ข้ามไปยังเนื้อหา
โดย TumWebSME
121 views
10 นาที

โดเมนคือการเช่า ไม่ใช่การซื้อ ทำไมค่าโดเมนต้องจ่ายทุกปี

ภาพระยะใกล้มือเจ้าของธุรกิจกำลังวงกลมวันครบกำหนดต่ออายุโดเมนบนปฏิทินตั้งโต๊ะและเขียนโน้ตเตือน พร้อมการ์ดข้อมูลเทียบค่าต่ออายุโดเมน .co.th ตรงเวลา 856 บาทต่อปี กับค่ากู้คืนถ้าปล่อยให้ขาด 1,712 บาท

สมมติว่ามีคนเดินมาชวนคุณเช่าแผงในตลาดสดครับ ทำเลดีมาก อยู่หัวมุมที่คนเดินผ่านทั้งวัน เขาบอกว่าแผงนี้เป็นของคุณได้เลย ขอแค่จ่ายค่าเช่าปีต่อปี ปีนี้จ่าย ปีหน้าก็จ่ายอีก ตราบใดที่คุณยังจ่าย ไม่มีใครมาแย่งที่ตรงนี้ไปได้ แต่ถ้าปีไหนคุณลืมจ่าย เจ้าของตลาดก็เอาแผงไปให้คนต่อไปที่รออยู่

ผมชวนคุณคิดภาพนี้ไว้ก่อน เพราะชื่อโดเมนของธุรกิจคุณ ทำงานเหมือนแผงในตลาดนี้เป๊ะเลยครับ

เจ้าของธุรกิจหลายท่านที่ทักมาคุยกับผม พอเห็นบิลค่าโดเมนเด้งเข้ามาปีที่สอง มักถามด้วยความงงจริงๆ ว่า "ก็จ่ายไปแล้วตอนทำเว็บไม่ใช่เหรอ ทำไมต้องจ่ายอีก" คำถามนี้ดีมากครับ และไม่ใช่เรื่องน่าอายเลยที่จะถาม เพราะไม่มีใครเคยอธิบายให้ฟังตั้งแต่แรกว่าสิ่งที่เราจ่าย มันคือ "ค่าเช่าชื่อ" ไม่ใช่ "ค่าซื้อชื่อ" วันนี้ผมขอเล่าให้ฟังทีเดียวให้จบ ว่าทำไมมันถึงเป็นแบบนั้น แล้วมันแปลว่าอะไรกับธุรกิจของคุณ

ลองเช็คของตัวเองก่อน ใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที

ก่อนจะไปเข้าใจว่าทำไม ลองสำรวจโดเมนของธุรกิจคุณเองดูก่อนครับ ทำได้เลยตอนนี้

อย่างแรก เปิดอีเมลที่ใช้ตอนทำเว็บ แล้วค้นคำว่า "domain" หรือ "โดเมน" หรือ "ต่ออายุ" ดูว่าปีที่แล้วมีใบแจ้งหนี้ค่าโดเมนส่งมาไหม ส่งมาจากใคร เป็นชื่อบริษัทที่คุณรู้จักหรือเปล่า

อย่างที่ 2 ลองนึกดูว่าตอนนี้ใครเป็นคนถือบัญชีที่จ่ายค่าโดเมนอยู่ เป็นตัวคุณเอง อีเมลบริษัท หรือเป็นคนทำเว็บที่จ้างมาเมื่อ 2 ปีก่อนที่ตอนนี้ติดต่อไม่ได้แล้ว

อย่างที่ 3 จำวันหมดอายุของโดเมนได้ไหมครับ ถ้าจำไม่ได้ ไม่เป็นไรเลย นั่นแหละคือเหตุผลที่บทความนี้มีประโยชน์กับคุณ เพราะวันหมดอายุคือวันที่ "สัญญาเช่า" ของคุณจะครบรอบ และเป็นวันที่คุณต้องจ่ายค่าเช่ารอบใหม่

