ข้ามไปยังเนื้อหา
โดย TumWebSME
124 views
9 นาที

ลงสินค้าบน Google ฟรีได้จริงไหม เว็บร้านต้องเตรียมอะไรก่อนสมัคร Merchant Center

โต๊ะไม้วางแก้วเซรามิกเรียงเรียบร้อยข้างแล็ปท็อปที่หน้าจอว่าง ข้างภาพเป็นรายการตรวจสี่ข้อที่เว็บร้านควรผ่านก่อนสมัคร ได้แก่ ทุกสินค้ามีหน้าของตัวเอง ลิงก์ทุกสินค้าแบบ a href ราคาและสต็อกตรงความจริง และข้อมูลโครงสร้าง Product

ลองนึกถึงตลาดนัดใหญ่ที่มีป้ายแผนที่ตั้งอยู่หน้าทางเข้า ใครอยากหาแผงขายของก็ยืนดูป้ายก่อน แล้วเดินตามลูกศรไป แผงที่ได้ขึ้นป้ายมักเป็นแผงที่มีเลขแผงชัด มีชื่อร้านชัด และมีของวางขายอยู่จริง ส่วนแผงที่ไม่มีเลข ป้ายราคาหลุด หรือของวางซ้อนกันจนมองไม่ออกว่าขายอะไร คนทำป้ายแผนที่ก็ไม่รู้จะเขียนว่าอะไร

ผลการค้นหาสินค้าบน Google ทำงานคล้ายป้ายแผนที่นั้นครับ และ Google เปิดช่องให้ร้านค้าแสดงสินค้าในนั้นได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าลงรายการ แต่สิ่งที่หลายร้านยังไม่ได้ถามตัวเองก่อนสมัครคือ แผงของเราพร้อมให้ป้ายชี้หรือยัง บทความนี้จะสรุปว่าหน้าช่วยเหลือของ Google ระบุอะไรไว้ และเว็บร้านต้องเตรียมอะไรบ้างก่อนเริ่ม โดยจะบอกด้วยว่าอะไรที่ผมอ่านแล้วยืนยันได้ และอะไรที่ยังต้องไปเช็กในบัญชีของร้านเอง

ลองตรวจแผงของตัวเองสัก 10 นาที

เปิดเว็บร้านของคุณบนคอมพิวเตอร์ แล้วถามตัวเองสี่ข้อ ข้อแรก สินค้าแต่ละชิ้นมีหน้าเป็นของตัวเองพร้อมลิงก์เฉพาะไหม หรือทุกอย่างอยู่รวมในหน้าเดียวที่ต้องกดเปิดดู ข้อสอง จากหน้าแรก คลิกผ่านเมนูหมวดหมู่ไปถึงสินค้าได้ครบทุกชิ้นไหม โดยไม่ต้องพิมพ์ในช่องค้นหา ข้อสาม หน้าสินค้ามีชื่อ ราคา รูป และสถานะว่ามีของหรือหมด ชัดเจนไหม และข้อสี่ ข้อมูลที่หน้าเว็บบอกตรงกับที่แอดมินตอบลูกค้าไหม

ถ้าตอบ "ไม่" ตั้งแต่สองข้อขึ้นไป อย่าเพิ่งกังวลครับ นั่นแปลว่าบทความนี้มีประโยชน์กับคุณ เพราะสี่ข้อนี้ตรงกับสิ่งที่ Google เขียนไว้ในหน้าคำแนะนำของเขาโดยตรง ซึ่งเราจะไล่ดูกันทีละเรื่อง

สิ่งที่หน้าช่วยเหลือของ Google ระบุไว้ และสิ่งที่ไม่ได้ระบุ

หน้าแสดงสินค้าของคุณบน Google ฟรีของ Google บอกว่าร้านค้าลงสินค้าบน Google ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และมีรายการประเทศที่รองรับ ซึ่งผมอ่านแล้วพบว่าไทยอยู่ในรายการนั้น เงื่อนไขสำคัญที่หน้าเดียวกันเขียนไว้คือร้านต้องขายในประเทศหรือภูมิภาคที่รองรับ และให้ข้อมูลสินค้ากับข้อมูลร้านถูกต้องและเป็นปัจจุบัน มีรูปคุณภาพสูง และใส่รายละเอียดที่เกี่ยวข้อง เช่น ขนาดหรือเพศที่เหมาะกับสินค้า

