ข้ามไปยังเนื้อหา
135 views
12 นาที

เลือกทำเว็บไซต์เเบบไหนให้เหมาะกับธุรกิจคุณ WordPress vs Custom Built

เปรียบเทียบข้อดีข้อเสียระหว่างการทำเว็บไซต์ด้วย WordPress กับระบบ Custom Built สำหรับธุรกิจ SME โดย TumWebSME (ทำเว็บเอสเอ็มอี)

หลายบริษัทที่เคยสร้างเว็บไซต์ด้วย WordPress มักเจอปัญหาเว็บโหลดช้า ปลั๊กอินตีกัน หรือระบบความปลอดภัยต่ำเมื่อธุรกิจเริ่มเติบโต หากยังทนใช้ระบบเดิมต่อไป คุณอาจเสียโอกาสในการปิดการขาย และเสี่ยงสูญเสียอันดับบน Google ไปอย่างน่าเสียดาย

บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกข้อจำกัดของระบบสำเร็จรูป พร้อมแนะนำโซลูชันที่จะช่วยให้เว็บไซต์ของคุณทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและตอบโจทย์ธุรกิจมากที่สุด

WordPress คืออะไร

WordPress คือระบบจัดการเนื้อหาเว็บไซต์สำเร็จรูป หรือที่เรียกว่า Content Management System (CMS) ที่ช่วยให้เราสามารถสร้าง แก้ไข และบริหารจัดการเนื้อหาบนเว็บได้โดยไม่ต้องเริ่มเขียนโค้ดเองตั้งแต่บรรทัดแรก

ระบบนี้ทำงานด้วยภาษา PHP และใช้ฐานข้อมูล MySQL ในการเก็บข้อมูล ซึ่งเป็นโครงสร้างหลักที่ได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นแกนสำคัญของเว็บทั่วโลกในปัจจุบัน

ส่วนแบ่งตลาด CMS ปัจจุบัน

ปัจจุบัน WordPress ถือครองส่วนแบ่งตลาด CMS มากกว่า 40% ของเว็บไซต์ทั้งหมดบนอินเทอร์เน็ต ความนิยมนี้เกิดจาก Ecosystem ที่ใหญ่มาก มีธีมและปลั๊กอินให้เลือกใช้หลากหลาย ทำให้การหาผู้ดูแลหรือนักพัฒนามาช่วยต่อยอดระบบทำได้ง่ายกว่าระบบอื่นๆ ในตลาด

WordPress.com vs WordPress.org ต่างกันอย่างไร

  1. WordPress.com: ทำงานในรูปแบบของแพลตฟอร์มสำเร็จรูป (Hosted Platform) โดยตัวเว็บไซต์จะถูกเก็บอยู่บน Server ของระบบ คุณไม่จำเป็นต้องตั้งค่าระบบโฮสติ้งเอง แต่จะถูกจำกัดสิทธิ์และฟังก์ชันการใช้งานตามแพ็กเกจราคาที่จ่ายรายเดือน

  2. WordPress.org: เป็นซอฟต์แวร์เปิด (Open Source) ที่ปล่อยให้ดาวน์โหลดไปติดตั้งบนโฮสติ้งส่วนตัวได้อย่างอิสระ ช่วยให้ธุรกิจเป็นเจ้าของข้อมูลได้ 100% สามารถเลือกเช่าพื้นที่จัดเก็บข้อมูลประสิทธิภาพสูงอย่าง Google Cloud Hosting เพื่อความเสถียรและความเร็วสูงสุดได้ตามใจชอบ

บริการรับทำเว็บไซต์สำหรับธุรกิจ SME

เพราะเราเข้าใจดีว่าก้าวสำคัญของธุรกิจต้องการรากฐานที่มั่นคง TumWebSME (ทำเว็บเอสเอ็มอี) จึงออกแบบบริการรับทำเว็บไซต์ที่ตอบโจทย์บริบทของ SME ไทยโดยเฉพาะ ไม่ว่าคุณจะต้องการเว็บไซต์ให้ข้อมูลบริการเพื่อหาลูกค้า (Lead Generation) เว็บไซต์บริษัท (Corporate Website) หรือเว็บขายของออนไลน์ (E-commerce) เราพร้อมให้คำปรึกษา และวางโครงสร้างเว็บไซต์ที่เหมาะกับงบประมาณและเป้าหมายของคุณ เพื่อเปลี่ยนเงินลงทุนให้เป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่สร้างยอดขายได้จริง