ถ้า 3 ข้อนี้ตอบได้หมด แสดงว่าธุรกิจคุณดูแลแผงในตลาดของตัวเองอยู่ในมือแล้ว ถ้าตอบไม่ได้สักข้อ ก็ไม่ต้องตกใจครับ อ่านต่อไปแล้วค่อยๆ จัดการทีละอย่าง

ทำไมโลกอินเทอร์เน็ตถึงให้ "เช่า" ชื่อ ไม่ขายขาด

ลองคิดดูว่าถ้าชื่อโดเมนซื้อขาดได้จริง จะเกิดอะไรขึ้นครับ คนที่มาก่อนก็จะกว้านจดชื่อดีๆ เก็บไว้ทั้งหมด แล้วนั่งทับไว้เฉยๆ ตลอดกาลโดยไม่ต้องทำอะไรเลย ชื่อดีๆ ในโลกก็จะหมดตั้งแต่ยุคแรก คนมาทีหลังไม่มีสิทธิ์ได้ใช้ ระบบชื่อบนอินเทอร์เน็ตเลยไม่ได้ออกแบบมาให้ซื้อขาด แต่ออกแบบให้เช่าเป็นรอบปีแทน เพื่อให้ชื่อที่ไม่มีคนใช้แล้ว วนกลับมาให้คนอื่นได้ใช้ต่อ

องค์กรที่วางกติกากลางเรื่องนี้ให้ทั้งโลกคือ ICANN ครับ กติกาของเขากำหนดว่าเราจดชื่อโดเมนได้ครั้งละ 1 ถึง 10 ปี แล้วต้องต่ออายุก่อนหมด ไม่มีตัวเลือก "จ่ายทีเดียวเป็นเจ้าของตลอดชีพ" ให้เลือกเลย ในภาษาของ ICANN เขาถึงเรียกเราว่า "ผู้จดทะเบียน" (registrant) ไม่ได้เรียกว่า "เจ้าของ" (owner) เพราะสิ่งที่เราถืออยู่คือสิทธิ์ใช้ชื่อนี้ตามระยะเวลาที่จ่าย ไม่ใช่กรรมสิทธิ์ถาวร รายละเอียดข้อนี้ ICANN เขียนไว้เองที่ หน้าอธิบายเรื่องการต่ออายุโดเมน เปิดอ่านได้ครับ

เจ้าของตลาด กับ คนเก็บค่าเช่า ไม่ใช่คนเดียวกัน

ตรงนี้เป็นจุดที่คนสับสนบ่อยครับ ในตลาดของเรา มี 2 บทบาทที่ต่างกัน "เจ้าของตลาด" คือคนที่ถือทะเบียนแผงทั้งหมด ในโลกโดเมนเราเรียกว่า registry เช่นชื่อที่ลงท้าย .com เจ้าของตลาดคือบริษัท Verisign ส่วนชื่อ .co.th และ .in.th ที่เป็นของไทย เจ้าของตลาดคือ THNIC

ส่วน "คนเก็บค่าเช่า" ที่เราไปติดต่อจ่ายเงินด้วยจริงๆ เขาเรียกว่า registrar คือผู้ให้บริการรับจดโดเมนเจ้าต่างๆ ที่เราเห็นโฆษณากันทั่วไป เวลาเราจ่ายค่าโดเมนให้ registrar เจ้าหนึ่ง เขาก็เอาส่วนหนึ่งส่งต่อให้เจ้าของตลาดอีกที นี่คือเหตุผลที่ชื่อเดียวกันแท้ๆ แต่ละเจ้ารับจดราคาไม่เท่ากัน เพราะค่าบริการของคนเก็บค่าเช่าแต่ละรายไม่เหมือนกัน แต่ค่าเช่าที่ต้องส่งเข้าตลาดนั้นเป็นก้อนเดียวกัน

