ข้ามไปยังเนื้อหา
127 views
12 นาที

รับทำเว็บไซต์กรุงเทพ SME: เลือกทำเว็บไซต์แบบไหนที่ใช่สำหรับธุรกิจ?

บริษัทออกแบบเว็บไซต์ธุรกิจระดับพรีเมียมในกรุงเทพฯ TumWebSME

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังหาคนทำเว็บไซต์ให้ธุรกิจอยู่ตอนนี้ ผมเชื่อว่าในหัวต้องมีคำถามยอดฮิตอย่าง "จะจ้างทำเว็บไซต์ที่ไหนดี?" หรือ "ทำเว็บไซต์บริษัท ราคา จริงๆ มันควรอยู่ที่เท่าไหร่กันแน่?" โผล่ขึ้นมาแน่นอน

แถมพอไปลองหาข้อมูลดู โฆษณาก็เด้งใส่เราเต็มไปหมด มีตั้งแต่บริการรับทำเว็บไซต์ราคาถูกหลักพันต้นๆ ไปจนถึงระดับบริษัทออกแบบเว็บไซต์ที่เสนอราคามาหลักแสน เล่นเอาเจ้าของธุรกิจปวดหัวจนเลือกไม่ถูก แถมกลัวที่สุดคือ กลัวโดนทิ้งงาน หรือจ่ายเงินไปแล้วได้เว็บอืดๆ มาใช้งานจริงไม่ได้

วันนี้ผมเลยอยากมาชวนคุยและแชร์ให้ฟังแบบเปิดอกเลยครับว่า จากประสบการณ์ที่เห็นคนเจ็บมาเยอะในวงการนี้ ทางเลือกแต่ละแบบมันมีเบื้องหลังที่คุณต้องรู้ก่อนควักเงินจ่ายอย่างไรบ้าง

ทำไมต้องเลือกบริษัทรับทำเว็บไซต์ในกรุงเทพฯ?

สำหรับผู้ประกอบการ การเลือกจ้างบริการรับทำเว็บไซต์กรุงเทพ มีข้อได้เปรียบสำคัญที่มองข้ามไม่ได้คือ "ความสะดวกในการประสานงาน" แม้ว่าในตอนนี้เราจะสามารถประชุมผ่าน Zoom หรือ Google Meet ได้ แต่สำหรับโปรเจกต์เว็บไซต์ธุรกิจที่ต้องการความละเอียดสูง การได้นัดเจอหน้าเพื่อบรีฟงาน (On-site Meeting) ตรวจสอบความคืบหน้า หรือการจัดเวิร์กชอปดีไซน์ร่วมกันในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล จะช่วยลดความผิดพลาดในการสื่อสารได้ดีที่สุดครับ

นอกจากนี้ ทีมงานที่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ มักจะมีความเข้าใจในพฤติกรรมของผู้บริโภคและการแข่งขันในตลาดเมืองหลวงที่สูงและรวดเร็ว ทำให้สามารถให้คำแนะนำในการวางกลยุทธ์เว็บไซต์ให้ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายของคุณได้อย่างแม่นยำ

เจาะลึกประเภทธุรกิจในกรุงเทพฯ กับรูปแบบเว็บไซต์ที่เหมาะสม

ธุรกิจแต่ละประเภทในกรุงเทพฯ มีการแข่งขันและพฤติกรรมลูกค้าที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การออกแบบโครงสร้างเว็บจึงต้องตอบโจทย์เฉพาะทาง เช่น:

  • ธุรกิจบริการและร้านค้าในย่าน CBD (เช่น สุขุมวิท, สีลม, สาทร): ธุรกิจกลุ่มนี้ต้องการเว็บไซต์ที่เน้น Local SEO เป็นหลัก เพื่อให้ลูกค้าที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงเสิร์ชเจอได้ง่าย พร้อมระบบจองคิว (Booking) หรือแผนที่นำทางที่ชัดเจน

  • ธุรกิจโรงงานอุตสาหกรรมและ B2B (โซนปริมณฑล/นิคมอุตสาหกรรม): เว็บไซต์ต้องเน้นความน่าเชื่อถือระดับสูง (Corporate Website) โครงสร้างเว็บต้องรองรับการแสดงแคตตาล็อกสินค้าขนาดใหญ่ และมีระบบลงทะเบียนเพื่อขอใบเสนอราคา (Quotation) ที่เสถียร

  • ธุรกิจ E-commerce (กลุ่มแม่ค้าออนไลน์/แบรนด์สินค้าแฟชั่น): ต้องการระบบจัดการหลังบ้านที่ทรงพลัง รองรับระบบตะกร้าสินค้า ระบบชำระเงินที่หลากหลาย และระบบคำนวณค่าส่งที่แม่นยำ เพื่อไม่ให้พลาดทุกโอกาสการขาย

เว็บไซต์แบบไหนที่ใช่สำหรับธุรกิจเรา?