ข้อดีของ WordPress

การเลือกใช้ระบบนี้มาสร้างเว็บไซต์ธุรกิจ มีข้อดีหลายด้านที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโตบนโลกออนไลน์ได้อย่างรวดเร็ว:

  • แก้ไขเนื้อหาได้ง่าย: ฝ่ายการตลาดสามารถเข้ามาเพิ่มบทความ อัปเดตสินค้า หรือเปลี่ยนเบอร์ติดต่อได้เองผ่านระบบหลังบ้าน โดยไม่ต้องคอยง้อโปรแกรมเมอร์

  • ประหยัดเวลาในการพัฒนา: เพราะมีโครงสร้างสำเร็จรูปอยู่แล้ว จึงช่วยให้เปิดตัวเว็บไซต์เพื่อทดสอบตลาดได้เร็วกว่าการเขียนระบบขึ้นมาใหม่ทั้งหมด

  • มี Community ขนาดใหญ่: เมื่อเจอปัญหาในการใช้งาน สามารถค้นหาวิธีแก้ไข หรือหาผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยดูแลระบบต่อได้ง่าย

ข้อเสียของ WordPress

แม้จะมีข้อดีมากมาย แต่ในมุมมองของคนทำเว็บ การใช้ระบบสำเร็จรูปก็มีข้อจำกัดที่ธุรกิจจำเป็นต้องรู้ก่อนตัดสินใจลงทุน:

  • ปัญหาด้านความเร็ว (Performance): หากติดตั้งธีมและปลั๊กอินมากเกินไป จะทำให้เว็บโหลดช้า ส่งผลกระทบโดยตรงต่อคะแนน SEO และทำให้ลูกค้ากดปิดเว็บหนีได้ง่ายเมื่อเปิดผ่านมือถือ

  • ความเสี่ยงด้านความปลอดภัย: ด้วยความที่เป็นระบบยอดนิยม จึงมักตกเป็นเป้าหมายหลักของแฮกเกอร์ หากไม่มีการอัปเดตระบบและปลั๊กอินอย่างสม่ำเสมอ เว็บไซต์จะมีช่องโหว่สูงมาก

  • ค่าบำรุงรักษาระยะยาว: ปลั๊กอินส่วนใหญ่มีสัญญาเป็นรายปี ถ้าปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ต่ออายุ ฟังก์ชันบางส่วนอาจหยุดทำงาน หรือเกิดปัญหาโค้ดตีกัน (Plugin Conflict) จนเว็บล่มได้

ค่าใช้จ่ายในการทำเว็บ WordPress

การทำเว็บไซต์ด้วย WordPress ไม่ได้มีเพียงแค่ค่าจ้างทำครั้งแรกเท่านั้น แต่ยังมีค่าใช้จ่ายแฝงและค่าบริการรายปีที่เจ้าของธุรกิจต้องเตรียมงบประมาณไว้ เพื่อให้เว็บไซต์ทำงานได้อย่างต่อเนื่องและปลอดภัย

1. Domain

Domain Name หรือชื่อเว็บไซต์ (เช่น .com, .co.th) เป็นส่วนที่ธุรกิจต้องจดทะเบียนเป็นของตนเองเพื่อความเป็นเจ้าของที่แท้จริง

  • ค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ย: ประมาณ 100 – 1,000 บาทต่อปี ขึ้นอยู่กับนามสกุลที่เลือก

  • การเลือกนามสกุล: .com เป็นที่นิยมทั่วโลกและจำง่ายที่สุด ส่วน .co.th เหมาะสำหรับธุรกิจที่เน้นตลาดในไทยและต้องการสร้างความน่าเชื่อถือ (ต้องใช้เอกสารบริษัทในการจด)