ตัวเลขจริงของค่าเช่ารอบปี

มาดูของจริงกันครับ ถ้าเป็นชื่อ .co.th สำหรับธุรกิจไทย เจ้าของตลาดอย่าง THNIC ตั้งค่าจดและค่าต่ออายุไว้ที่ 856 บาทต่อปี (THNIC ระบุว่ารวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว) ราคานี้เท่ากันทุกปี ทั้งปีแรกและปีต่อๆ ไป ดูได้ที่ หน้าค่าธรรมเนียมของ THNIC โดยตรง

ทีนี้ถ้าลืมจ่ายจนเลยกำหนดล่ะครับ จะแพงกว่าปกติ THNIC ตั้งค่ากู้คืนชื่อโดเมน .th ไว้ที่ 1,712 บาท (THNIC ระบุว่ารวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วเช่นกัน) ซึ่งเกือบ 2 เท่าของค่าต่ออายุตามปกติ พูดง่ายๆ คือปล่อยให้สัญญาเช่าขาด แล้วมาขอต่อทีหลัง ราคาแพงกว่าจ่ายตรงเวลาเกือบเท่าตัว และถ้าปล่อยนานเกินไปจนชื่อหลุดออกไปจริงๆ คนอื่นก็จดชื่อนั้นแทนได้ทันที

ระบบยังมีตาข่ายกันลืมให้อยู่บ้างครับ ICANN กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องส่งอีเมลเตือนต่ออายุถึงเรา ประมาณ 1 เดือนและอีกครั้งประมาณ 1 สัปดาห์ก่อนหมดอายุ และหลังหมดอายุยังมีช่วงผ่อนผันให้ไถ่ชื่อคืนได้อีกราว 30 วัน (เรียกว่า Redemption Grace Period) เงื่อนไขพวกนี้ ICANN รวบรวมไว้ที่ หน้าคำถามที่พบบ่อยเรื่องการต่ออายุและวันหมดอายุ แต่ตาข่ายนี้จะช่วยได้ก็ต่อเมื่ออีเมลที่ใช้จดยังเป็นอีเมลที่คุณเปิดอ่านอยู่จริงเท่านั้น

อีกมุมที่น่าสนใจครับ ทั้งประเทศไทยตอนนี้มีชื่อ .co.th จดทะเบียนอยู่ประมาณ 49,648 ชื่อ และถ้ารวมชื่อ .th ทุกหมวดเข้าด้วยกันก็อยู่ราว 89,583 ชื่อ (ข้อมูล THNIC ณ 21 กันยายน 2569 ดูได้ที่ หน้าสถิติ) เทียบกับจำนวนธุรกิจที่จดทะเบียนในไทยที่มีเป็นหลักล้านราย ตัวเลขนี้บอกเราว่าธุรกิจไทยส่วนใหญ่ยังไม่ได้มีแผงชื่อเป็นของตัวเองเลยด้วยซ้ำ

"จ่ายทุกปีแบบนี้ไม่จบสักที มันคุ้มจริงเหรอ"

คำถามนี้ตรงไปตรงมาและผมเข้าใจความรู้สึกนี้ดีครับ จ่ายแล้วจ่ายอีกทุกปี มันเหมือนไม่มีวันเป็นของเราจริงสักที ยอมรับตามตรงว่าถ้ามองเป็นก้อนค่าใช้จ่าย มันก็เป็นรายจ่ายที่ไม่หายไปไหนจริงๆ