เวลาเราเสิร์ชหาคนทำเว็บ เราจะเจอทางเลือกหลักๆ อยู่ประมาณ 3-4 กลุ่มครับ ซึ่งแต่ละแบบก็ตอบโจทย์คนละช่วงเวลาของธุรกิจ

1. กลุ่มงบน้อย เน้นเร็ว (เว็บสำเร็จรูป)

กลุ่มนี้จะตอบโจทย์คนที่เพิ่งเริ่มต้นทำธุรกิจใหม่ๆ งบประมาณยังไม่นิ่ง หรือยังไม่อยากลงทุนก้อนใหญ่ เลยเลือกใช้บริการรับทำเว็บไซต์ราคาถูกที่เป็นแนวลากวาง (Drag & Drop) หรือใช้เทมเพลตสำเร็จรูปมาครอบ

  • ข้อดี: จ่ายเบาสบายกระเป๋า และได้เว็บไซต์มาใช้งานอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่วัน เพียงแค่ส่งข้อมูลให้ผู้พัฒนาเปลี่ยนรูปภาพและข้อความก็พร้อมออนไลน์ได้ทันที

  • ข้อเสีย: หน้าตาเว็บมักจะไปซ้ำกับธุรกิจอื่นในตลาด และปรับแต่งฟังก์ชันตามใจชอบได้ยากเนื่องจากติดข้อจำกัดของระบบสำเร็จรูป ที่สำคัญคือไม่รองรับการขยายตัวในอนาคต (Scalable) หากวันหนึ่งธุรกิจเติบโตขึ้นจนอยากเพิ่มระบบสมาชิกหรือเชื่อมต่อฐานข้อมูล ส่วนใหญ่แล้วจะต้องยอมทิ้งเว็บเดิมเพื่อเขียนระบบใหม่ทั้งหมดครับ

2. กลุ่มสายฮิต (รับทำเว็บไซต์ WordPress)

ถือเป็นแพลตฟอร์มยอดนิยมระดับโลกเลยครับ เพราะมีระบบหลังบ้าน (Dashboard) ให้เรากดอัปเดตเนื้อหา แอดบทความ หรือเปลี่ยนรูปภาพเองได้ง่าย โดยไม่ต้องง้อโปรแกรมเมอร์ตลอดเวลา ทำให้มีคนรับทำเว็บไซต์ WordPress ค่อนข้างเยอะในตลาด ตั้งแต่ฟรีแลนซ์หน้าใหม่ยันบริษัทใหญ่

  • ข้อดี: ปลั๊กอิน (Plug-in) และธีมมีให้เลือกใช้เยอะมาก อยากได้ฟังก์ชันอะไรก็มักจะมีคนทำสำเร็จรูปไว้หมดแล้ว

  • ข้อเสีย: เป็นระบบที่ตาดีได้ตาร้ายเสียครับ ถ้าคนทำไม่มีความเชี่ยวชาญด้านการ Coding จริงๆ แล้วใช้วิธีอัดปลั๊กอินเข้าไปเยอะๆ เพื่อให้เว็บมีฟังก์ชันตามที่คุณอยากได้ ผลคือเว็บจะเริ่มอืด หนัก โหลดช้าลงเรื่อยๆ และที่น่ากลัวที่สุดคือเรื่องของ Security เนื่องจาก WordPress เป็นระบบสาธารณะ (Open Source) หากปลั๊กอินที่คุณใช้ไม่มีการอัปเดตระบบอยู่เสมอ ก็เหมือนเปิดประตูบ้านทิ้งไว้ให้แฮกเกอร์เข้ามาฝังมัลแวร์ได้ง่ายๆ เลยครับ

3. กลุ่มสายขายของโดยเฉพาะ (รับทำเว็บไซต์ E-Commerce)