มีสองข้อที่ผมอยากบอกตรง ๆ เพราะเป็นจุดที่คนมักเข้าใจเกินจริง ข้อแรก หน้านั้นเขียนเรื่องการลงรายการฟรี แต่ผมไม่พบข้อความที่ยืนยันตำแหน่งหรือจำนวนคนที่จะเห็นสินค้าของเรา ดังนั้นไม่ควรเขียนแผนธุรกิจโดยนับว่าจะได้ยอดจากช่องนี้ ข้อสอง รายการประเทศที่รองรับอาจไม่ตรงกันทุกหน้าของ Google และหน้านั้นเองก็ไม่ได้ระบุวันที่อัปเดต จึงควรยืนยันสิทธิ์ของร้านคุณในบัญชี Merchant Center ของร้านเองก่อนวางแผนจริง

หน้าเดียวกันยังเล่าถึงร้านที่ใช้ Shopify ว่าถ้าสร้างบัญชี Merchant Center ผ่านแอปของ Shopify และร้านมีคุณสมบัติครบ ระบบจะเปิดสิทธิ์ให้โดยอัตโนมัติ แต่ถ้าสร้างบัญชีนอก Shopify ต้องเข้าไปยืนยันใน Merchant Center ว่าสินค้าของร้านขึ้นได้หรือไม่ ขั้นตอนการส่งข้อมูลสินค้าสำหรับเว็บที่ทำขึ้นเองเป็นเรื่องที่คู่มือของ Google อธิบายไว้ในหน้าอื่นและเปลี่ยนตามเวลา ผมจึงไม่ขอบรรยายเป็นขั้น ๆ ในบทความนี้ เพื่อไม่ให้คุณทำตามขั้นตอนที่อาจล้าสมัยแล้ว

เว็บร้านต้องพร้อมอะไรก่อน

ส่วนที่เราควบคุมได้เต็มที่คือเว็บของเราเอง หน้าการช่วยให้ Google เข้าใจโครงสร้างเว็บอีคอมเมิร์ซซึ่งอัปเดตล่าสุดวันที่ 10 ธันวาคม 2025 ให้แนวทางที่แปลงเป็นเช็กลิสต์ได้ตรง ๆ ผมสรุปเป็นสี่เรื่อง

ให้ทุกสินค้ามีทางเข้าที่ลิงก์ถึงได้

Google แนะนำให้สร้างเมนูและลิงก์ภายในที่พาจากหมวดหมู่ไปถึงหมวดย่อยและสินค้า และให้ใช้ลิงก์แบบ a href ปกติ ไม่พึ่งเหตุการณ์ของ JavaScript ในการพาไปหน้าอื่น หน้านั้นบอกด้วยว่า Googlebot โดยทั่วไปไม่พิมพ์ค้นหาในช่องค้นหาของเว็บเรา สินค้าที่เข้าถึงได้ทางช่องค้นหาอย่างเดียวจึงอาจไม่ถูกค้นพบ และ Google แนะนำอย่างแรงให้ลิงก์ไปยังทุกสินค้าที่ต้องการให้ถูกจัดทำดัชนี

ถ้าลิงก์ครบทุกชิ้นไม่ได้ หน้านั้นเสนอทางเลือกคือใช้ไซต์แมปหรือฟีดจาก Merchant Center ในทางปฏิบัติ เว็บที่ทำมาดีมักสร้างไซต์แมปให้อยู่แล้ว ผมแนะนำให้ถามทีมเว็บว่าสินค้าใหม่ถูกเพิ่มเข้าไซต์แมปอัตโนมัติหรือเปล่า

ให้ Google เข้าใจว่าหน้าไหนเป็นหน้าอะไร

หน้าข้อมูลโครงสร้างที่เกี่ยวกับอีคอมเมิร์ซของ Google ระบุชนิดข้อมูลที่เหมาะกับร้านออนไลน์ไว้ ได้แก่ BreadcrumbList สำหรับลำดับชั้นของหน้า Product และ ProductGroup สำหรับสินค้าและตัวเลือกของสินค้า Review สำหรับรีวิว และ Organization สำหรับข้อมูลธุรกิจ เช่นโลโก้และช่องทางติดต่อ หน้านั้นแนะนำด้วยว่าถ้าใช้แพลตฟอร์มสำเร็จรูป ให้เช็กก่อนว่ามีส่วนเสริมที่ใส่ข้อมูลเหล่านี้ให้อยู่แล้วหรือไม่ เรื่องนี้เป็นงานของทีมเว็บ ไม่ต้องลงมือเขียนเองครับ แต่ควรรู้ว่ามีอยู่และถามให้ถูก

