เมื่อไม่กี่วันก่อนมีเจ้าของร้านกาแฟเล็กๆ ท่านหนึ่งเล่าให้ผมฟังครับ ว่าตอนนี้ร้านเขายังจดออเดอร์ลงสมุดอยู่ ตกเย็นก็มานั่งรวมยอดเองด้วยเครื่องคิดเลข พอนมหมดตอนบ่ายก็มารู้ตัวอีกทีตอนลูกค้าบ่นว่าไม่มีของ มีเพื่อนที่ขายอุปกรณ์ร้านกาแฟมาเยี่ยมแล้วพูดประโยคเดียวว่า "ร้านพี่ต้องมี POS แล้วนะ" เขาพยักหน้ารับไปก่อน แล้วแอบเปิด Google พิมพ์ "ระบบ pos คือ" ดูคนเดียวตอนกลับบ้าน ผมเจอสถานการณ์แบบนี้บ่อยมากครับ เจ้าของร้านรู้ว่าต้องมี แต่ไม่มีใครอธิบายให้ฟังตรงๆ ว่ามันคืออะไรกันแน่ บทความนี้ตอบให้ตรงๆ เลยครับ
ลองนึกภาพร้านของคุณมีประตูเดียวที่ทุกการขายต้องเดินผ่าน ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าที่เดินเข้ามาซื้อกาแฟหนึ่งแก้ว หรือพนักงานที่กดขายเสื้อให้ลูกค้าหน้าร้าน ทุกครั้งที่มีใครเดินผ่านประตูนี้ ต้องมีคนจดไว้ว่าใครซื้ออะไร จ่ายเท่าไหร่ ตอนกี่โมง แล้วของที่ขายไปต้องหายไปจากชั้นในบัญชีด้วย POS ก็คือพนักงานที่ยืนอยู่ตรงประตูนั้นแหละครับ ทำหน้าที่จดทุกเหตุการณ์ขายหน้าร้านให้อัตโนมัติ แทนที่จะเป็นสมุดหรือความจำของพนักงานคนใดคนหนึ่ง
POS คืออะไรกันแน่
พูดสั้นที่สุด POS (Point of Sale) ไม่ใช่แค่เครื่องคิดเงินราคาแพงเครื่องหนึ่งนะครับ แต่เป็นระบบที่ทำหน้าที่บันทึกทุก "เหตุการณ์ขายหน้าร้าน" ให้อัตโนมัติ ตั้งแต่คิดเงิน ตัดสต๊อก ไปจนถึงสรุปยอดขาย งานที่ร้านส่วนใหญ่เคยทำด้วยมือทั้งหมด
ลองนึกภาพร้านเสื้อผ้าที่มีของสองร้อยชิ้นบนชั้น ถ้าเจ้าของยืนขายเองทุกวันและจำได้ว่าตัวไหนเหลือกี่ตัว นั่นคือ POS ที่อยู่ในหัวคนเดียว ใช้ได้ดีตราบใดที่เจ้าของยังอยู่ที่ร้านทุกวัน แต่พอมีพนักงานเพิ่ม มีสาขาที่สอง หรือเริ่มขายทั้งหน้าร้านและออนไลน์พร้อมกัน ความจำคนเดียวนั้นเริ่มไม่พอ POS ในความหมายของระบบซอฟต์แวร์ คือการย้ายความจำนั้นออกมาไว้ในเครื่องที่ทุกคนในทีมเห็นตัวเลขชุดเดียวกัน ไม่หายไปพร้อมคนคนเดียว
POS มีอะไรบ้าง ควรมีอะไรบ้าง