ขยับขึ้นมาอีกสเต็ปสำหรับแบรนด์สายลุยตลาดออนไลน์ที่ไม่อยากพึ่งพาแค่แพลตฟอร์ม Marketplace แต่อยากมีหน้าร้านเป็นของตัวเองเพื่อเก็บฐานข้อมูลลูกค้า กลุ่มนี้ต้องการระบบที่ซับซ้อน เช่น ระบบตะกร้าสินค้า ระบบตัดเงินออนไลน์ และระบบจัดการสต็อก

  • ข้อดี: ได้เป็นเจ้าของ Data ลูกค้า 100% สามารถเอาข้อมูลไปทำโฆษณาทำการตลาดต่อยอดได้แม่นยำ

  • ข้อเสีย: ระบบพวกนี้ต้องการความเสถียรและความปลอดภัยสูงมาก เพราะผูกกับเรื่องเงินๆ ทองๆ ของลูกค้าและการคำนวณภาษี โครงสร้างหลังบ้านจึงต้องถูกออกแบบมาอย่างดีเพื่อรองรับกรณีระบบล่มตอนจัดโปรโมชั่นแคมเปญใหญ่ๆ อย่าง 11.11 หรือ 12.12 ซึ่งถ้าเว็บล่มไปแค่ 10 นาที มูลค่าความเสียหายอาจมากกว่าค่าทำเว็บทั้งเว็บด้วยซ้ำไป ดังนั้นควรเลือกจ้างบริษัทรับทำเว็บไซต์ดีๆ

4. กลุ่มฟรีแลนซ์ (รับทำเว็บไซต์ ฟรีแลนซ์)

เป็นทางเลือกยอดฮิตสำหรับเจ้าของธุรกิจที่ชอบความยืดหยุ่นสูง คุยง่าย สั่งงานตรงตัว และมีเรทราคาที่เป็นมิตรต่อ SME เหมาะกับโปรเจกต์ขนาดเล็กถึงกลางที่ไม่ได้มีระบบหลังบ้านซับซ้อนมากนัก

  • ข้อดี: ราคาคุยกันได้ง่าย ไม่มีขั้นตอนเอกสารเยอะเหมือนรูปแบบบริษัท จบงานได้ตามใจชอบของผู้จ้าง

  • ข้อเสีย: ต้องยอมรับความเสี่ยงเรื่องปัญหาระดับคลาสสิกของวงการคือ "การติดต่อยาก งานเลท หรือโดนทิ้งงานกลางทาง" เพราะฟรีแลนซ์ส่วนใหญ่มักรับงานซ้อนเยอะเพื่อให้รายได้คุ้มทุน พอเจองานไหนยากเกินไปหรือเวลาไม่พอ ก็อาจจะเลือกเงียบหายไปเฉยๆ ทิ้งให้เราถือซอร์สโค้ดที่ยังทำไม่เสร็จ และใช้งานจริงไม่ได้

ทำไมต้องเลือก TumWebSME รับทำเว็บไซต์?

พอได้เห็นภาพรวมของตลาดแล้ว หลายคนคงเข้าใจแล้วว่าทำไมธุรกิจที่ผ่านการลองผิดลองถูกมา มักจะตัดสินใจขยับหนีระบบสำเร็จรูป แล้วหันมาเลือกทำเว็บแบบ Custom Coding และนี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้เจ้าของธุรกิจมอบความไว้วางใจให้ทีมงานของเราดูแลระบบหลังบ้านครับ:

  • เราเขียนโค้ดใหม่ 100% ไม่ใช้เทมเพลต: โครงสร้างเว็บทุกหน้าถูกดีไซน์และพิมพ์โค้ดขึ้นมาใหม่เพื่อธุรกิจของคุณโดยเฉพาะ ไม่มีโค้ดส่วนเกินที่ระบบไม่ได้ใช้ ทำให้คะแนนความเร็ว (PageSpeed) ออกมาสูงมาก ส่งผลดีต่อการดันอันดับ SEO ให้ติดหน้าแรก Google ได้เร็วกว่า