ให้ข้อมูลหน้าสินค้าตรงกับความจริง

หน้าช่วยเหลือเรื่องการลงสินค้าฟรีย้ำเรื่องข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน ซึ่งฟังดูเป็นเรื่องธรรมดา แต่ในร้านจริงมักเป็นจุดที่หลุดบ่อยที่สุด ราคาที่เปลี่ยนในแชตแต่ไม่ได้แก้บนเว็บ สต็อกที่หมดแล้วแต่หน้ายังขึ้นว่ามีของ ลองกำหนดคนรับผิดชอบหนึ่งคนที่แก้ข้อมูลบนเว็บทุกครั้งที่แก้ในแชต จะลดปัญหานี้ได้มาก ส่วนเรื่องรูปที่คมชัด ผมเขียนวิธีถ่ายด้วยมือถือไว้ในบทความเรื่องถ่ายรูปสินค้าด้วยมือถือให้เว็บดูเป็นมืออาชีพแล้ว

ลิงก์สินค้าเด่นจากหน้าที่คนเข้าบ่อย

หน้าเดียวกันของ Google บอกว่าลิงก์ภายในเป็นสัญญาณบอกความสำคัญ การลิงก์สินค้าขายดีจากหน้าแรก จากบทความในบล็อก หรือจากจดหมายข่าว ช่วยให้ Google ประเมินความเกี่ยวข้องของสินค้านั้นได้ ถ้าคุณมีบทความแนะนำสินค้า ลองใส่ลิงก์ไปหน้าสินค้าตรง ๆ แทนการให้คนกลับไปเลือกจากเมนูอีกที

ผมไม่เถียงว่า marketplace ก็พาลูกค้ามาได้

ร้านจำนวนมากได้ลูกค้าจากแพลตฟอร์มตลาดกลางอยู่แล้ว และนั่นเป็นช่องทางที่ได้ผลจริง ผมไม่ได้บอกให้เลิก การลงสินค้าฟรีบน Google เป็นอีกประตูหนึ่งที่เปิดให้คนค้นหาสินค้าเจอเว็บของร้านเรา ไม่ใช่ตัวแทนของประตูเดิม และเป็นประตูที่ข้อมูลทุกอย่างอยู่ในมือเราเอง ตั้งแต่หน้าสินค้า ราคา ไปจนถึงหน้าชำระเงิน เรื่องต้นทุนของการขายผ่านตลาดกลางผมเขียนเปรียบเทียบไว้ในบทความเรื่องค่าคอมมิชชันกับเว็บของตัวเองแล้ว ที่นี่เราไม่ลงรายละเอียดซ้ำ

"ร้านผมเล็ก ใครจะมาเห็นสินค้า"

เป็นคำถามที่เข้าใจได้ครับ และคำตอบที่ซื่อสัตย์คือผมบอกไม่ได้ว่าจะมีคนเห็นเท่าไร เพราะหน้าช่วยเหลือของ Google ไม่ได้ให้ตัวเลขนี้ และผมไม่มีข้อมูลจากร้านจริงที่เปิดเผยได้

สิ่งที่บอกได้คือเงื่อนไขสองข้อ ถ้าสินค้าของคุณมีคนค้นหาด้วยชื่อสินค้าหรือประเภทสินค้า และหน้าเว็บของคุณพร้อมตามเช็กลิสต์ข้างบน ก็มีโอกาสถูกค้นพบ ถ้าสินค้าไม่มีคนค้นหาด้วยคำนั้นเลย ต่อให้ลงฟรีก็ไม่มีคนเห็น ก่อนลงมือ ลองเปิด Google Trends ดูว่าคำค้นสินค้าของคุณมีคนหาไหม ส่วนภาพรวมของสิ่งที่ Google มองหาในเว็บธุรกิจ อ่านต่อได้ในบทความเรื่องมาตรฐานเว็บไซต์ที่ Google ต้องการ

ทำไมเตรียมเว็บก่อนสมัครถึงคุ้มกว่า

การเตรียมเว็บให้พร้อมมีข้อดีที่ไม่ขึ้นกับว่าจะลงสินค้าบน Google หรือไม่ ลิงก์ที่ครบ ข้อมูลที่ตรงกับความจริง และรูปที่คมชัด ทำให้ลูกค้าที่เข้ามาเว็บโดยตรงซื้อง่ายขึ้นด้วย ดังนั้นต่อให้ผลจากช่องทางนี้ไม่เป็นไปตามที่หวัง เวลาที่ลงไปก็ไม่สูญเปล่า