ในทางปฏิบัติ POS ที่ร้าน SME ใช้จริงมีอยู่ไม่กี่ส่วนครับ ส่วนแรกคือคิดเงินและออกใบเสร็จหรือใบกำกับภาษีอย่างย่อให้ลูกค้า ส่วนที่สองคือตัดสต๊อกอัตโนมัติทันทีที่ขายได้ ไม่ต้องรอมานับของปลายวัน ส่วนที่สามคือสรุปยอดขายรายวันหรือรายช่วงเวลา ให้เจ้าของรู้ทันทีว่าวันนี้ขายดีกว่าเมื่อวานไหมโดยไม่ต้องรวมเลขเอง และบางเจ้าจะมีส่วนที่สี่คือระบบสมาชิกหรือสะสมแต้ม ที่ร้านอาหารและร้านค้าปลีกใช้บ่อยเพื่อรู้ว่าใครเป็นลูกค้าประจำ ย้อนกลับไปที่ร้านกาแฟในตัวอย่างต้นบทความ ถ้าร้านนั้นมี POS ตั้งแต่แรก เรื่องนมหมดกลางบ่ายโดยไม่มีใครรู้ตัวจะไม่เกิดขึ้น เพราะส่วนที่สองตัดสต๊อกอัตโนมัติทุกครั้งที่ขาย ทำให้เห็นตัวเลขที่เหลือจริงตลอดเวลา ไม่ต้องรอให้ลูกค้ามาถึงหน้าร้านแล้วค่อยรู้
สี่ส่วนนี้ไม่จำเป็นต้องมีครบทุกอันตั้งแต่วันแรก ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านค้าปลีก ร้านเสื้อผ้า และโรงแรม ล้วนเป็นธุรกิจที่ควรมี POS ทันทีที่เริ่มมีพนักงานเพิ่มหรือเริ่มขายมากกว่าหนึ่งช่องทางพร้อมกัน เพราะจุดนั้นแหละที่ความจำคนเดียวเริ่มไม่พอ ส่วนร้านเล็กมากที่เจ้าของยังยืนขายเองทุกวันอาจยังไม่ต้องรีบ เพียงแต่พอถึงจุดที่ต้องมีแล้ว แต่ละแบบจะให้น้ำหนักกับส่วนไหนก่อนไม่เหมือนกัน ร้านอาหารมักให้ความสำคัญกับความเร็วในการคิดเงินช่วงพีค ร้านค้าปลีกที่มีของเยอะให้ความสำคัญกับสต๊อกเป็นอันดับแรก คำถามที่ควรถามตัวเองคือ "ตอนนี้ร้านผมกำลังทำอะไรด้วยมือ ที่ถ้าลืมแล้วเสียลูกค้า" มากกว่าจะถามว่า "POS มีฟีเจอร์อะไรบ้าง" จุดที่มักเป็นสัญญาณชัดที่สุดคือวันที่ต้องจ้างพนักงานคนแรก เพราะตอนนั้นความจำของเจ้าของคนเดียวไม่พอครอบคลุมทั้งร้านอีกต่อไป พนักงานแต่ละคนอาจจำราคาหรือสูตรไม่เหมือนกัน หรือวันที่เริ่มเปิดขายออนไลน์เพิ่มอีกช่องทางพร้อมกับหน้าร้าน ซึ่งถ้ายังคุมสต๊อกด้วยสมุดสองเล่มแยกกัน ตัวเลขจะเริ่มไม่ตรงกันได้ง่ายมาก
POS ทำงานยังไง
เวลาลูกค้าสั่งซื้อ พนักงานกดรายการเข้าเครื่อง POS ระบบคำนวณยอดรวมและคิดเงินให้ทันที พร้อมตัดจำนวนสินค้าออกจากสต๊อกในเวลาเดียวกัน ไม่ต้องรอให้ใครมาคีย์ตามทีหลัง ข้อมูลทั้งหมดไหลไปรวมอยู่ในรายงานสรุปยอดที่เจ้าของร้านเปิดดูได้ทุกเมื่อ ไม่ต้องรอนับของหรือรวมยอดเองตอนปิดร้านเหมือนที่ร้านกาแฟในตัวอย่างต้นบทความทำอยู่