แต่ลองมองอีกมุมนะครับ ค่าเช่าแผงในตลาด เราก็จ่ายทุกเดือนไม่มีวันจบเหมือนกัน แล้วทำไมร้านค้าถึงยอมจ่าย เพราะสิ่งที่เราจ่ายไม่ใช่ตัวแผงเปล่าๆ แต่คือ "ทำเล" ที่ลูกค้ารู้ว่าจะมาเจอเราได้ที่นี่ ชื่อโดเมนก็คือทำเลของธุรกิจบนโลกออนไลน์ครับ เป็นที่อยู่ที่ลูกค้าพิมพ์แล้วเจอคุณ เป็นที่อยู่ที่ Google ใช้จดจำว่าเว็บนี้คือใคร ค่าเช่ารายปีที่ดูเหมือนไม่จบ จริงๆ แล้วคือค่ารักษาทำเลนั้นให้ยังเป็นของคุณคนเดียว ไม่ใช่ของคู่แข่ง

ยิ่งรักษาสัญญาเช่าไม่ให้ขาด ยิ่งได้เปรียบสะสม

ข้อดีอย่างหนึ่งของการต่ออายุตรงเวลาทุกปีที่คนมักมองข้ามคือ ชื่อโดเมนที่ถือต่อเนื่องยาวนานโดยไม่ขาดช่วง จะค่อยๆ สะสมความน่าเชื่อถือในสายตาของระบบค้นหาและของลูกค้าเอง เหมือนร้านที่อยู่หัวมุมเดิมมา 10 ปี ลูกค้าจำได้ ไว้ใจ และบอกต่อกันง่ายกว่าร้านที่ย้ายที่ทุกปี

ในทางกลับกัน ถ้าปล่อยให้สัญญาเช่าขาดแม้แค่ช่วงสั้นๆ แล้วชื่อหลุดไป สิ่งที่เสียมีมากกว่าตัวชื่อมากครับ เพราะทุกอย่างที่ผูกกับชื่อนั้นล้มตามไปด้วย ทั้งอีเมลบริษัทที่ลงท้ายด้วยชื่อโดเมน ลิงก์เก่าที่เคยแชร์ไว้ และอันดับที่เคยสะสมมาใน Google ทั้งหมดพังพร้อมกันในวันเดียว การรักษาแผงเดิมไว้ให้ต่อเนื่อง จึงเป็นการลงทุนที่ทบต้นเงียบๆ ทุกปีที่ผ่านไป

เรื่องที่ผมเจอบ่อยที่สุด แผงที่จดไว้ในชื่อคนอื่น

มีสถานการณ์หนึ่งที่ผมเจอซ้ำๆ จนอยากเล่าให้ฟังไว้เป็นอุทาหรณ์ครับ เจ้าของร้านหลายท่านจ้างคนทำเว็บเมื่อ 2-3 ปีก่อน ตกลงกันจบ เว็บสวยดี ใช้งานได้ปกติ จนวันหนึ่งอยากแก้อะไรสักอย่างบนเว็บ หรืออยากย้ายไปทำใหม่กับทีมอื่น ถึงเพิ่งรู้ว่าโดเมนของธุรกิจตัวเอง จดไว้ในอีเมลส่วนตัวของคนทำเว็บคนเดิม ที่ตอนนี้เปลี่ยนเบอร์ เปลี่ยนงาน หรือติดต่อไม่ได้แล้ว

พอเทียบกับภาพแผงในตลาด มันเหมือนคุณจ่ายค่าเช่าแผงมาตลอด ขายของอยู่ทุกวัน แต่ชื่อในสัญญาเช่ากลับเป็นชื่อของช่างที่มาช่วยตกแต่งร้านให้ตอนแรก วันที่เจ้าของตลาดจะติดต่อเรื่องต่อสัญญา เขาก็ติดต่อไปที่ช่างคนนั้น ไม่ใช่ที่ตัวคุณ ปัญหานี้ไม่ได้เกิดเพราะใครตั้งใจโกง ส่วนใหญ่เกิดเพราะตอนเริ่มต้นไม่มีใครคุยกันให้ชัดว่าใครควรเป็นคนถือบัญชี