  • ข้อควรระวัง: เจ้าของธุรกิจควรจดโดเมนในชื่อของตนเองหรือชื่อบริษัท เพื่อป้องกันปัญหาโดนยึดโดเมนหรือสูญเสียสิทธิ์ในการจัดการภายหลัง

2. Hosting

Hosting คือพื้นที่เก็บไฟล์เว็บไซต์ ซึ่งมีผลโดยตรงต่อความเร็ว (Page Speed) และความเสถียรของเว็บ

  • Shared Hosting: ราคาถูกที่สุด (หลักร้อยถึงพันต้นๆ ต่อปี) เหมาะสำหรับมือใหม่หรือเว็บขนาดเล็กที่มีคนเข้าชมไม่มาก แต่มีความเสี่ยงเรื่องความเร็วและเว็บล่มหากเพื่อนร่วมเซิร์ฟเวอร์ใช้งานหนัก

  • Cloud Hosting: เน้นประสิทธิภาพและการปรับขนาดได้ตามต้องการ เช่น Cloudways ซึ่งใช้ระบบจ่ายตามจริง (Pay-as-you-go) เริ่มต้นประมาณ $11/เดือน เหมาะกับธุรกิจที่มีทราฟฟิกสูงหรือกำลังขยายตัว

  • Managed WordPress Hosting: โฮสติ้งที่ปรับจูนระบบมาเพื่อ WordPress โดยเฉพาะ เช่น SiteGround มีระบบแคชและความปลอดภัยที่เหมาะสม ช่วยให้การอัปเดตปลั๊กอินราบรื่น

  • งบประมาณที่แนะนำสำหรับธุรกิจ: หากต้องการประสิทธิภาพที่วางใจได้ ควรเตรียมงบส่วนนี้ไว้ประมาณ 2,000 – 3,500 บาทต่อปีขึ้นไป

3. Theme

Theme คือหน้าตาและรูปแบบการแสดงผลของเว็บไซต์

  • Theme ฟรี: มีความเสี่ยงเรื่องดีไซน์ล้าสมัย ขาดการอัปเดตจากผู้พัฒนา และอาจมีปัญหาโค้ดไม่รองรับกันเมื่อ WordPress อัปเดตเวอร์ชันใหม่

  • Theme เสียเงิน (Premium Theme): มีราคาตั้งแต่ $15 ถึง $400 (ประมาณ 2,000 – 3,500 บาท) ขึ้นอยู่กับความซับซ้อน การใช้ธีมแท้แบบเสียเงินช่วยลดปัญหาด้านเทคนิคและช่วยให้ภาพลักษณ์แบรนด์ดูน่าเชื่อถือกว่า

4. ค่าจ้างพัฒนา

ค่าจ้างคนทำเว็บหรือโปรแกรมเมอร์จะขึ้นอยู่กับขอบเขตงานและความเชี่ยวชาญ:

  • เว็บไซต์พื้นฐาน (1-5 หน้า): ราคาตลาดอยู่ที่ประมาณ 5,000 – 25,000 บาท ส่วนใหญ่เป็นการใช้ธีมสำเร็จรูปมาปรับแต่ง

  • เว็บไซต์บริษัท (Marketing Website 5-15 หน้า): งบประมาณอยู่ที่ 80,000 – 350,000 บาท ขึ้นอยู่กับว่าเป็นงาน Custom เขียนใหม่หรือใช้ Template

  • งาน Custom Design: หากต้องการดีไซน์เฉพาะตัวให้ตรงกับอัตลักษณ์ของแบรนด์และวางโครงสร้าง SEO ตั้งแต่ต้น ราคาอาจเริ่มต้นที่ 25,000 – 45,000 บาทขึ้นไป และสูงถึงหลักแสนบาทสำหรับงานระดับพรีเมียม

  • ค่าดูแลรักษา (Maintenance): เว็บไซต์ต้องการการอัปเดตและดูแลความปลอดภัยต่อเนื่อง ค่าบริการรายเดือนเริ่มต้นที่ประมาณ 1,600 – 2,500 บาท

WordPress เหมาะกับธุรกิจแบบไหน

ระบบนี้ตอบโจทย์ธุรกิจที่ต้องการความยืดหยุ่นในการเริ่มต้น และเน้นทำตลาดด้วยคอนเทนต์เป็นหลัก:

  • ธุรกิจบริการและ Lead Generation: เช่น สำนักงานกฎหมาย คลินิกความงาม หรือธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่เน้นให้ข้อมูลและมีฟอร์มให้ลูกค้าติดต่อกลับ

  • ธุรกิจที่เน้นทำ Content Marketing: แบรนด์ที่ต้องการเขียนบทความ ให้ความรู้ เพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมายให้ค้นหามาเจอธุรกิจบน Google

  • เว็บไซต์บริษัท (Corporate Website): ใช้แนะนำองค์กร ประวัติความเป็นมา แสดงผลงาน และแจ้งข่าวสารประชาสัมพันธ์ของบริษัท

WordPress ไม่เหมาะกับธุรกิจแบบไหน

ในบางกรณี การใช้ระบบสำเร็จรูปอาจสร้างปัญหาให้กับโมเดลธุรกิจในระยะยาว โดยเฉพาะกลุ่มต่อไปนี้:

  • High-Traffic E-commerce: ร้านค้าออนไลน์ขนาดใหญ่ที่มีสินค้าหลายหมื่นรายการ และมีผู้ใช้งานเข้ามาสั่งซื้อพร้อมกันจำนวนมากในเวลาเดียว ระบบฐานข้อมูลของซอฟต์แวร์นี้อาจรองรับไม่ไหวจนเกิดอาการเว็บค้างหรือล่มได้

  • Custom Logic หนักๆ: ธุรกิจที่มีระบบเฉพาะตัว เช่น ระบบจองคิวรถขนส่งแบบเรียลไทม์ แพลตฟอร์มเชื่อมต่อสต็อกสินค้ากับโรงงานหลายแห่ง หรือเว็บที่มีการคำนวณเงื่อนไขซับซ้อน การฝืนใช้ปลั๊กอินจะทำให้ระบบรวนและขยายระบบต่อยากในอนาคต

ทางเลือกการทำเว็บไซต์แทน WordPress

ถ้าพูดถึงการทำเว็บไซต์ หลายคนคงนึกถึง WordPress เป็นอันดับแรก เพราะขึ้นระบบง่ายและมีปลั๊กอินให้เลือกใช้มากมาย แต่สำหรับธุรกิจที่เติบโตมาถึงจุดหนึ่ง หรือต้องการสร้างความน่าเชื่อถือขั้นสุดบนพื้นที่ออนไลน์ การฝากหัวใจไว้กับระบบสำเร็จรูปอาจเริ่มไม่ใช่คำตอบ

นั่นคือเหตุผลที่แบรนด์ระดับพรีเมียมและองค์กรยุคใหม่ หันมาเลือกใช้ทางเลือกอย่าง Custom Built ซึ่งถ้าถามว่าทำไมทางเลือกนี้ถึงดีกว่า? นี่คือเหตุผลครับ

1. ความเร็ว (Speed & Performance)

WordPress มักจะมาพร้อมกับโค้ดขยะจำนวนมากจากธีมและปลั๊กอินที่เราลงเพิ่ม ยิ่งอยากได้ฟังก์ชันเยอะ เว็บก็ยิ่งอืด

  • เมื่อเปลี่ยนเป็น Custom Built: นักพัฒนาจะเขียนโค้ดเฉพาะเท่าที่จำเป็นต้องใช้จริงเท่านั้น เว็บจึงเบาหวิว โหลดเร็วระดับมิลลิวินาที ซึ่งความเร็วและโครงสร้างโค้ดที่สะอาดนี้คือหัวใจสำคัญในการดันอันดับบน Google (SEO) รวมถึงช่วยให้ AI Search Engine ยุคใหม่สามารถเข้ามาทำความเข้าใจและดึงข้อมูลของเว็บไซต์ไปประมวลผลตอบผู้ใช้งานได้อย่างแม่นยำ และช่วยให้ลูกค้าไม่กดปิดเว็บหนีไปก่อน