ถ้าร้านมีพนักงานมากกว่าหนึ่งคนและมีจุดขายที่เป็น POS มากกว่าหนึ่งเครื่องพร้อมกัน เช่น เคาน์เตอร์คิดเงินสองจุดในร้านเดียวกัน เครื่อง POS ทุกเครื่องที่เชื่อมกันจะเห็นตัวเลขสต๊อกชุดเดียวกันแบบเรียลไทม์ พนักงานที่กำลังขายอยู่หน้าจออีกเครื่องจะรู้ทันทีว่าสินค้าตัวไหนเพิ่งถูกขายไปจากอีกเครื่อง ไม่ต้องโทรถามกันหรือเดินไปดูของบนชั้นเอง นี่คือจุดที่ต่างจากการจดสมุดหรือจำในหัวชัดเจนที่สุด เพราะสมุดเล่มเดียวอยู่ในมือคนเดียวได้ในเวลาเดียวกัน แต่ตัวเลขในระบบ POS เห็นพร้อมกันได้จากหลายเครื่อง
ลองนึกภาพร้านกาแฟช่วงเช้าวันหยุดที่คิวยาวเป็นสิบคน พนักงานคนหนึ่งยืนรับออเดอร์หน้าเครื่อง POS อีกคนชงกาแฟอยู่หลังเคาน์เตอร์ ถ้าร้านตั้งสูตรวัตถุดิบไว้ในระบบ ทุกครั้งที่กดขายเสร็จหนึ่งแก้ว ตัวเลขเมล็ดกาแฟและนมในสต๊อกจะขยับลงทันทีตามสูตรโดยไม่ต้องมีใครมาคอยจดแยกต่างหาก พอถึงบ่ายที่นมเหลือน้อย เจ้าของที่ไม่ได้อยู่ร้านก็เปิดดูตัวเลขจากมือถือได้เลยว่าเหลือกี่ลิตร แทนที่จะต้องรอให้พนักงานโทรมาบอกหรือรอไปเห็นเองตอนเย็นเหมือนที่เคยเกิดขึ้น
จุดที่ร้านมักพลาดตอนเพิ่งเริ่มใช้ POS
มีจุดเล็กๆ ที่ผมเจอบ่อยตอนร้านเพิ่งเปลี่ยนจากสมุดมาใช้ POS ครับ บางร้านตั้งชื่อสินค้าในระบบไม่ตรงกับที่พนักงานคุ้นเคยเรียกกันจริงๆ ทำให้ค้นหาตอนขายช้ากว่าที่ควร บางร้านลืมตั้งสต๊อกตั้งต้นให้ตรงกับของจริงบนชั้นตั้งแต่วันแรกที่เริ่มใช้ ทำให้ตัวเลขในระบบกับของจริงคลาดเคลื่อนไปตั้งแต่เริ่ม และที่เจอบ่อยไม่แพ้กันคือเปิดใช้ POS แค่ส่วนคิดเงินอย่างเดียว แต่ไม่เปิดใช้ส่วนตัดสต๊อกหรือรายงานสรุปยอด ทำให้ได้ประโยชน์แค่ครึ่งเดียวของสิ่งที่ระบบทำได้จริง ทั้งหมดนี้แก้ได้ง่ายถ้ารู้ตัวตั้งแต่ต้น แต่ถ้าปล่อยไว้นานจะกลายเป็นความเคยชินที่แก้ยากขึ้นเรื่อยๆ เพราะพนักงานเริ่มชินกับการทำงานแบบครึ่งๆ กลางๆ ไปแล้ว
ตัวอย่าง POS ที่ธุรกิจแต่ละแบบใช้จริง