  • สถาปัตยกรรมระบบหลังบ้านที่พร้อมเติบโต (Scalable): เราวางโครงสร้างเผื่ออนาคตไว้ให้เรียบร้อย วันนี้คุณอาจทำเว็บเพื่อโปรโมตบริการทั่วไป แต่อนาคตอยากต่อเติมระบบสมาชิก ระบบชำระเงิน หรืออยากเชื่อมต่อ API เข้ากับระบบ CRM/ERP หลังบ้านของบริษัท ก็สามารถทำได้ทันทีโดยไม่ต้องรื้อทำเว็บใหม่

  • ความเสถียรและความปลอดภัยระดับพรีเมียม: เราเลือกใช้ Google Cloud Hosting ที่มีความปลอดภัยและเสถียรภาพสูงมาก มั่นใจได้ว่าเว็บจะทำงานได้อย่างลื่นไหล ไม่ล่มแม้ว่าช่วงนั้นคุณจะยิงแอดจนทราฟฟิกพุ่งสูงก็ตาม

แพ็กเกจรับทำเว็บไซต์และระบบหลังบ้าน

สำหรับผู้ประกอบการที่สงสัยเรื่องงบประมาณว่าควรเตรียมตัวอย่างไร เพื่อให้เข้าใจราคากลางในตลาดกรุงเทพฯ ได้ชัดเจนขึ้น ผมขอแบ่งกลุ่มราคากลางควบคู่ไปกับสิ่งที่คุณจะได้รับในแต่ละโปรเจกต์มาให้พิจารณากันตรงนี้ครับ:

ประเภทเว็บไซต์

รูปแบบการพัฒนา

ช่วงราคาเฉลี่ย (บาท)

เหมาะสำหรับธุรกิจแบบไหน?

Landing Page / เว็บหน้าเดียว

เว็บสำเร็จรูป / WordPress

5,000 - 15,000

ธุรกิจเริ่มต้น, ยิงแอดขายสินค้าเฉพาะอย่าง

เว็บองค์กร / บริษัททั่วไป

WordPress (ปรับแต่งธีม)

25,000 - 60,000

SME ที่ต้องการสร้างความน่าเชื่อถือ มีข้อมูลบริการ

เว็บธุรกิจระดับพรีเมียม

Custom Coding (เขียนโค้ดสด)

80,000 - 200,000+

ธุรกิจที่ต้องการความเร็วสูง, ความปลอดภัย, ปรับแต่งฟังก์ชันได้ตามใจ

เว็บ E-commerce เต็มรูปแบบ

Custom / ระบบตะกร้าสินค้าใหญ่

100,000+

แบรนด์ที่ต้องการขายของออนไลน์และเก็บ Data ลูกค้าเอง

ผลงานเว็บไซต์ที่เราออกแบบ

สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็นพูดเรื่องสเปกคอมพิวเตอร์หรือโค้ดหลังบ้านไป เจ้าของธุรกิจบางท่านอาจจะยังมองภาพไม่ออกใช่ไหมครับ? ผมเลยอยากพามาส่องเบื้องหลังผลงานเว็บไซต์ที่เราออกแบบ และพัฒนาขึ้นมาจริงๆ จากศูนย์ เพื่อให้เห็นว่าเว็บที่ทำแบบ Custom Coding เพื่อตอบโจทย์ธุรกิจแต่ละประเภทในกรุงเทพฯ นั้น หน้าตาและฟังก์ชันจริงเป็นอย่างไร

สามารถเข้าไปดูรีวิวความประทับใจจากลูกค้าจริงและลิงก์เว็บไซต์หน้าบ้าน-หลังบ้านเพิ่มเติมได้ที่ TumWebSME ครับ

ทำไมราคาทำเว็บแต่ละเจ้าถึงต่างกันเป็นหมื่นเป็นแสน?

ผมเชื่อว่านี่คือสิ่งที่หลายคนสงสัยที่สุด "ทำไมเจ้านี้คิด 5,000 บาท แต่อีกเจ้าคิด 80,000 บาท ทั้งที่หน้าตาก็ดูลูกค้าเปิดดูได้เหมือนกัน?" ผมอยากให้ลองนึกภาพตามแบบนี้ครับ เว็บราคาหลักพัน มักใช้วิธีเอาธีมสำเร็จรูปมาเปลี่ยนรูปเปลี่ยนข้อความใช้เวลาทำ 2-3 วันก็เสร็จ แต่สิ่งที่คุณไม่ได้คือการเช็กโค้ดหลังบ้าน การบีบอัดรูปภาพให้เบา หรือการวางโครงสร้างให้ Google ชอบ