ทางแก้ไม่ได้ยากถ้ารู้ตัวเร็วครับ สิ่งที่ควรทำคือขอให้โอนโดเมนกลับมาอยู่ในบัญชีที่ใช้อีเมลของธุรกิจคุณเอง และเก็บข้อมูลการเข้าระบบไว้กับตัว ยิ่งจัดการตั้งแต่ความสัมพันธ์ยังดีกันอยู่ ยิ่งง่าย เพราะถ้ารอจนถึงวันที่ต้องรีบใช้หรือถึงวันหมดอายุพอดี จะกลายเป็นเรื่องกดดันที่แก้ยากกว่าเดิมมาก

อย่างน้อยที่สุด ควรทำแค่ไหนถึงเรียกว่าดูแลโดเมนเป็น

ไม่ต้องทำอะไรซับซ้อนเลยครับ ขอแค่ 3 อย่างพื้นฐานก็ถือว่าดูแลแผงของตัวเองเป็นแล้ว

อย่างแรก จดโดเมนในชื่อและอีเมลของธุรกิจคุณเอง ไม่ใช่อีเมลส่วนตัวของคนรับจ้างทำเว็บ เพราะถ้าวันหนึ่งเลิกจ้างกันไป แผงต้องยังอยู่ในมือคุณ อย่างที่ 2 เก็บใบเสร็จหรือใบกำกับภาษีที่ออกในนามธุรกิจไว้เป็นหลักฐานว่าคุณคือคนเช่าตัวจริง อย่างที่ 3 ตั้งเตือนในปฏิทินล่วงหน้าก่อนวันหมดอายุสัก 1 เดือน จะได้ไม่ต้องพึ่งอีเมลเตือนอย่างเดียว

ส่วนตัวเว็บไซต์ที่จะไปตั้งอยู่บนแผงนี้ เป็นคนละเรื่องกับค่าเช่าโดเมนครับ ถ้าถึงจุดที่คุณอยากได้เว็บไซต์ที่เขียนขึ้นเพื่อธุรกิจคุณโดยเฉพาะ และจ่ายค่าทำครั้งเดียวจบ ไม่ใช่ค่ารายปี ลองดูรายละเอียดแพ็กเกจรับทำเว็บของเราได้ที่ หน้าแพ็กเกจรับทำเว็บไซต์ ว่าแต่ละแบบเหมาะกับธุรกิจขนาดไหน

ของจริงที่คุณเปิดดูเองได้

เรื่องเช่าชื่อนี้ไม่ใช่ทฤษฎีลอยๆ ครับ ทุกตัวละครในเรื่องมีตัวตนจริงและเปิดดูได้ เจ้าของตลาดของชื่อไทยอย่าง THNIC มีหน้าเว็บบอกราคาและกติกาชัดเจน เจ้าของตลาดของ .com อย่าง Verisign ก็เป็นบริษัทมหาชนที่เปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ และกติกากลางของทั้งโลกก็อยู่บนเว็บ ICANN ให้ใครก็ตามเข้าไปตรวจสอบได้

ลองทำแบบนี้ดูก็ได้ครับ ถ้าอยากรู้ว่าโดเมนที่คุณสนใจว่างหรือมีคนถืออยู่ และหมดอายุเมื่อไร ให้ลองค้นคำว่าชื่อโดเมนนั้นในระบบตรวจสอบของผู้ให้บริการจดโดเมนเจ้าไหนก็ได้ ข้อมูลวันหมดอายุจะโผล่ขึ้นมา นี่คือวิธีเดียวกับที่คนในวงการใช้ดูว่าแผงไหนกำลังจะว่าง