ร้านอาหารและร้านกาแฟส่วนใหญ่ที่ผมเจอ มักใช้ POS จากผู้ให้บริการที่โฟกัสสายอาหารโดยเฉพาะ อย่าง Wongnai POS จาก LINE MAN Wongnai ที่มีฟีเจอร์เฉพาะร้านอาหาร เช่น รับออเดอร์ผ่านการสแกน QR Code จากโต๊ะ และเชื่อมเดลิเวอรีของ LINE MAN เข้าเครื่อง POS เดียวกันได้เลย ฝั่งร้านค้าปลีกที่ขายทั้งหน้าร้านและออนไลน์พร้อมกัน ต้องเชื่อมกับมาร์เก็ตเพลสอย่าง Shopee หรือ Lazada หลายร้านเลือกใช้ ZORT ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นระบบจัดการออเดอร์และสต๊อก (OMS) ที่เชื่อมมาร์เก็ตเพลสได้หลายเจ้า และมีโมดูล POS หน้าร้านต่อเชื่อมอยู่ในตัว ไม่ได้เป็น POS ล้วนๆ ส่วนร้านค้าปลีกหลายสาขาที่ต้องดูสต๊อกข้ามสาขา บางเจ้าเลือกระบบแบบ POSPOS ที่มีฟีเจอร์โอนย้ายและเปรียบเทียบสต๊อกสินค้าระหว่างสาขาให้เลือกใช้ จากที่ผมเคยคุยกับเจ้าของโรงแรมมาบ้าง ฝั่งนี้มักไม่เรียกระบบของตัวเองว่า POS ตรงๆ แต่ใช้คำว่าระบบจัดการห้องพักแทน ซึ่งภายในก็มีส่วนคิดเงินหน้าเคาน์เตอร์และตัดสต๊อกมินิบาร์ทำงานคล้ายกัน จะเห็นว่า POS แต่ละเจ้าไม่เหมือนกันเลย เพราะถูกออกแบบมาตอบโจทย์ธุรกิจแต่ละแบบโดยเฉพาะ ไม่มีเจ้าไหนดีที่สุดสำหรับทุกร้าน
ถ้าตอนนี้ร้านคุณมี POS อยู่แล้ว แต่พนักงานยังต้องคีย์ออเดอร์จากเว็บไซต์ซ้ำเข้า POS อีกรอบ นั่นเป็นคนละปัญหากับที่บทความนี้พูดถึง ผมเขียนวิธีเชื่อมสองระบบไม่ให้ต้องคีย์ซ้ำไว้แล้วใน บทความเชื่อม POS หรือระบบร้านเข้ากับเว็บไซต์ ลองอ่านต่อจากที่นี่ได้เลยครับ
POS กับ CRM ต่างกันตรงไหน
อีกคำถามที่ตามมาคือ POS กับ CRM ต่างกันตรงไหน คำตอบสั้นๆ คือ POS ดูแลเหตุการณ์ขายหน้าร้าน ใครจ่ายเงินตอนไหน เท่าไหร่ ส่วน CRM ดูแลเรื่องลูกค้าและขั้นตอนการขายในภาพที่กว้างกว่านั้น อย่างการติดตามลูกค้าที่เคยถามราคาแต่ยังไม่ปิดการขาย ถ้าอยากรู้ว่า CRM คืออะไรและต่างจากระบบหลังบ้านยังไง ผมเขียนแยกไว้แล้วใน บทความระบบ CRM คืออะไร มีอะไรบ้าง ลองอ่านต่อจากที่นี่ได้เลยครับ
ระบบ POS ราคาเท่าไหร่
คำถามที่ตามมาเกือบทุกครั้งหลังรู้ว่า POS คืออะไร คือราคาเท่าไหร่ คำตอบตรงๆ คือไม่มีเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกร้านครับ แต่มีตรรกะที่ช่วยให้คุณประเมินเองได้ POS แบบสำเร็จรูปส่วนใหญ่คิดราคาเป็นรายเดือนต่อสาขาหรือต่อเครื่อง ยิ่งอยากได้ฟีเจอร์เพิ่ม เช่น สต๊อกเต็มรูปแบบ ระบบสมาชิก หรือ API เชื่อมต่อ ราคามักขยับขึ้นเป็นขั้นบันไดตามแพ็กเกจ เหมาะกับร้านที่อยากเริ่มเร็วและยังไม่แน่ใจว่าจะขยายสาขาไหม