แต่ถ้าคุณจ้างบริษัทออกแบบเว็บไซต์เพื่อทำเว็บแบบ Custom Coding เงินที่คุณจ่ายไปมันคือค่าตัวของทีมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่ระดมสมองมาเพื่อเว็บไซต์ธุรกิจของคุณโดยเฉพาะ ซึ่งกระบวนการทำงานจริงๆ มันลึกซึ้งกว่านั้นมากครับ:

  • Business Analyst (BA): เข้ามานั่งคุยเพื่อเข้าใจโมเดลธุรกิจของคุณก่อน เพื่อดูว่าเว็บนี้สร้างมาเพื่อเพิ่มยอดขาย หรือสร้างความน่าเชื่อถือ

  • UX/UI Designer: ออกแบบหน้าตาเว็บขึ้นมาใหม่จากศูนย์ ไม่ซ้ำใครในโลก โดยอิงจากพฤติกรรมของลูกค้าคุณ (เช่น ปุ่มซื้อของต้องอยู่ตรงไหนคนถึงจะกดง่ายที่สุด)

  • Developer (โปรแกรมเมอร์): นำดีไซน์นั้นมานั่งพิมพ์โค้ดทีละบรรทัด ทำให้เว็บคลีน ไม่มีโค้ดขยะ ส่งผลให้เว็บโหลดเร็วปรี๊ด

  • QA Tester: ทำหน้าที่จับผิดระบบ ทดสอบเปิดในมือถือทุกรุ่น ทุกเบราว์เซอร์ เพื่อให้มั่นใจว่าวันเปิดตัวจริงจะไม่มีบั๊กหรือระบบเอ๋อ

เห็นไหมครับว่า ปริมาณคนและชั่วโมงการทำงานมันต่างกันลิบลับ ราคาจึงต่างกันตามความละเอียดของงานนั่นเองครับ

ทำไมธุรกิจที่เริ่มโตแล้วถึงยอมจ่ายแพงกว่าเพื่อทำเว็บแบบ Custom?

มีลูกค้าหลายท่านเดินมาปรึกษาเราที่ TumWebSME เพราะทนระบบเดิมไม่ไหว บางธุรกิจเจอปัญหาเว็บโหลดช้าจนลูกค้ากดปิดหนี (ซึ่งสถิติชี้ว่าหากเว็บโหลดนานเกิน 3 วินาที ผู้ใช้จะปิดหน้าต่างทิ้งไปกว่าครึ่ง) บางรายต้องการปรับแต่งฟังก์ชันเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ทำไม่ได้เพราะติดกรอบของแพลตฟอร์มสำเร็จรูป แถมคะแนนความเร็วยังต่ำจนดันอันดับบน Google เท่าไหร่ก็ไม่ขึ้นสักที

นั่นคือเหตุผลที่ธุรกิจซึ่งต้องการความน่าเชื่อถือในระยะยาว ยอมขยับงบประมาณมาเลือกใช้บริการเขียนโค้ดเอง (Custom Coding) แทนครับ

  1. ความเร็วระดับติดสปีด (PageSpeed): โค้ดที่เขียนขึ้นใหม่จะไม่มีขยะระบบมาดึงให้เว็บช้า ผลลัพธ์คือเว็บโหลดไวมาก ซึ่ง Google ชอบมาก ส่งผลดีต่อการทำ SEO ให้ติดหน้าแรกโดยตรง

  2. ปรับแต่งฟังก์ชันได้ไร้ขีดจำกัด: วันนี้คุณอาจจะแค่อยากได้เว็บโชว์ผลงาน แต่อีก 6 เดือนข้างหน้าอยากเพิ่มระบบสมาชิก ระบบจองคิว หรือเชื่อมต่อ API เข้ากับคลังสินค้าหลังบ้าน (ERP) หรือระบบ CRM ขององค์กร เว็บแบบ Custom สามารถต่อเติมได้ทันทีเหมือนบ้านที่วางโครงสร้างเผื่อสเกลไว้แล้วครับ

  3. ความปลอดภัยสูง (Security): โค้ดที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเรา จะเดาทางยากกว่าพวกเว็บระบบสำเร็จรูปทั่วไป ทำให้นักแฮกหรือมัลแวร์โจมตีได้ยากกว่ามาก

ทำเว็บไซต์ราคาเท่าไหร่ถึงจะคุ้มค่า?