ถ้าอยากปูพื้นให้แน่นกว่านี้ว่า domain คืออะไรและมีส่วนประกอบอะไรบ้าง อ่านต่อได้ที่บทความ Domain Name คืออะไร วิธีเลือกชื่อโดเมนให้จำง่าย ส่วนใครที่อ่านจบแล้วอยากลงมือจดจริงและเทียบว่า .co.th กับ .com ต่างกันตรงไหน รวมถึงกับดักราคาปีแรกที่ต้องระวัง อ่านต่อที่ จดโดเมนที่ไหนดี ราคาจริงและกับดักค่าต่ออายุ และเพราะโดเมนกับที่เก็บเว็บเป็นคนละก้อนกัน เรื่องการเลือกโฮสติ้งให้เว็บโหลดไว อ่านเพิ่มที่ เลือก Web Hosting อย่างไรให้เว็บธุรกิจโหลดไวและติดอันดับ

แผนดูแลค่าเช่าโดเมนแบบไม่ต้องปวดหัว

สรุปเป็นขั้นตอนสั้นๆ ที่ทำตามได้เลยครับ

  1. ตรวจว่าโดเมนของธุรกิจจดในชื่อและอีเมลของคุณเอง ไม่ใช่ของคนอื่น

  2. จดวันหมดอายุลงปฏิทิน แล้วตั้งเตือนล่วงหน้าอย่างน้อย 1 เดือน

  3. เก็บใบเสร็จ/ใบกำกับภาษีค่าโดเมนไว้เป็นหลักฐานความเป็นเจ้าของ

  4. ถ้างบและความมั่นใจในชื่อมีพร้อม จะจดยาวหลายปีทีเดียวเพื่อลดภาระการจำก็ได้

  5. พอถึงรอบต่ออายุ จ่ายก่อนหมดอายุเสมอ อย่าปล่อยให้เข้าสู่ค่ากู้คืนที่แพงกว่า

จะรู้ได้อย่างไรว่าแผงยังเป็นของเราอยู่

วิธีวัดง่ายที่สุดคือ ปีละครั้งลองเข้าไปดูในระบบของผู้ให้บริการที่คุณจดโดเมนไว้ ว่าสถานะยังเป็น active อยู่ไหม วันหมดอายุยังอยู่ในอนาคต และชื่อผู้ถือบัญชียังเป็นธุรกิจของคุณ 3 อย่างนี้ครบเมื่อไร ก็สบายใจได้ว่าทำเลของคุณยังอยู่ในมือ ถ้าวันไหนเข้าไปดูแล้วชื่อผู้ถือกลายเป็นคนอื่น หรือหาโดเมนไม่เจอในบัญชี นั่นคือสัญญาณที่ต้องรีบตามเรื่องทันที

แล้วถ้าจะเริ่มทำเว็บจริงๆ ทำไมถึงเลือก TumWebSME

พออ่านมาถึงตรงนี้ หลายท่านน่าจะเห็นภาพแล้วว่าโดเมนเป็นแค่ที่อยู่ ส่วนตัวเว็บไซต์ที่ไปตั้งอยู่บนที่อยู่นั้นต่างหากคือหน้าร้านจริงของธุรกิจ แล้วหน้าร้านที่ดีควรมาจากทีมแบบไหน ผมขอเล่าให้ฟังตรงๆ ครับ

ทีมที่ทำเว็บให้คุณ คือทีมมืออาชีพชุดเดียวกับที่เคยทำงานให้องค์กรใหญ่มาแล้ว ยุคนี้เราก็ใช้ AI ช่วยให้งานเร็วขึ้นจริง แต่ใช้มันคู่กับโปรแกรมเมอร์มือทองของเรา เหมือนเครื่องมือช่างชั้นดีที่อยู่ในมือช่างฝีมือดี งานถึงออกมาเรียบร้อยในทุกรายละเอียดที่ตามองไม่เห็น ทั้งความเร็วในการโหลด โครงสร้างที่ Google อ่านเข้าใจ และระบบหลังบ้านที่โตไปกับธุรกิจได้