ถ้าเลือกให้งานส่วนที่ต่อจาก POS อย่างสต๊อกและสมาชิก เป็นโมดูลหนึ่งในระบบหลังบ้านที่เขียนขึ้นเฉพาะธุรกิจ ราคาจะคิดเป็นค่าพัฒนาก้อนเดียวตามขอบเขตงาน จ่ายครั้งเดียวแล้วเป็นของธุรกิจเอง ไม่มีค่าเช่ารายเดือนตลอดไป แต่ต้องมีเงินลงทุนตั้งต้นที่สูงกว่า ถ้าอยากเห็นว่าราคาของแต่ละโมดูลในระบบหลังบ้านเปิดเผยหน้าตาแบบไหน ผมเปิดให้ดูทีละส่วนพร้อมราคาไว้ใน บทความระบบหลังบ้านสำหรับ SME มีอะไรบ้าง ส่วนวิธีคำนวณต้นทุนรวมของการซื้อ SaaS รายเดือนเทียบกับจ้างเขียนเองในภาพกว้าง ผมเขียนแยกไว้แล้วใน บทความจ้างเขียนระบบเอง vs ซื้อลิขสิทธิ์รายปี แบบไหนคุ้มกว่าสำหรับธุรกิจ
ควรใช้ POS สำเร็จรูป หรือให้เป็นโมดูลในระบบเดียว
คำถามที่ผมเจอบ่อยรองจาก "POS คืออะไร" คือ "แล้วเจ้าไหนดี" ผมตอบตรงๆ ว่า TumWebSME ไม่ได้ขาย POS สำเร็จรูปให้เช่าใช้รายเดือน เพราะฉะนั้นผมไม่มีสิทธิ์ไปด้อยค่าใครในตลาดนี้ และก็ไม่ควรทำด้วย เพราะ POS สำเร็จรูปก็ตอบโจทย์ร้านได้จริงในหลายกรณี อย่างที่ยกตัวอย่างไปข้างต้น
สิ่งที่อยากให้คิดต่างออกไปคือคำถาม "เจ้าไหนดี" ควรเปลี่ยนเป็น "ร้านแบบไหนเหมาะกับแบบไหน" มากกว่า ถ้าร้านของคุณขายทางเดียว หน้าร้านอย่างเดียว ยังไม่มีคลังสินค้าที่ซับซ้อน POS สำเร็จรูปที่จ่ายรายเดือนตอบโจทย์เร็วและถูกกว่าในช่วงแรก แต่ถ้าร้านของคุณขายทั้งหน้าร้านและออนไลน์พร้อมกัน มีสต๊อกที่ต้องเชื่อมกับเว็บไซต์ หรือมีระบบสมาชิกที่ต้องผูกกับ LINE OA การให้งานที่ต่อจาก POS เป็นส่วนหนึ่งของระบบ custom ชุดเดียวจะคุ้มกว่าในระยะยาว เพราะไม่ต้องคีย์ข้อมูลซ้ำระหว่างหลายโปรแกรม และไม่ต้องจ่ายค่าเช่าซอฟต์แวร์รายหัวไปตลอดอายุร้าน
"ตอนนี้ก็จดสมุดแล้วขายดีอยู่นะ" ทำไมต้องรีบมี POS
ผมเจอเจ้าของร้านหลายคนที่บอกว่า "ตอนนี้ผมก็จดสมุดแล้วขายดีอยู่นะ" ซึ่งผมไม่เถียงเลยครับ วิธีนี้ใช้ได้จริงตอนร้านยังเล็ก และหลายร้านก็โตมาได้ด้วยวิธีนี้จริงๆ แต่จุดที่มันเริ่มไม่พอ ส่วนใหญ่เกิดตอนที่คนจดสมุดคนนั้นไม่ว่าง ลาป่วย หรือของหมดกลางวันโดยไม่มีใครรู้ตัวจนลูกค้ามาถึงหน้าร้านแล้ว