2. ดีไซน์เป็นเอกลักษณ์

เว็บ WordPress มักจะมีโครงสร้าง Layout ที่คล้ายๆ กัน ต่อให้ปรับแต่งยังไงก็ยังดูออกว่าเป็นเว็บสำเร็จรูป

  • เมื่อเปลี่ยนเป็น Custom Built: คุณสามารถออกแบบประสบการณ์การใช้งาน (UX/UI) ได้อย่างไร้ขีดจำกัด อยากให้ลูกเล่นขยับแบบไหน มีหน้าตาพรีเมียมเฉพาะตัวอย่างไร ก็เสกขึ้นมาได้ตามบรีฟ ไม่ต้องทนใช้กรอบสี่เหลี่ยมเดิมๆ อีกต่อไป

3. ความปลอดภัยขั้นสูง (High Security)

เนื่องจาก WordPress เป็นระบบที่มีคนใช้เยอะที่สุด จึงตกเป็นเป้าหมายอันดับหนึ่งของแฮกเกอร์ ปัญหาเว็บโดนฝังไวรัสหรือระบบรวนหลังอัปเดตปลั๊กอิน เป็นสิ่งที่คนทำเว็บเจอบ่อยมาก

  • เมื่อเปลี่ยนเป็น Custom Built: โครงสร้างเว็บจะถูกปิดและออกแบบระบบรักษาความปลอดภัยเฉพาะตัว โอกาสที่จะโดนสแกนเจอช่องโหว่แบบเหมาเข่งจึงแทบเป็นศูนย์ ปลอดภัยทั้งข้อมูลบริษัทและข้อมูลลูกค้า

4. รองรับการขยายตัวในอนาคต (Scalability)

วันแรกเราอาจจะแค่อยากทำเว็บโชว์ผลงาน แต่วันข้างหน้าเราอาจจะอยากต่อยอดระบบสมาชิก เชื่อมต่อข้อมูลกับระบบภายใน (CRM/ERP) หรือทำระบบจองคิว

  • เมื่อเปลี่ยนเป็น Custom Built: สามารถเขียนโค้ดเชื่อมต่อ API หรือเพิ่มฟังก์ชันใหม่ๆ เข้าไปได้ทันทีอย่างไร้รอยต่อ โดยไม่ต้องมานั่งลุ้นว่าปลั๊กอินเดิมจะตีกับปลั๊กอินใหม่ไหม

ตารางเปรียบเทียบ WordPress vs Custom Built

การเลือกบริการจากบริษัทรับทำเว็บไซต์ที่เชี่ยวชาญการเขียนโค้ดขึ้นมาใหม่ทั้งหมด (Custom Development) จะช่วยแก้ปัญหาโครงสร้างพื้นฐานได้อย่างเบ็ดเสร็จ โดยมีความแตกต่างที่ชัดเจนดังนี้:

หัวข้อเปรียบเทียบ

WordPress (Template + ปลั๊กอิน)

Custom Built (เขียนโค้ดใหม่ 100%)