ถ้าถามว่าราคาเท่าไหร่ถึงจะดี ผมอยากให้มองเป็นการลงทุนระยะยาวมากกว่าครับ เว็บราคาหลักพันทำเสร็จแล้วเราต้องมานั่งปวดหัวตามแก้ หรือต้องรื้อทำใหม่ในอีก 1 ปีข้างหน้า รวมๆ แล้วอาจแพงกว่าการลงทุนทำเว็บดีๆ ทีเดียวจบก็ได้

ถ้าคุณเลือกทำเว็บแบบ Custom กับทีมงานที่ดูแลครบวงจรจริงๆ (มีตั้งแต่คนวางแผนกลยุทธ์, นักออกแบบ UI/UX, โปรแกรมเมอร์ ไปจนถึงคนตรวจงาน) ราคามันจะสะท้อนตามเนื้องานและความละเอียดครับ สิ่งที่คุณจะได้กลับมาคือความสบายใจ มีสัญญาชัดเจน เว็บไม่ล่มตอนจัดโปรโมชั่น และที่สำคัญคือ มีคนคอยสแตนด์บายดูแลหลังบ้านให้ตลอด ไม่ต้องกลัวโดนทิ้งงาน

3 Checklist วิธีเลือกบริษัทรับทำเว็บไซต์ให้ปลอดภัย

ถ้าตอนนี้คุณตัดสินใจแล้วว่าจะทำเว็บแน่ๆ แต่ยังเลือกเจ้าไม่ได้ ผมมีเทคนิคการสแกนผู้ให้บริการมาฝาก 3 ข้อครับ เอาไว้ใช้ถามเขาตอนคุยงานได้เลย:

  • ขอดูผลงานที่ผ่านมา (Portfolio) แล้วลองกดเล่นดูจริงบนมือถือ: อย่าดูแค่รูปแคปเจอร์หน้าจอครับ ขอลิงก์เว็บจริงมาลองกดดูเลยว่าโหลดช้าไหม เมนูเบี้ยวหรือเปล่าตอนเปิดในมือถือ

  • ถามเรื่องกรรมสิทธิ์ให้ชัดเจนตั้งแต่แรก: เว็บเสร็จแล้ว โดเมน (ชื่อเว็บ) และโฮสติ้ง (ที่เก็บข้อมูล) ต้องเป็นชื่อของคุณ 100%

  • บริการหลังการขายมีอะไรบ้าง?: เว็บไซต์ก็เหมือนรถยนต์ครับ มันต้องการการบำรุงรักษา ต้องถามให้เคลียร์ว่าถ้าเว็บล่มตอนเที่ยงคืน มีคนดูไหม? มีประกันระบบให้กี่ปี? และมีคู่มือสอนทีมงานของเราอัปเดตหน้าเว็บไหม?

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q1. ทำเว็บ กับ TumWebSME เวลาจะแก้ข้อมูลเองต้องให้โปรแกรมเมอร์มาแก้ให้ตลอดเลยไหม?

ตอบ: ไม่ต้องเลยครับ! นี่คือสิ่งที่หลายคนเข้าใจผิดว่าเว็บเขียนโค้ดสดจะใช้งานยาก จริงๆ แล้วทีมงานของเราจะทำระบบหลังบ้านส่วนตัว (Custom Dashboard) มาครอบไว้ให้ครับ หน้าตาจะคล้ายๆ แพลตฟอร์มสำเร็จรูปทั่วไปเลย ทีมงานของคุณสามารถเข้ามาเปลี่ยนรูปภาพ แก้ไขตารางราคา แอดสินค้า หรือลงบทความใหม่ๆ เองได้ง่ายมากโดยไม่ต้องรู้เรื่องโค้ดแม้แต่บรรทัดเดียวครับ

Q2. ย้ายจาก WordPress หรือเว็บเก่ามา ข้อมูลจะหายไหม? อันดับ Google จะร่วงหรือเปล่า?