แล้วร้านก็เพิ่งรู้ตัวตอนที่ลูกค้าคนนั้นเดินออกไปแล้วนั่นแหละ
ทำไมเริ่มมี POS เร็ว ถึงคุ้มกว่ารอให้พร้อม
ข้อมูลการขายที่ POS เก็บไว้ทุกวัน ไม่ได้มีค่าแค่ตอนขาย แต่สะสมเป็นภาพว่าสินค้าตัวไหนขายดีช่วงไหน ลูกค้าซื้อซ้ำบ่อยแค่ไหน ยิ่งเก็บนานเท่าไหร่ ข้อมูลชุดนี้ก็ยิ่งมีค่ามากขึ้นเรื่อยๆ เหมือนดอกเบี้ยทบต้น ปีแรกอาจดูไม่ต่างมาก แต่พอถึงปีที่สามหรือปีที่ห้า ร้านที่เก็บข้อมูลมาตลอดกับร้านที่เพิ่งเริ่มเก็บ จะตัดสินใจสั่งของและจัดโปรโมชันได้แม่นยำกว่ากันเห็นๆ POS ไม่ได้ทำงานย้อนหลัง ข้อมูลที่หายไปก่อนหน้านี้ก็หายไปแล้วครับ
ระบบที่ออกแบบเฉพาะร้านคุณ ตั้งแต่ร้านเล็กจนถึงองค์กรใหญ่
ร้านที่ workflow ไม่เหมือนใคร เช่น ขายทั้งหน้าร้านและออนไลน์พร้อมกัน มีสต๊อกที่ต้องข้ามช่องทาง หรือมีระบบสมาชิกที่ต้องผูกกับ LINE OA POS สำเร็จรูปอย่างเดียวมักไม่จบ เพราะถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์ร้านทั่วไปเป็นหลัก ไม่ได้ออกแบบมาให้ตรงกับ workflow เฉพาะของธุรกิจคุณตั้งแต่ต้น นี่คือจุดที่ TumWebSME ไม่ได้รับแค่งานเว็บไซต์ทั่วไปเท่านั้นครับ เรารับตั้งแต่เว็บไซต์เริ่มต้น ไปจนถึงระบบหลังบ้านและดูแลครบวงจรหลังส่งมอบ ให้ธุรกิจตั้งแต่ร้านเล็กที่เพิ่งเริ่มไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ ในราคาระดับที่ SME จ่ายไหว
เคสที่ยืนยันได้จริงคือทีมเราพัฒนาและส่งมอบระบบให้คณะครุศาสตร์ฯ KMITL พร้อมอบรมการใช้งานระบบและเทคโนโลยีให้ทีมของสถาบัน (อ่านรายละเอียดได้ใน เคสศึกษา TumWebSME x KMITL) ที่ทำงานระดับนี้ได้เพราะทีมเราเป็นวิศวกรมืออาชีพหลายบทบาทที่ผ่านนโยบาย quality gate ของ CEO ที่ทีมทุกคนรู้ดีว่า "ของที่มีคุณภาพเท่านั้นที่จะผ่านประตูแห่งนี้ออกไปได้" บวกกับ Superdev Academy ที่ทีมเราเก่งพอจะสอนและผลิตโปรแกรมเมอร์ขึ้นมาเองได้จริง ทำเว็บหรือระบบกับเราจึงเหมือนไปรักษาที่โรงพยาบาลที่เป็นวิทยาลัยแพทย์ในตัว ทีมที่เก่งพอจะสอนคนอื่นทำได้ คือทีมที่คุณมั่นใจได้ว่าลงมือเองเป็นจริงครับ
ระบบขั้นต่ำที่ควรเริ่มก่อน