ความเร็วหน้าเว็บ

โหลดช้าลงตามจำนวนปลั๊กอินที่ติดตั้งเพิ่ม

โหลดเร็วระดับมิลลิวินาที โค้ดสะอาด ไม่มีขยะ

ความปลอดภัย

เสี่ยงโดนแฮกสูงหากไม่อัปเดตปลั๊กอินตลอดเวลา

ปลอดภัยสูงสุด คาดเดาโครงสร้างระบบได้ยาก

ดีไซน์และ UX/UI

ถูกจำกัดด้วยโครงสร้างของธีมสำเร็จรูป

ออกแบบใหม่ได้อิสระตามอัตลักษณ์ของแบรนด์

การรองรับ AI Search

จัดระเบียบข้อมูลยากเนื่องจากโครงสร้างซับซ้อน

จัดวางระบบ Semantic HTML รองรับ GEO และ AEO

การเชื่อมต่อระบบ

พึ่งพาปลั๊กอินสำเร็จรูป เชื่อมต่อ API ลึกๆ ได้ยาก

พัฒนา API เชื่อมต่อ ERP หรือ CRM ได้อย่างไร้รอยต่อ

ผลงานเว็บไซต์ที่เราออกแบบ

เพื่อช่วยให้คุณมองเห็นภาพมาตรฐานงานระดับมืออาชีพที่คุ้มค่าเงินลงทุน คุณสามารถเข้ามาดู ผลงานเว็บไซต์ที่เราออกแบบ ให้กับหลากหลายธุรกิจชั้นนำ ที่ TumWebSME (ทำเว็บเอสเอ็มอี) เราไม่ได้เน้นแค่ดีไซน์ที่สวยงามเท่านั้น แต่ทุกโปรเจกต์จะถูกคิดค้นผ่านกระบวนการ UX/UI Research เพื่อให้ตอบโจทย์พฤติกรรมลูกค้าของคุณจริง พร้อมการันตีโครงสร้างที่สะอาด โหลดเร็ว และรองรับการทำ SEO อย่างเต็มรูปแบบ ช่วยให้หลายบริษัทสามารถสร้างยอดขาย และไต่อันดับบน Google ได้อย่างรวดเร็ว

แพ็กเกจราคารับทำเว็บไซต์สุดคุ้มจาก TumWebSME (ทำเว็บเอสเอ็มอี)

ทุกแพ็กเกจของที่นี่เน้นความคุ้มค่า พัฒนาโดยทีมงานมืออาชีพ มาพร้อมมาตรฐานสากลและดีไซน์ที่สวยงาม โดยมีรายละเอียดดังนี้

แพ็กเกจ

ราคาโปรโมชั่น

เหมาะสำหรับใคร?

สิ่งที่จะได้รับ

Starter

99,000.- (จากปกติ 129,000)

ธุรกิจเริ่มต้น หรือบริษัทที่ต้องการเว็บบอร์ด/เว็บแนะนำบริษัทที่เป็นทางการ

  • เว็บไซต์ 2 หน้า

  • แก้ไขดีไซน์ได้ 2 รอบ / 1 ภาษา

  • ฟรี! โดเมน 12 เดือน

  • ฟรี! Hosting และดูแลหลังการขาย 3 เดือน

  • ฟรี! บทความ SEO 2 บทความ

Standard

119,000.- (จากปกติ 159,000)

ธุรกิจที่ต้องการความครบครัน รองรับการเติบโต และต้องการทำตลาดออนไลน์

  • เว็บไซต์ 6 หน้า

  • แก้ไขดีไซน์ได้ 3 รอบ / รองรับ 2 ภาษา

  • ฟรี! โดเมน 12 เดือน

  • ฟรี! Hosting และดูแลหลังการขาย 6 เดือน

  • ฟรี! บทความ SEO 2 บทความ

E-Commerce

199,000.- (จากปกติ 229,000)

ร้านค้าออนไลน์ที่ต้องการระบบตะกร้าสินค้า และระบบชำระเงินเต็มรูปแบบ

  • เว็บไซต์ ไม่จำกัดหน้า

  • ระบบชำระเงินออนไลน์

  • รองรับ 2 ภาษา

  • ฟรี! โดเมน 12 เดือน

  • ฟรี! Hosting และดูแลหลังการขาย 12 เดือน

  • ฟรี! บทความ SEO 2 บทความ

System

249,000.- (จากปกติ 290,000)

องค์กรที่ต้องการระบบบริหารจัดการธุรกิจ (System) ตามความต้องการเฉพาะ

  • เว็บไซต์ ไม่จำกัดหน้า

  • พัฒนาระบบ Custom ตามความต้องการธุรกิจ

  • รองรับ 2 ภาษา

  • ฟรี! โดเมน 12 เดือน

  • ฟรี! Hosting และดูแลหลังการขาย 12 เดือน

FAQ คำถามทั่วไปสำหรับ WordPress

Q1. ใช้ WordPress ฟรีจริงไหม?

ตอบ: ตัวซอฟต์แวร์หลักดาวน์โหลดฟรีครับ แต่ในการทำ เว็บไซต์ธุรกิจ คุณยังต้องชำระค่าระบบโฮสติ้ง ชื่อโดเมนเนม รวมถึงค่าลิเซนส์ธีมและปลั๊กอินรายปีเพื่อให้เว็บทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Q2. WordPress ปลอดภัยพอสำหรับเก็บข้อมูลลูกค้าหรือไม่?

