหมาะกับร้านคุณที่สุด
ช่องทางการติดตาม TumWebSME
ติดตามสาระความรู้เรื่องการทำเว็บไซต์และการตลาดออนไลน์ได้ที่:
Facebook: TumWebSME รับทำเว็บไซต์ธุรกิจ
Instagram: @tumwebsme
TikTok: @tumwebsme
YouTube: TumWebSME
ติดต่องานและสอบถามบริการ
088-983-9386 (คุณพลอย)
099-856-3198 (คุณแสนนาน)