ตอบ: ย้ายได้สบายมากครับ ทีมงานของเรามีโปรโตคอลในการย้ายฐานข้อมูล (Data Migration) ที่ปลอดภัย ทั้งเนื้อหาบทความและรูปภาพเก่าจะถูกโอนย้ายมาครบถ้วน และที่สำคัญคือเราจะทำระบบที่เร็วกว่าเดิมแล้ว ช่วยเซฟคะแนน SEO และป้องกันไม่ให้อันดับบนหน้า Google ร่วงแน่นอนครับ

Q3. หลังจากส่งมอบเว็บไซต์เสร็จแล้ว มีการดูแลหลังการขายอย่างไรบ้าง?

ตอบ: สบายใจได้ 100% ครับ เราทำงานในรูปแบบบริษัท มีสัญญาจ้างและขอบเขตการรับประกันระบบหลังการขาย (SLA) ที่ชัดเจน เราจะคอยสแตนด์บายมอนิเตอร์ความเสถียรของเซิร์ฟเวอร์ ดูแลระบบความปลอดภัย อัปเดตหลังบ้านให้ตลอดตามข้อตกลงในสัญญา รถยนต์ยังต้องเข้าศูนย์เช็กระยะ เว็บไซต์ธุรกิจระดับพรีเมียมก็ต้องการคนดูแลระดับมืออาชีพเช่นกันครับ ไม่มีการเงียบหายแน่นอน

Q4. สนใจอยากเริ่มโปรเจกต์ ต้องเตรียมตัวและเตรียมข้อมูลอะไรบ้าง?

ตอบ: หลักๆ เตรียมแค่ 3 อย่างครับ คือ 1. โจทย์หรือเป้าหมายของธุรกิจ 2. หน้าตาเว็บหรือฟังก์ชันในฝันที่อยากได้ (ถ้ามี) และ 3. ข้อมูลพื้นฐานของบริษัท (เช่น โลโก้ โปรไฟล์ รูปถ่ายบริการ) ส่วนที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทีมงาน TumWebSME ในการเข้าไปช่วยวางแผน บรีฟงาน และไกด์โครงสร้างให้ทั้งหมดเองครับ ทักมาคุยชิลๆ ก่อนได้เลย!


สรุป: เลิกทนกับเว็บไซต์ระบบเก่า แล้วมาสร้างเว็บไซต์ที่ช่วยธุรกิจได้จริง

สุดท้ายนี้ ไม่มีระบบไหนที่ดีที่สุดมีแต่ระบบที่เหมาะกับธุรกิจของคุณในตอนนี้มากที่สุดครับ ถ้าพึ่งเริ่มสร้างตัว งบน้อย เว็บสำเร็จรูปก็ตอบโจทย์ได้ดีในระดับหนึ่ง

แต่ถ้าตอนนี้ธุรกิจของคุณกำลังขยับขยาย ยอดขายเริ่มนิ่ง และต้องการเว็บไซต์ระดับพรีเมียมในกรุงเทพฯ ที่ช่วยยกระดับแบรนด์ได้อย่างมืออาชีพ โหลดเร็ว ปลอดภัย และออกแบบโครงสร้างหลังบ้านมาเพื่อรองรับการทำการตลาดให้ติดหน้าแรก Google ได้ในระยะยาว การขยับงบมาลงทุนกับเว็บแบบ Custom Coding ทีเดียวจบ คือทางเลือกที่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาวครับ

อยากให้ทีมงานมืออาชีพเข้ามาช่วยดูแลระบบหลังบ้านให้ธุรกิจสามารถเดินหน้าได้อย่างสบายใจ TumWebSME เราพร้อมซัพพอร์ตและโตไปกับธุรกิจของคุณครับ!

ทักมาพูดคุยและปรึกษาเราฟรีก่อนตัดสินใจได้ที่:

ติดต่องานและสอบถามบริการ

  • 088-983-9386 (คุณพลอย)

  • 099-856-3198 (คุณแสนนาน)

คำค้นหา:

จ้างทำเว็บไซต์ที่ไหนดี
บริษัทออกแบบเว็บไซต์
รับทำเว็บไซต์ E-commerce
บริษัทรับทำเว็บไซต์
เว็บไซต์ธุรกิจ
ทำเว็บไซต์ธุรกิจ
TumWebSME

ปรึกษาฟรี

เรายินดีให้คำปรึกษา บริการทำเว็บไซต์และระบบเพื่อเป็นเครื่องมือในการต่อยอดธุรกิจของคุณ

หรือติดตามเรา

Instagram
TikTok

ให้เราติดต่อหาคุณ