ตอบ: ปลอดภัยในระดับมาตรฐานทั่วไปครับ แต่เนื่องจากเป็นระบบระบบเปิด (Open-source) จึงมีช่องโหว่สำเร็จรูปเยอะ หากทีมงานหลังบ้านไม่อัปเดตแพตช์ความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ จะมีความเสี่ยงสูงที่จะโดนเจาะฐานข้อมูลลูกค้า

Q3. SEO ของ WordPress ดีกว่าเว็บที่เขียนเอง (custom) หรือเปล่า?

ตอบ: ไม่เสมอไปครับ WordPress มีปลั๊กอินช่วยตั้งค่า SEO ที่ง่าย แต่ในแง่ของ Technical SEO โครงสร้างเว็บแบบ Custom Built ที่เขียนโค้ดจัดระเบียบ Semantic HTML ใหม่ทั้งหมด สามารถทำความเร็วหน้าเว็บได้ดีกว่า ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ Google ใช้จัดอันดับในปัจจุบัน

Q4. ถ้าทำเว็บ WordPress เองได้ ทำไมยังต้องจ้างคนทำ?

ตอบ: การกดติดตั้งธีมสำเร็จรูปใครก็ทำได้ครับ แต่การปรับแต่งโค้ดให้เว็บโหลดเร็ว การเพิ่มระบบความปลอดภัยหลังบ้านเพื่อป้องกันมัลแวร์ และการออกแบบ UX/UI ให้ตอบโจทย์พฤติกรรมลูกค้าเพื่อเพิ่มยอดขาย จำเป็นต้องใช้ประสบการณ์จาก บริษัทรับทำเว็บไซต์ มืออาชีพ

Q5. WordPress รองรับภาษาไทยและช่อง LINE OA หรือไม่?

ตอบ: รองรับการแสดงผลภาษาไทยสมบูรณ์แบบครับ ส่วนการเชื่อมต่อกับ LINE OA สามารถทำได้ผ่านการแปะลิงก์ปุ่มกด หรือติดตั้งปลั๊กอินเสริมสำหรับแชตด่วนเพื่อส่งลูกค้าย้ายฝั่งไปคุยต่อบนแอปพลิเคชัน LINE


บทสรุป

การทนใช้เว็บไซต์เก่าที่มีปัญหาเรื่องความเร็วและความปลอดภัย ไม่เพียงแต่ทำให้คุณเสียโอกาสในการขาย แต่ยังทำให้งบประมาณการตลาดออนไลน์สูญเปล่าไปเรื่อยๆ การลงทุนเปลี่ยนมาใช้ระบบ Custom Built 100% พร้อมวางโครงสร้าง Technical SEO ที่ถูกต้อง จะช่วยสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันและรองรับการเติบโตของธุรกิจได้อย่างยั่งยืน

หากคุณต้องการเปลี่ยนเว็บไซต์เดิมให้กลายเป็นเครื่องมือผลิตยอดขายที่มีประสิทธิภาพสูง โหลดเร็ว และปลอดภัยระดับพรีเมียม สามารถติดต่อเข้ามาปรึกษา TumWebSME (ทำเว็บเอสเอ็มอี) เพื่อวางแผนและประเมินงบประมาณที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณได้ทันที

ทักมาพูดคุยและปรึกษาเราฟรีก่อนตัดสินใจได้ที่

ติดต่องานและสอบถามบริการ

  • 088-983-9386 (คุณพลอย)

  • 099-856-3198 (คุณแสนนาน)

คำค้นหา:

รับทำเว็บไซต์ธุรกิจ
บริษัทรับทำเว็บไซต์
ทำเว็บ Custom
WordPress คืออะไร?
ทำเว็บ SME
TumWebSME

ปรึกษาฟรี

เรายินดีให้คำปรึกษา บริการทำเว็บไซต์และระบบเพื่อเป็นเครื่องมือในการต่อยอดธุรกิจของคุณ

หรือติดตามเรา

Instagram
TikTok

ให้เราติดต่อหาคุณ