เว็บของเราเขียนขึ้นใหม่เพื่อธุรกิจของคุณโดยเฉพาะ และจ่ายค่าทำครั้งเดียวจบ ไม่ใช่ค่ารายปีแบบค่าเช่าโดเมน สิ่งที่ทีมเราภูมิใจที่สุดคือคำขอบคุณจากลูกค้าที่ได้ทำงานร่วมกันจริง และผลงานจริงที่เปิดดูได้ ไม่ใช่คำโฆษณาลอยๆ ถ้าอยากให้เราช่วยวางหน้าร้านออนไลน์ให้ธุรกิจคุณตั้งแต่ต้น ทักมาเล่าเรื่องธุรกิจของคุณให้เราฟังได้เสมอครับ


อีกอย่างที่อยากให้สบายใจครับ พอทำเว็บกับเรา เรามีบริการจดและต่ออายุโดเมนรายปีให้ทุกปี คุณไม่ต้องคอยกังวลว่าโดเมนจะหมดอายุหรือลืมต่อ เพราะเราดูแลรอบต่ออายุให้เอง และถ้าวันหนึ่งในอนาคตคุณอยากย้ายเว็บไซต์กับโดเมนไปดูแลต่อเอง ก็ทำได้เช่นกัน เพราะทุกอย่างจดในชื่อธุรกิจของคุณตั้งแต่ต้น ไม่ได้ผูกไว้กับเรา

สรุปส่งท้าย

กลับมาที่แผงในตลาดของเราครับ ค่าโดเมนรายปีที่เคยงงว่าทำไมต้องจ่ายซ้ำ จริงๆ แล้วมันคือค่าเช่าทำเลดีๆ บนโลกออนไลน์ที่ลูกค้าและ Google ใช้หาเราเจอ มากกว่าจะเป็นค่าซื้อของที่จ่ายทีเดียวจบ พอเข้าใจแบบนี้แล้ว การจ่ายทุกปีก็กลายเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ง่ายขึ้น มันคือการรักษาที่ยืนของธุรกิจไว้ให้มั่นคงในระยะยาว

ถ้าคุณกำลังจะเริ่มต้นมีตัวตนบนโลกออนไลน์ หรือมีโดเมนอยู่แล้วแต่ไม่แน่ใจว่าตัวเองดูแลถูกทางไหม ทักมาเล่าให้เราฟังได้เลยครับ เล่าเรื่องธุรกิจของคุณสักนิด แล้วเราจะช่วยดูให้ว่าแผงชื่อของคุณอยู่ในมือใคร และควรวางรากฐานต่อไปอย่างไรให้โตได้ยาวๆ

ช่องทางการติดตาม TumWebSME

ติดตามสาระความรู้เรื่องการทำเว็บไซต์และการตลาดออนไลน์ได้ที่:

ติดต่องานและสอบถามบริการ

  • 088-983-9386 (คุณพลอย)

  • 099-856-3198 (คุณแสนนาน)

คำค้นหา:

โดเมน
ค่าโดเมนรายปี
ต่ออายุโดเมน
จดโดเมน
.co.th

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับบทความนี้

รวมคำถามและคำตอบที่ช่วยให้คุณเข้าใจเนื้อหาในบทความนี้ได้ดียิ่งขึ้น

เพราะสิ่งที่เราจ่ายคือค่าเช่าสิทธิ์ใช้ชื่อเป็นรอบปี ไม่ใช่ค่าซื้อชื่อขาดครับ ระบบชื่อบนอินเทอร์เน็ตออกแบบให้จดได้ครั้งละ 1 ถึง 10 ปีแล้วต้องต่ออายุ ตราบใดที่เราต่ออายุตรงเวลา ชื่อก็ยังเป็นของธุรกิจเราคนเดียว แต่ถ้าปีไหนไม่จ่าย สิทธิ์ก็หมดและชื่ออาจหลุดไปให้คนอื่นจดแทนได้ ส่วนค่าทำเว็บที่จ่ายตอนแรกเป็นคนละก้อนกับค่าเช่าชื่อนี้