ตรงข้ามกับการสมัครก่อนแล้วค่อยหาว่าทำไมสินค้าไม่ขึ้น ซึ่งยากกว่ามาก เพราะต้องไล่ดูทีละจุดโดยไม่รู้ว่าปัญหาอยู่ที่เว็บ ที่ข้อมูลสินค้า หรือที่สิทธิ์ของบัญชี

เวอร์ชันเล็กที่สุดที่เริ่มได้ในสัปดาห์นี้

ไม่ต้องสมัครอะไรทั้งนั้นครับ เริ่มจากตรวจเว็บตัวเองตามสี่ข้อด้านบน แล้วเลือกสินค้าขายดีห้าชิ้นมาเป็นต้นแบบ ให้แต่ละชิ้นมีหน้าของตัวเอง ราคาและสถานะสต็อกตรงกับความจริง รูปคมชัด และมีลิงก์เข้าถึงจากเมนูหมวดหมู่ เมื่อห้าชิ้นนี้ผ่านแล้ว ค่อยขยายไปสินค้าที่เหลือ และค่อยเปิดบัญชี Merchant Center เพื่อยืนยันสิทธิ์

ตัวอย่างที่เปิดดูได้เอง

ทุกอย่างที่ผมสรุปมาในบทความนี้ เปิดอ่านต้นฉบับได้จากสามหน้าที่ลิงก์ไว้ คือหน้าแสดงสินค้าฟรีของ Google หน้าโครงสร้างเว็บอีคอมเมิร์ซ และหน้าข้อมูลโครงสร้างที่เกี่ยวกับอีคอมเมิร์ซ ผมแนะนำให้เปิดอ่านด้วยตัวเองอย่างน้อยหน้าแรก เพราะหน้าช่วยเหลือของ Google เปลี่ยนได้ และสิ่งที่คุณเห็นวันที่เปิดอ่านคือข้อมูลที่ถูกต้องที่สุด

สิ่งที่ผมตรวจสอบแล้ว กับสิ่งที่ยังไม่ได้ตรวจสอบ

เพื่อให้คุณแยกออกว่าส่วนไหนเชื่อได้แค่ไหน ผมสรุปเป็นสองกลุ่มครับ กลุ่มที่เปิดอ่านจากหน้าของ Google แล้วคือ การลงสินค้าไม่เสียค่าลงรายการ ไทยอยู่ในรายการประเทศที่รองรับ ร้านต้องขายในประเทศที่รองรับ ร้าน Shopify ที่สร้างบัญชีผ่านแอปจะถูกเปิดสิทธิ์อัตโนมัติถ้าคุณสมบัติครบ คำแนะนำเรื่องลิงก์แบบ a href การลิงก์ไปทุกสินค้า การไม่พึ่งช่องค้นหาของเว็บ และชนิดข้อมูลโครงสร้างที่เหมาะกับร้านค้า

กลุ่มที่ผมยังไม่ได้ตรวจสอบและไม่ขอยืนยันมีสามเรื่อง เรื่องแรกคือขั้นตอนส่งข้อมูลสินค้าสำหรับเว็บที่ทำเอง เรื่องที่สองคือเงื่อนไขเพิ่มเติมอื่นที่ Google อาจกำหนดกับร้านค้าในหน้าอื่น เช่นข้อกำหนดเรื่องนโยบายของร้าน และเรื่องที่สามคือผลลัพธ์จริง ทั้งจำนวนการมองเห็นและยอดขาย การแยกสองกลุ่มนี้ชัดเจนเป็นวิธีที่ผมอยากให้คุณใช้อ่านบทความทุกชิ้น ไม่ใช่แค่ชิ้นนี้ครับ

ห้าคำถามที่ควรถามทีมเว็บก่อนสมัคร

ถ้าเว็บของคุณมีทีมดูแลอยู่ ผมแนะนำให้ถามห้าข้อนี้ก่อนเปิดบัญชี Merchant Center จะประหยัดเวลาไล่แก้ทีหลังมาก ข้อแรก สินค้าทุกชิ้นมีหน้าของตัวเองพร้อมลิงก์ถาวรไหม และลิงก์จากเมนูเป็นลิงก์ปกติหรือเปิดด้วยสคริปต์ ข้อสอง สินค้าใหม่ถูกเพิ่มเข้าไซต์แมปอัตโนมัติหรือต้องเพิ่มเอง ข้อสาม หน้าสินค้ามีข้อมูลโครงสร้างประเภท Product และถ้ามีตัวเลือกสี ขนาด มีประเภท ProductGroup ด้วยไหม ข้อสี่ มีข้อมูลโครงสร้างประเภท Organization ที่บอกชื่อร้าน โลโก้ และช่องทางติดต่อไหม และข้อห้า ราคากับสถานะสต็อกบนหน้าเว็บอัปเดตเมื่อเปลี่ยนในระบบหลังบ้านโดยอัตโนมัติไหม หรือต้องแก้มือ