ไม่ต้องเริ่มจากระบบใหญ่โตครับ เวอร์ชันขั้นต่ำที่คุ้มที่สุดคือให้เหตุการณ์ขายหน้าร้านจาก POS เชื่อมกับตัวเลขสต๊อกและเว็บไซต์ให้เป็นภาพเดียวกัน ไม่ต้องพิมพ์ซ้ำสองที่เหมือนที่หลายร้านทำอยู่ทุกวันนี้ ถ้าอยากเห็นตัวอย่างว่าระบบแบบนี้ที่ออกแบบเฉพาะร้านหน้าตาเป็นยังไง ดูตัวอย่างได้ที่ TW-System
แผน 30 วันก่อนตัดสินใจเรื่อง POS
สัปดาห์แรก นับเหตุการณ์ขายจริง: ไล่นับว่าวันนี้ "เหตุการณ์ขาย" ของร้านคุณถูกจดกี่ที่ เครื่องคิดเงิน สมุด Excel สต๊อก แชท LINE หรือเว็บ ถ้าเกินหนึ่งที่ นั่นคือจุดที่ POS ควรทำงานแทน
สัปดาห์ที่สอง เลือกจุดเจ็บที่สุด: ดูว่าของหมดโดยไม่รู้ตัวบ่อยแค่ไหน หรือเสียเวลาคีย์ซ้ำมากแค่ไหน แล้วเลือกจุดที่กระทบยอดขายมากที่สุดมาเป็นจุดเริ่มต้น
สัปดาห์ที่สาม เทียบทางเลือก: ลองเทียบ POS สำเร็จรูปรายเดือนกับการให้เป็นโมดูลในระบบเฉพาะของร้าน โดยดูจากช่องทางขายและความซับซ้อนของสต๊อกที่มีจริง
สัปดาห์ที่สี่ คุยกับทีมทำระบบ: เอาข้อมูลสามสัปดาห์แรกไปคุยกับทีมที่จะช่วยวางระบบ ไม่ว่าจะเป็นเราหรือทีมไหนก็ตาม แล้วเริ่มจากขอบเขตเล็กที่สุดที่แก้จุดเจ็บนั้นได้ก่อน
วัดผลว่ามี POS แล้วได้ผลจริงไหม
หลังเริ่มใช้ POS แล้ว ตัวเลขที่ผมแนะนำให้ติดตามคือจำนวนครั้งที่ของหมดโดยไม่รู้ตัวต่อเดือน กับเวลาที่ใช้ปิดยอดตอนสิ้นวัน ถ้าตัวเลขทั้งสองลดลงเรื่อยๆ หลังมีระบบ แปลว่ากำลังเดินถูกทาง ถ้ายังไม่ขยับหลังผ่านไปสองสามเดือน แปลว่าอาจต้องกลับไปดูว่าพนักงานยังใช้ระบบไม่เต็มที่ มากกว่าที่จะเปลี่ยนระบบใหม่
ส่งท้าย
POS ไม่ใช่แค่เครื่องคิดเงินราคาแพง แต่เป็นตัวที่ทำให้ร้านของคุณไม่ต้องพึ่งความจำของใครคนใดคนหนึ่งอีกต่อไป ไม่ว่าร้านคุณจะเล็กแค่ไหนหรือใหญ่แค่ไหน ถ้าเริ่มรู้สึกว่าเหตุการณ์ขายหน้าร้านกระจัดกระจายอยู่หลายที่เกินไป ทักมาเล่าให้เราฟังได้เลยครับ ว่าตอนนี้ร้านคุณจดออเดอร์และสต๊อกกันแบบไหนอยู่ แล้วเราจะช่วยดูว่าควรเริ่มจากตรงไหนก่อนถึงจะพอดี
ช่องทางการติดตาม TumWebSME
ติดตามสาระความรู้เรื่องการทำเว็บไซต์และการตลาดออนไลน์ได้ที่:
Facebook: TumWebSME รับทำเว็บไซต์ธุรกิจ
Instagram: @tumwebsme
TikTok: @tumwebsme
YouTube: TumWebSME
ติดต่องานและสอบถามบริการ
088-983-9386 (คุณพลอย)
099-856-3198 (คุณแสนนาน)