ไม่ได้ครับ ตามกติกากลางของ ICANN โดเมนจดได้สูงสุดครั้งละ 10 ปี ไม่มีตัวเลือกจ่ายทีเดียวเป็นเจ้าของถาวร เหตุผลคือเพื่อไม่ให้คนกว้านจดชื่อดีๆ เก็บไว้ตลอดกาลจนคนอื่นไม่มีสิทธิ์ได้ใช้ สิ่งที่ทำได้คือจดยาวหลายปีในครั้งเดียวและตั้งต่ออายุอัตโนมัติ เพื่อถือชื่อนี้ต่อเนื่องไปได้เรื่อยๆ ตราบที่ยังจ่ายค่าเช่ารอบปี

registry คือเจ้าของตลาดที่ถือทะเบียนชื่อทั้งหมดของนามสกุลนั้น เช่น .com ดูแลโดย Verisign ส่วน .co.th และ .in.th ดูแลโดย THNIC ส่วน registrar คือผู้ให้บริการรับจดโดเมนที่เราไปติดต่อจ่ายเงินด้วยจริงๆ เวลาเราจ่ายให้ registrar เขาก็ส่งค่าเช่าส่วนหนึ่งต่อให้ registry อีกที นี่คือเหตุผลที่ชื่อเดียวกันแต่ละเจ้ารับจดราคาไม่เท่ากัน

เป็นคนละก้อนกันครับ ค่าโดเมนคือค่าเช่าชื่อที่อยู่ของเว็บ ต้องจ่ายเป็นรอบปีเพื่อรักษาชื่อไว้ ส่วนค่าทำเว็บไซต์คือค่าออกแบบและสร้างตัวเว็บที่จะไปตั้งอยู่บนชื่อนั้น ที่ TumWebSME ค่าทำเว็บเป็นแบบจ่ายครั้งเดียวจบ ไม่ใช่ค่ารายปี เจ้าของธุรกิจหลายท่านสับสนสองก้อนนี้ เพราะตอนเริ่มมักจ่ายไปพร้อมกันในครั้งแรก

เพราะราคาที่เราจ่ายมีสองส่วนครับ ส่วนแรกคือค่าเช่าที่ registrar ต้องส่งเข้า registry ซึ่งเป็นก้อนเดียวกันไม่ว่าจดกับเจ้าไหน ส่วนที่สองคือค่าบริการของ registrar เองที่แต่ละรายตั้งไม่เท่ากัน บางเจ้าใช้ราคาปีแรกต่ำเป็นโปรโมชันแล้วปีต่ออายุขยับขึ้น เวลาเทียบราคาจึงควรดูราคาต่ออายุระยะยาว ไม่ใช่แค่ราคาปีแรก

ได้ครับ ชื่อโดเมนที่ถือต่อเนื่องยาวนานโดยไม่ขาดช่วง จะค่อยๆ สะสมความน่าเชื่อถือในสายตาระบบค้นหาและลูกค้าที่จำที่อยู่เราได้ ตรงกันข้าม ถ้าปล่อยให้ขาดแม้ช่วงสั้นๆ แล้วชื่อหลุด สิ่งที่พังไปพร้อมกันคืออีเมลบริษัทที่ลงท้ายด้วยชื่อนั้น ลิงก์เก่าที่เคยแชร์ และอันดับที่สะสมมาใน Google การต่ออายุตรงเวลาจึงเป็นการรักษาของที่ทบต้นเงียบๆ ทุกปี

ปรึกษาฟรี

เรายินดีให้คำปรึกษา บริการทำเว็บไซต์และระบบเพื่อเป็นเครื่องมือในการต่อยอดธุรกิจของคุณ

ที่อยู่ : บริษัท ซูเปอร์เดฟจำกัด 89 รามคำแหง 82 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ 10240 กทม.

เวลาทำการ : 09:00 - 21:00 (เปิดทุกวัน)

หรือติดตามเรา

FacebookInstagram
TikTok

ให้เราติดต่อหาคุณ