คำตอบของทีมเว็บจะบอกคุณเองว่าเว็บพร้อมแค่ไหน และถ้าคำตอบคือไม่แน่ใจหลายข้อ นั่นคือสัญญาณว่าควรให้ทีมเว็บช่วยตรวจก่อนสมัคร ไม่ใช่สมัครแล้วค่อยหาว่าทำไมสินค้าไม่ขึ้น

เรื่องหลักฐานจากร้านจริง

ผมยังไม่ได้ทดลองสมัครด้วยร้านจริงสำหรับบทความนี้ จึงไม่มีตัวเลขการมองเห็น ยอดคลิก หรือยอดขายที่เกิดจากการลงสินค้าฟรีให้ดู และไม่ขอแต่งขึ้นมา ทุกประโยคเกี่ยวกับ Google ในบทความนี้มาจากหน้าช่วยเหลือที่ลิงก์ไว้ ส่วนข้อแนะนำเรื่องการเตรียมเว็บและการกำหนดคนรับผิดชอบข้อมูลสินค้า เป็นความเห็นจากการทำงานของเราเอง ไม่ใช่ข้อกำหนดของ Google

แผนเตรียมเว็บ 6 ขั้น

  1. ตรวจเว็บตัวเองตามสี่คำถามแรก แล้วจดว่าข้อไหนไม่ผ่าน

  2. ให้ทุกสินค้ามีหน้าของตัวเองและลิงก์เข้าถึงได้จากเมนูหมวดหมู่โดยไม่ต้องใช้ช่องค้นหา

  3. ถามทีมเว็บว่าสินค้าใหม่เข้าไซต์แมปอัตโนมัติไหม และมีข้อมูลโครงสร้างประเภท Product หรือยัง

  4. กำหนดคนหนึ่งคนที่แก้ราคาและสต็อกบนเว็บทุกครั้งที่แก้ในแชต

  5. ลิงก์สินค้าขายดีจากหน้าแรกและจากบทความที่เกี่ยวข้อง

  6. เปิดบัญชี Merchant Center ของร้านเอง แล้วยืนยันสิทธิ์ของไทยจากหน้าบัญชีก่อนวางแผนต่อ

วัดผลอย่างไรว่าได้อะไรจริง

ผมแนะนำให้ดูสองที่ ที่แรกคือรายงานในบัญชี Merchant Center ของร้านเอง ซึ่งจะบอกสถานะของสินค้าแต่ละชิ้นว่าถูกยอมรับหรือมีปัญหาตรงไหน ที่สองคือยอดเข้าชมหน้าสินค้าที่มาจาก Google ในเครื่องมือวิเคราะห์เว็บของร้าน ซึ่งเทียบเดือนก่อนหน้ากับหลังจากเตรียมเว็บเสร็จได้ อย่าเพิ่งตัดสินจากสัปดาห์เดียว เพราะข้อมูลของ Google ไม่ได้เปลี่ยนในทันที

ปิดท้าย

ป้ายแผนที่ของตลาดนัดไม่ได้เลือกแผงที่สวยที่สุด แต่เลือกแผงที่มีเลขชัด ชื่อชัด และมีของอยู่จริง เว็บร้านของคุณก็เช่นกัน ทุกอย่างที่ Google ถามหาคือสิ่งที่ลูกค้าอยากรู้อยู่แล้ว ราคา สต็อก รูป และทางเข้าที่หาเจอ

ถ้าตรวจแล้วพบว่าเว็บที่ใช้อยู่ไม่รองรับการทำหน้าสินค้าแบบนี้ หรือกำลังจะเริ่มทำเว็บร้านของตัวเอง ดูแพ็กเกจทำเว็บไซต์ของเราว่าตรงกับร้านคุณไหมได้ครับ หรือทักมาเล่าว่าตรวจแล้วติดตรงไหน


ทักมาพูดคุยและปรึกษาเราฟรีก่อนตัดสินใจได้ที่:

ติดต่องานและสอบถามบริการ

  • 088-983-9386 (คุณพลอย)

  • 099-856-3198 (คุณแสนนาน)

คำค้นหา:

google merchant center
google merchant center free listings
แสดงสินค้าบน google ฟรี
เว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์
structured data

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับบทความนี้

รวมคำถามและคำตอบที่ช่วยให้คุณเข้าใจเนื้อหาในบทความนี้ได้ดียิ่งขึ้น

จากหน้าช่วยเหลือของ Google ที่ผมอ่าน ไม่มีข้อความที่รับประกันตำแหน่งหรือจำนวนคนที่จะเห็นสินค้าครับ คำว่าฟรีในหน้านั้นหมายถึงการลงรายการโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ไม่ใช่การรับประกันผล ดังนั้นให้มองเป็นอีกช่องทางที่ลองได้ในต้นทุนต่ำ และวัดผลจากข้อมูลของร้านเองหลังเตรียมเว็บเสร็จ

หน้าช่วยเหลือของ Google ระบุว่าร้าน Shopify ที่สร้างบัญชี Merchant Center ผ่านแอปของ Shopify และมีคุณสมบัติครบ จะถูกเปิดสิทธิ์ให้อัตโนมัติ ส่วนบัญชีที่สร้างนอก Shopify ต้องเข้าไปยืนยันใน Merchant Center เองว่าสินค้าขึ้นได้หรือไม่ สำหรับเว็บที่ทำขึ้นเอง วิธีส่งข้อมูลสินค้าให้ทีมเว็บเทียบกับคู่มือล่าสุดของ Google อีกครั้ง เพราะขั้นตอนเปลี่ยนได้

Google แนะนำอย่างแรงให้ลิงก์ไปยังทุกสินค้าที่ต้องการให้ถูกจัดทำดัชนีครับ ถ้าทำไม่ได้ ทางเลือกที่หน้าคำแนะนำของ Google ระบุไว้คือใช้ไซต์แมปหรือฟีดจาก Merchant Center ทางที่ง่ายที่สุดสำหรับร้านส่วนใหญ่คือให้เมนูหมวดหมู่พาไปถึงสินค้าได้ครบ แล้วให้ทีมเว็บยืนยันว่าสินค้าใหม่เข้าไซต์แมปโดยอัตโนมัติ

ไม่แน่นอนครับ หน้าคำแนะนำของ Google ระบุว่า Googlebot โดยทั่วไปไม่พิมพ์ค้นหาในช่องค้นหาของเว็บ สินค้าที่เข้าถึงได้ทางช่องค้นหาอย่างเดียวจึงอาจไม่ถูกค้นพบ ช่องค้นหาช่วยลูกค้าได้ดี แต่ไม่ควรเป็นทางเดียวที่พาไปถึงสินค้า

ให้แก้เว็บให้เป็นราคาเดียวกับที่ขายจริงทันที เพราะหน้าช่วยเหลือของ Google ย้ำให้ร้านรักษาข้อมูลสินค้าและข้อมูลร้านให้ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน และลูกค้าเองก็เสียความไว้ใจเมื่อเจอสองราคา ผมแนะนำให้กำหนดคนเดียวรับผิดชอบการแก้ราคาและสต็อกบนเว็บทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนในแชต

จากหน้าช่วยเหลือของ Google ไทยอยู่ในรายการประเทศที่รองรับ และเงื่อนไขคือร้านต้องขายในประเทศหรือภูมิภาคที่รองรับ แต่ผมเห็นว่ารายการประเทศในหน้าต่าง ๆ ของ Google อาจไม่ตรงกันและหน้านั้นไม่ระบุวันที่อัปเดต จึงควรยืนยันสิทธิ์จากบัญชี Merchant Center ของร้านเองก่อนวางแผนจริง

ปรึกษาฟรี

เรายินดีให้คำปรึกษา บริการทำเว็บไซต์และระบบ เพื่อเป็นเครื่องมือในการต่อยอดธุรกิจของคุณ

ที่อยู่ : บริษัท ซูเปอร์เดฟจำกัด 89 รามคำแหง 82 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ 10240 กทม.

เวลาทำการ : 09:00 - 21:00 (เปิดทุกวัน)

หรือติดตามเรา

FacebookInstagram
TikTok

ให้เราติดต่อหาคุณ

กรอกชื่อ อีเมล และเบอร์โทรให้ครบ ติ๊กยินยอม และรอผลตรวจบอทก่อนกดส่ง